สรุปข่าว
- WasabiCard เชื่อว่า Stablecoin กำลังเปลี่ยนจาก “สินทรัพย์คริปโต” สู่ “โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน” สำหรับธุรกิจทั่วโลก
- ก่อนหน้านี้บริษัทเพิ่งประกาศระดมทุนรอบ Pre-A สำเร็จ รับเงินสนับสนุนรวมเกือบ 10 ล้านดอลลาร์ หรือราว 320 ล้านบาท
- AI Agent อาจกลายเป็นผู้ใช้งานระบบการเงินรายใหม่ในอนาคต ทำให้เกิดความต้องการโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินรูปแบบใหม่
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Ray Y ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ WasabiCard มองว่า Stablecoin ได้รับการพิสูจน์เรื่องใช้งานจริงไปแล้ว และกำลังก้าวจากสินทรัพย์คริปโตสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระดับโลก ขณะที่ AI จะกลายเป็นผู้ใช้งานระบบการเงินกลุ่มใหม่ในอนาคต โดยบริษัทเพิ่งระดมทุนรอบ Pre-A ได้เกือบ 10 ล้านดอลลาร์ หรือราว 320 ล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน การออกบัตรคริปโต และระบบการเงินที่รองรับโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Stablecoin และ AI
WasabiCard สตาร์ทอัพผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินและบัตรชำระเงินด้วย Stablecoin เชื่อว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของระบบการเงินที่ Stablecoin และ AI จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญไม่ต่างจากอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน สะท้อนผ่านความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Pre-A ซึ่งทำให้บริษัทได้รับเงินสนับสนุนเกือบ 10 ล้านดอลลาร์ หรือราว 320 ล้านบาท โดยมีนักลงทุนชั้นนำอย่าง Vernal Capital, Avenir Group, Vision Plus Capital และ 01VC เข้าร่วม
Ray Y ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ WasabiCard กล่าวว่า วิสัยทัศน์หลักของบริษัทตั้งแต่วันแรกคือ การแก้ปัญหาที่ระบบการเงินโลกยังไม่สามารถตามทันเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ได้
ปัจจุบันธุรกิจสามารถขยายตัวไปทั่วโลกได้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ AI สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานหลายสิบประเทศได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินยังคงทำงานด้วยรูปแบบเก่าที่ถูกออกแบบมาตั้งแต่ยุคก่อนอินเทอร์เน็ต
ซีอีโอ WasabiCard ระบุว่า แม้ Stablecoin จะสามารถโอนมูลค่าผ่านบล็อกเชนได้อย่างรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง แต่ระบบการชำระเงินในโลกความเป็นจริงยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับศักยภาพดังกล่าวได้อย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้การชำระเงินข้ามประเทศ การออกบัตรระดับโลก และระบบจ่ายเงินสำหรับองค์กรยังมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพและการเข้าถึง
จากคำถามเรื่องการใช้งาน สู่การแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐาน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมคริปโตมักตั้งคำถามว่า Stablecoin จะสามารถนำมาใช้งานจริงได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม WasabiCard มองว่า คำถามดังกล่าวได้รับคำตอบที่ชัดเจนไปแล้ว
ปัจจุบัน Stablecoin ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้ซื้อขายในตลาดคริปโตเท่านั้น แต่กำลังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารเงินสดองค์กร การชำระเงินระหว่างประเทศ การบริหารคลังเงิน และการโอนมูลค่าข้ามพรมแดน
บริษัทเชื่อว่า ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไปไม่ใช่เรื่องของการยอมรับเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ธุรกิจสามารถใช้งาน Stablecoin ได้จริงในระดับโลก ภายใต้กรอบกฎหมายและกฎระเบียบที่ชัดเจน
