สรุปข่าว
- Nakamoto Inc. ชี้แจงปมไวรัล ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ ยืนยันเป็นมรดกตกทอดมาจากการควบรวมกิจการย้อนกลับกับบริษัทเฮลธ์แคร์เดิม เพื่อคงสถานะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq และป้องกันการถูกตีตราเป็นบริษัทผี
- งบการเงินไตรมาสแรกปี 2569 ของบริษัทเข้าขั้นวิกฤต บันทึกยอดขาดทุนสุทธิสูงถึง 238 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบกหนี้สินกว่า 200 ล้านดอลลาร์ ซ้ำร้ายผู้ถือหุ้นรายย่อยยังเจอเอฟเฟกต์หุ้นลดสัดส่วนลงไปถึง 58% จากการไล่ซื้อกิจการพวกพ้อง
- บริษัทเร่งคลอดแผนพยุงชีพ ด้วยการรวมหุ้นในอัตรา 40 หุ้นเดิมเป็น 1 หุ้นใหม่ ดันราคาหุ้นจาก 0.16 ดอลลาร์สหรัฐ ดีดกลับขึ้นมาตั้งหลักที่ 6 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อเอาตัวรอดจากการถูกเพิกถอน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
ประเด็นดราม่าภายในและโครงสร้างงบการเงินที่ย่ำแย่ของ Nakamoto Inc. เป็นปัญหาเฉพาะตัวขององค์กรในฐานะบริษัทจดทะเบียน แม้ว่าบริษัทจะถือครองบิตคอยน์ในคลังสูงถึง 5,058 BTC แต่ข่าวนี้ไม่ได้ส่งผลต่อปัจจัยพื้นฐานหรือโครงสร้างเครือข่ายของบิตคอยน์ในภาพรวม
Nakamoto Inc. ออกมาแก้ต่างหลังโดนกระแสขุดคุ้ยและล้อเลียนอย่างหนักว่า ทำไมบริษัทที่ทำธุรกิจถือครองบิตคอยน์เป็นทุนสำรอง ถึงต้องมีตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์อยู่ในบัญชีจ่ายเงินเดือน
ตำแหน่งนี้กลายเป็นประเด็นที่กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยใช้เป็นสัญลักษณ์โจมตีความสุรุ่ยสุร่ายของธุรกิจกลุ่มคลังสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเหล่านักวิเคราะห์พากันชี้ว่า ตำแหน่งหมอนี้โผล่มาท่ามกลางวิกฤตของบริษัทที่ราคาหุ้นดิ่งเหวลงไปถึง 99% แถมยังแบกหนี้สินกว่า 200 ล้านดอลลาร์
ด้าน David Bailey ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท จึงได้ออกมาตอบโต้ว่า เหตุผลที่มีตำแหน่งทางการแพทย์นี้ มีที่มาจากจุดเริ่มต้นของการควบรวมกิจการย้อนกลับของบริษัท
เบื้องหลังความจริงของบริษัท
เหตุผลที่บริษัทคริปโตรายนี้มีคุณหมอประจำการอยู่ ไม่ใช่เพราะเอาไว้รักษาพนักงานในออฟฟิศ แต่เป็นเพราะประวัติศาสตร์การก่อตั้งองค์กร เดิมทีบริษัทเริ่มต้นธุรกิจในชื่อ KindlyMD ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการจัดการความเจ็บปวดในรัฐยูทาห์ และได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq อยู่ก่อนแล้ว
ต่อมาในปี 2568 บริษัทได้ทำสัญญาควบรวมกิจการย้อนกลับ กับบริษัทเอกชน Nakamoto Holdings ของ Bailey เพื่อเข้าสู่ตลาดหุ้นทางลัด
Tim Pickett ซึ่งเป็นคุณหมอผู้ก่อตั้งบริษัท KindlyMD จึงยังคงนั่งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ต่อไป เพื่อบริหารจัดการธุรกิจเฮลธ์แคร์เดิมที่ยังคงอยู่
