สรุปข่าว
- ธนาคารกลางกานาสั่งสถาบันการเงินทุกแห่งหยุดสนับสนุนกระเป๋าคริปโตสกุลเงินต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะกระเป๋าเงินที่อ้างอิงดอลลาร์สหรัฐฯ
- คำสั่งมีผลทันที ครอบคลุมทั้งธนาคาร ผู้ให้บริการชำระเงิน และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ หากฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
- แม้จะคุมเข้ม แต่ยังเปิดช่องให้ผู้ประกอบการคริปโตเข้าสู่ระบบกำกับดูแลผ่าน Virtual Asset Desk ในปี 2026
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ธนาคารกลางกานาสั่งให้สถาบันการเงินทุกแห่งยุติการสนับสนุนกระเป๋าเงินคริปโตสกุลเงินต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมเตือนว่า ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดีทันที เนื่องจากบริการดังกล่าวไม่ได้รับใบอนุญาตและขัดต่อกฎหมายการเงินของประเทศ อย่างไรก็ตาม กานาไม่ได้ปิดกั้นอุตสาหกรรมคริปโตทั้งหมด แต่ยังเปิดช่องให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบกำกับดูแลผ่าน Virtual Asset Desk เพื่อขอคำแนะนำด้านการจดทะเบียนและการปฏิบัติตามกฎระเบียบในปี 2026
ธนาคารกลางกานาหรือ “Bank of Ghana” เดินหน้าออกมาตรการคุมเข้มธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซี หลังออกคำสั่งให้สถาบันการเงินทุกแห่งภายใต้การกำกับดูแล ยุติการสนับสนุนกระเป๋าเงินคริปโตสกุลเงินต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งให้บริการผ่านแพลตฟอร์มคริปโต โดยเตือนว่า หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินมาตรการทางกฎหมายทันที
คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2026 โดยครอบคลุมธนาคารพาณิชย์ สถาบันรับฝากเงินเฉพาะทาง ผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ให้บริการด้านการชำระเงินทั้งหมด ห้ามจัดตั้งหรือสนับสนุนโครงสร้างใด ๆ ที่เอื้อให้กระเป๋าเงินคริปโตสกุลเงินต่างประเทศสามารถรับฝากเงิน เติมเงิน หรือชำระบัญชีผ่านระบบธนาคารภายในประเทศได้
ธนาคารกลางกานาระบุว่า ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มคริปโตหลายแห่งเปิดให้ผู้ใช้งานถือครองกระเป๋าเงินดิจิทัลที่อ้างอิงสกุลเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอาศัยการเชื่อมต่อกับระบบธนาคารของกานาผ่านการโอนเงิน บัตรชำระเงิน และช่องทางรับชำระเงินภายในประเทศ เพื่อให้บริการเหล่านี้ดำเนินต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลมองว่า ผู้ให้บริการเหล่านี้ไม่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินกิจกรรมทางการเงินในลักษณะดังกล่าว จึงทำให้ทั้งแพลตฟอร์มและโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการให้บริการเข้าข่ายผิดกฎหมายภายใต้กรอบกำกับดูแลทางการเงินของประเทศ
ธนาคารกลางอ้างอิงกฎหมายสำคัญอย่าง Payment Systems and Services Act ปี 2019 และ Foreign Exchange Act ปี 2006 ซึ่งกำหนดให้กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเงินตราต่างประเทศและระบบการชำระเงิน ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลก่อนดำเนินการ หากไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง การให้บริการดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมายการเงินของประเทศ
มาตรการครั้งนี้ จึงไม่ได้มุ่งเป้าไปที่แพลตฟอร์มคริปโตเพียงอย่างเดียว แต่ยังพุ่งตรงไปยังสถาบันการเงินในประเทศที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างระบบธนาคารกับผู้ให้บริการคริปโต โดยธนาคารกลางสั่งให้ผู้ให้บริการที่ยังสนับสนุนธุรกรรมเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นบริการธนาคาร การรับชำระเงิน การรับบัตร หรือการชำระบัญชี ต้องยุติความร่วมมือโดยทันที
ธนาคารกลางกานายังย้ำอีกว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นข้อบังคับ ไม่ใช่เพียงแค่คำแนะนำ โดยสถาบันการเงินที่ยังคงให้บริการแก่ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินคริปโตสกุลเงินดอลลาร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต จะถูกดำเนินมาตรการบังคับใช้กฎหมายทันที แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของบทลงโทษที่ชัดเจนก็ตาม
ในอีกด้านหนึ่ง ธนาคารกลางกานาได้เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าสู่ระบบกำกับดูแลอย่างถูกต้อง สามารถติดต่อ Virtual Asset Desk เพื่อสอบถามเกี่ยวกับแนวทางการจดทะเบียนและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบสำหรับปี 2026
มุมมองผู้เขียน: แม้ธนาคารกลางกานาจะคุมเข้มบริการกระเป๋าคริปโต แต่รัฐบาลยังคงเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบกำกับดูแลอย่างถูกต้อง สะท้อนให้เห็นว่า กานาไม่ได้ปิดกั้นอุตสาหกรรมคริปโตทั้งหมด
ที่มา:news.bitcoin

