สรุปข่าว
- ตลาดคริปโตเจอแรงกระแทกปริศนา หลังมีการพบธุรกรรมเทขายหุ้นกองทุนบิตคอยน์ IBIT ของ BlackRock มูลค่าสูงถึง 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านกระดานซื้อขายส่วนตัวของกลุ่มสถาบันการเงิน
- คำสั่งขายปริศนาจำนวน 29.2 ล้านหุ้นในครั้งเดียวนี้ มีขนาดใหญ่กว่าคำสั่งขายที่ใหญ่เป็นอันดับสองของวันถึง 22 เท่า และเป็นชนวนเหตุที่ผลักดันให้ราคาบิตคอยน์ร่วงดิ่งลงทันที 1.5% ภายในเวลาเพียง 10 นาที
- สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งซ้ำเติมวิกฤตกองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ที่เผชิญภาวะเงินทุนไหลออกสุทธิติดต่อกันยาวนานเป็นวันที่ 8 ยอดสะสมเงินไหลออกรวมทะลุกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ ในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish
การเทขายสินทรัพย์ปริมาณมหาศาลผ่านกระดานส่วนตัว และตัวเลขเงินลงทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่ากลุ่มทุนสถาบันรายใหญ่จากวอลล์สตรีทกำลังพากันลดความเสี่ยงอย่างรุนแรง โมเมนตัมฝั่งขาลงจึงกลับมาเป็นผู้ควบคุมตลาด
Alex Thorn หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทลงทุนคริปโต Galaxy Digital เปิดเผยว่า การเทขายหุ้นกองทุน Bitcoin ETF ของ BlackRock มูลค่าสูงถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์ ถือเป็นธุรกรรมขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา บน Dark Pool หรือแพลตฟอร์มซื้อขายส่วนตัวของกลุ่มสถาบัน
เหล่านักวิเคราะห์ระบุว่า การเทขายหุ้นครั้งมหาศาลจากเทรดเดอร์ปริศนารายนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่ประจวบเหมาะกับการร่วงลงอย่างรุนแรงของราคาบิตคอยน์ในตลาดพอดี
นักเทรดรายดังกล่าวได้ทำการปล่อยขายหุ้นของกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock จำนวนสูงถึง 29.2 ล้านหุ้น เมื่อเวลา 14:30 น. ผ่านระบบ Dark Pool ซึ่งเป็นเครือข่ายซื้อขายส่วนบุคคลที่สถาบันการเงินมักใช้ในการทำธุรกรรมบิ๊กดีลอย่างเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาบนกระดานสาธารณะ แต่ผลกระทบจากดีลยักษ์มูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์นี้ กลับส่งแรงสั่นสะเทือนเข้าสู่ตลาดคริปโตในทันที
ข้อมูลจาก TradingView เผยว่า ราคาบิตคอยน์ ดิ่งลงทันที 1.5% จากระดับ 77,875 ดอลลาร์ ลงมาอยู่ที่ 76,720 ดอลลาร์ ภายในเวลาสั้นๆ เพียง 10 นาที หลังจากเกิดธุรกรรม ก่อนที่ราคาจะค่อยๆ ซึมลงต่อเนื่อง ไปแตะจุดต่ำสุดของวันในอีก 12 ชั่วโมงต่อมาที่ระดับ 75,600 ดอลลาร์ คิดเป็นการปรับตัวลดลงรวม 2.8% ในวันนั้น
ความพัวพันที่แน่นแฟ้นกับตลาดทุนดั้งเดิม
แม้ว่าในอดีต Bitcoin มักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่เป็นอิสระและไม่ได้ขึ้นตรงกับใคร แต่การถือกำเนิดขึ้นของกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ได้ทลายกำแพงความต่างนั้นลงไปอย่างสิ้นเชิง เพราะมันเป็นสะพานเชื่อมที่เปิดทางให้กลุ่มทุนสถาบันยักษ์ใหญ่จากวอลล์สตรีทสามารถเข้ามาลงทุนได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ในปัจจุบัน Bitcoin มีความสัมพันธ์และเคลื่อนไหวสอดคล้อง ไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทางด้าน Eric Balchunas นักวิเคราะห์ชื่อดังฝ่าย ETF ของ Bloomberg ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าตกใจว่า หุ้นกองทุนบิตคอยน์ IBIT (BlackRock) จำนวนมหาศาลถึง 29.2 ล้านหุ้น ได้ถูกเทขายออกมาในคราวเดียว ที่ราคาหุ้นละ 43.16 ดอลลาร์ ซึ่งธุรกรรมการขายในทีเดียวนี้ มีขนาดใหญ่กว่าคำสั่งขายที่ใหญ่เป็นอันดับสองของวันอังคารถึง 22 เท่า ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำถึงความไม่ปกติอย่างรุนแรงของปริมาณวอลุ่มที่ทะลักออกมาในทีเดียว
วิกฤตกองทุน ETF เงินไหลออกต่อเนื่องทุบสถิติ
สถานการณ์ดังกล่าว ยิ่งเข้าไปซ้ำเติมภาพรวมของกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ให้ย่ำแย่ลงไปอีก เพราะในปัจจุบันมีเงินทุนไหลออกสุทธิทำสถิติติดต่อกันยาวนานเป็นวันที่ 8
โดยยอดการไหลออกเฉพาะในวันอังคารวันเดียว พุ่งสูงถึง 333.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งในจำนวนนี้ รวมถึงยอดเงินที่ไหลออกจากกองทุนตัวท็อปอย่าง IBIT ของ BlackRock เองถึง 192.4 ล้านดอลลาร์
หากลองนับย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคมเป็นต้นมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ตลาดมีสถิติเงินไหลเข้าสุทธิ จะพบว่า มีเม็ดเงินทุนหลั่งไหลออกจากกองทุน ETF รวมกันไปแล้วมหาศาลมากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์
โดยกลุ่มทุนใหญ่พากันลดความเสี่ยง และถอนเงินออกจากกองทุน Bitcoin ETF ในอัตราที่เร็วกว่าเม็ดเงินใหม่ที่จะไหลเข้ามาหมุนเวียนในตลาด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Jane Street บริษัทมาร์เก็ตเมกเกอร์ระดับโลก ที่ได้ทำการลดสัดส่วนการถือครอง Bitcoin ETF ลงถึงประมาณ 70% ในช่วงไตรมาสแรก ขณะที่ธนาคารเพื่อการลงทุนยักษ์ใหญ่อย่าง Goldman Sachs ก็ได้ปรับลดสถานะการลงทุนใน Bitcoin ETF ลง 10% เช่นกัน
ที่มา : cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : ตัวเลขเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนเด่นชัดว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันต่อบิตคอยน์กำลังเข้าสู่สภาวะชะลอตัวลงอย่างรุนแรง