David Bailey อธิบายว่า “ที่เรามีตำแหน่งนี้ ก็เพราะเราควบรวมกิจการกับบริษัทเฮลธ์แคร์ และการรักษาธุรกิจที่ดำเนินการอยู่นั้น เป็นข้อกำหนดในการคงสถานะจดทะเบียนในตลาด Nasdaq”
ในส่วนธุรกิจการแพทย์รายย่อยนี้ ยังคงทำเงินหมุนเวียนหลักให้กับบริษัท Nakamoto และช่วยให้บริษัทรอดพ้นจากการถูกจัดหมวดหมู่ว่าเป็นบริษัทผีอีกด้วย โดย KindlyMD ถือเป็นหนึ่งในบริษัททางการแพทย์หลายแห่ง ที่ถูกชุบตัว แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นธุรกิจที่ลุยเกี่ยวข้องกับคริปโตในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา
หุ้นลดสัดส่วน-ขาดทุนยับเยิน ชนวนเหตุทัวร์ลง
ตำแหน่งหมอประจำบริษัทกลายมาเป็นมุกตลกของชาวเน็ตทันทีเมื่อความกังวลในภาพรวมเริ่มปะทุขึ้น Justin Bechler นักวิเคราะห์การเงินได้เปิดเผยรายงานงบการเงินไตรมาสแรกปี 2569 ของ Nakamoto ซึ่งระบุตัวเลขขาดทุนสุทธิสูงถึง 238 ล้านดอลลาร์ เมื่อไปส่องไส้ในยิ่งน่าตกใจ โดยบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานเพียง 2.3 ล้านดอลลาร์ แต่มีการจ่ายผลตอบแทนให้คนภายในสูงถึง 7.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อีกทั้งบริษัทยังได้เข้าซื้อกิจการ BTC Inc. และ UTXO Management ซึ่งเป็นของซีอีโอ Bailey และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน Tyler Evans เองอีกด้วย
ดีลซื้อกิจการพวกพ้องในครั้งนี้ส่งผลให้หุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยถูกลดสัดส่วนลงไปถึง 58% ภายในไตรมาสเดียว จึงเป็นการจุดชนวนความตื่นตระหนกเรื่องสิทธิของผู้ถือหุ้นในกลุ่มธุรกิจคลังบิตคอยน์ทันที
แผนรวมหุ้น 40 หุ้นเป็น 1 หุ้น
เพื่อไม่ให้โดนดีดออกจากตลาดหลักทรัพย์เนื่องจากราคาหุ้นต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1 ดอลลาร์สหรัฐของ Nasdaq ผู้ถือหุ้นจึงต้องยอมอนุมัติให้ทำการรวมหุ้นย้อนกลับในอัตรา 40 หุ้นเดิมเป็น 1 หุ้นใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาหุ้นดีดจากประมาณ 0.16 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นมาอยู่ที่ราวๆ 6 ดอลลาร์สหรัฐทันที จำนวนหุ้นหมุนเวียนทั้งหมดหดตัวลงจาก 696 ล้านหุ้น เหลือเพียง 17.4 ล้านหุ้น
ที่มา : beincrypto
มุมมองผู้เขียน : กรณีของ Nakamoto Inc. ถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับบริษัทที่พยายามใช้ทางลัดในการแปลงสภาพตัวเองให้กลายเป็นบริษัทคลังบิตคอยน์
การเลือกใช้วิธีควบรวมกิจการย้อนกลับ เพื่อชุบตัวจากธุรกิจคลินิกการแพทย์ดั้งเดิมมาเป็นบริษัทคริปโต แม้จะช่วยให้บริษัทสามารถเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ได้อย่างรวดเร็ว แต่ไส้ในที่ขาดทุนและปัญหาหนี้สินเดิมจากธุรกิจเก่าก็ยังคงตามมาหลอกหลอนไม่สิ้นสุด