ด้วยเหตุนี้ WasabiCard จึงมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเงินที่เชื่อม Stablecoin เข้ากับการใช้งานจริงของภาคธุรกิจ ตั้งแต่ระบบออกบัตรระดับโลก การชำระเงินข้ามประเทศ ระบบหลายสกุลเงิน ไปจนถึงระบบการเงินแบบ Programmable Finance หรือการเงินที่สามารถกำหนดเงื่อนไขการทำงานผ่านซอฟต์แวร์ได้
Stablecoin กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล
WasabiCard มองว่า Stablecoin กำลังเปลี่ยนสถานะจากสินทรัพย์ที่ถือกำเนิดในโลกคริปโต ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระดับโลก
แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นจากความต้องการขององค์กรที่ต้องการระบบการชำระเงินที่รวดเร็ว ต้นทุนต่ำ และสามารถทำงานได้ตลอดเวลาโดยไม่ถูกจำกัดด้วยช่วงเวลาทำการของธนาคาร
ในมุมมองของบริษัท Stablecoin กำลังพัฒนาไปสู่บทบาทเดียวกับที่อินเทอร์เน็ตเคยทำกับข้อมูล นั่นคือการทำให้การเคลื่อนย้ายมูลค่าระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่รวดเร็วและไร้รอยต่อมากขึ้น
AI Agent อาจกลายเป็นผู้ใช้งานระบบการเงินรายใหม่
อีกหนึ่งแนวโน้มที่ WasabiCard ให้ความสำคัญคือ การเติบโตของ AI Agent หรือระบบ AI ที่สามารถดำเนินงานแทนมนุษย์ได้แบบอัตโนมัติ โดยบริษัทเชื่อว่า ในอนาคต AI จะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างคอนเทนต์หรือช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเท่านั้น แต่จะสามารถซื้อสินค้า จัดการค่าบริการรายเดือน กระจายการจ่ายเงิน และเข้าถึงบริการทางการเงินต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะสร้างความต้องการโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินรูปแบบใหม่ เนื่องจากระบบธนาคารแบบดั้งเดิมไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่ AI สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้โดยอัตโนมัติ
WasabiCard มองว่า โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินในอนาคตจะต้องรองรับการทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ การทำงานผ่าน API และการเชื่อมต่อระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลกับระบบการเงินแบบดั้งเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เตรียมขยายธุรกิจสู่ยุโรป
บริษัทเปิดเผยว่าเงินทุนรอบล่าสุดจะถูกนำไปใช้ในการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน การออกบัตรชำระเงินคริปโตระดับโลก การพัฒนาระบบเคลียริ่งด้วย Stablecoin และการสร้างโซลูชันด้านการเงินสำหรับองค์กร
นอกจากนี้ WasabiCard ยังเตรียมขยายการดำเนินงานเข้าสู่ยุโรปซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในภูมิภาคสำคัญของการเติบโตในอนาคต เนื่องจากมีความคืบหน้าด้านกฎระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจนมากขึ้น
บริษัทยังมีแผนลงทุนเพิ่มเติมในด้าน Compliance หรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระเงินในยุค AI เพื่อรองรับความต้องการของธุรกิจที่ดำเนินงานข้ามพรมแดนตั้งแต่วันแรก
Ray Y กล่าวทิ้งท้ายว่า อนาคตของระบบการเงินจะไม่ได้ถูกกำหนดโดยธนาคารหรือเครือข่ายการชำระเงินเพียงไม่กี่รายอีกต่อไป แต่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้มูลค่าเคลื่อนย้ายได้ทั่วโลกอย่างไร้รอยต่อ โดย Stablecoin และ AI จะเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ซึ่ง WasabiCard เชื่อว่านี่ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของยุคการเงินรูปแบบใหม่
มุมมองผู้เขียน: หาก Stablecoin สามารถเชื่อมโลกคริปโตเข้ากับระบบการเงินเดิมได้สำเร็จ และ AI เริ่มมีบทบาทในการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้นจริง ผู้ชนะในรอบต่อไปของอุตสาหกรรมอาจไม่ใช่โปรเจกต์ที่มีเหรียญดังที่สุด แต่เป็นบริษัทที่สร้างรางรถไฟทางการเงินให้ทุกคนใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อมากกว่า

