สรุปข่าว
- World Economic Forum (WEF) ประกาศรายชื่อ Young Global Leaders ประจำปี 2026 โดยมี “ท๊อป จิรายุส” ซีอีโอกลุ่ม Bitkub เป็นคนไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับคัดเลือกจากผู้สมัครทั่วโลก
- โครงการนี้เป็นเครือข่ายรวมสุดยอดผู้นำรุ่นใหม่ที่ทรงอิทธิพลระดับโลก เช่น นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์และรัฐมนตรีจากเยอรมนี รวมถึง Mark Zuckerberg และ Sam Altman
- การได้รับเลือกในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้นำจากอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยได้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายระดับมหภาค และสร้างเครือข่ายกับผู้ทรงอิทธิพลระดับนานาชาติ
เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 World Economic Forum (WEF) ประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ Young Global Leaders 2026 (YGL) หรือเครือข่ายผู้นำโลกประจำปี 2569 โดยในปีนี้ มีรายชื่อของ คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เป็นคนไทยเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมกับเครือข่ายผู้นำโลก ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ทรงอิทธิพลจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 118 คน อาทิ Kristrún Frostadóttir นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ และ Verena Hubertz รัฐมนตรีเยอรมนี เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน และกำหนดทิศทางนโยบายระดับมหภาค ตลอดจนตอกย้ำบทบาทของผู้นำไทยรุ่นใหม่บนเวทีระดับนานาชาติ
โครงการ Young Global Leaders จัดขึ้นโดย สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่เฟ้นหาสุดยอดผู้นำรุ่นใหม่ที่มีอายุไม่เกิน 40 ปี จากหลากหลายแวดวง ทั้งจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคสังคม องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และวงการเทคโนโลยี และมีความโดดเด่นทั้งในด้านผลงาน วิสัยทัศน์ และศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับประเทศและระดับโลก มาสร้างเครือข่ายที่รวมผู้นำที่ทรงอิทธิพลระดับโลก
โดยที่ผ่านมา มีสมาชิกที่ต่อมาได้กลายเป็นผู้นำโลกและมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่าง Emmanuel Macron ประธานาธิบดีฝรั่งเศส, Justin Trudeau อดีตนายกรัฐมนตรีแคนาดา, Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Meta, Sam Altman ซีอีโอ OpenAI, Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba และ Chew Shou Zi ซีอีโอ TikTok รวมถึงผู้นำอีกจำนวนมากจากทั่วโลก
คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา เปิดเผยว่า “การได้รับคัดเลือกเข้าโครงการ YGL ครั้งนี้ นับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจที่องค์กรระดับโลกได้เล็งเห็นถึงความตั้งใจ รวมถึงมีความเชื่อมั่นว่า ผมจะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่ช่วยให้โลกของเราเดินไปข้างหน้าในทิศทางที่ดีขึ้น การได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายระดับโลกยังถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยที่จะได้มีเสียง และบทบาทในการร่วมกำหนดนโยบายของโลก
ผมตั้งตารอที่จะได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้มีอิทธิพลระดับโลก และมุ่งมั่นที่จะนำทักษะใหม่ ๆ ตลอดจนเครือข่ายระดับสากลกลับมาแบ่งปันให้กับประเทศไทย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งประเทศ และคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง”
ทั้งนี้ ภายหลังการเข้าร่วมโครงการ สมาชิก YGL จะต้องเข้าร่วมเวทีหารือนานาชาติ และร่วมผลักดันโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในระดับโลก โดยการได้รับการยอมรับในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของตัวแทนผู้นำไทยที่สามารถยืนหยัดและมีเสียงบนเวทีโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
