สรุปข่าว
- Binance เตรียมขยายบทบาทจากกระดานเทรดคริปโต ไปสู่แพลตฟอร์มการเงินครบวงจรที่รองรับทั้งการซื้อขาย การลงทุน การชำระเงิน และการโอนเงิน
- บริษัทมองว่า Stablecoin จะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป หลังถูกนำไปใช้ในชีวิตจริงมากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพักเงินระหว่างเทรด
- Binance เดินหน้าเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น หุ้นในรูปแบบโทเคน กองทุน ETF และบริการทางการเงิน เพื่อดึงผู้ใช้ให้อยู่ภายในระบบนิเวศเดียว
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Binance เตรียมขยายธุรกิจจากกระดานเทรดคริปโตสู่ ‘ซูเปอร์แอป’ ด้านการเงินที่รวบรวมทั้ง บริการซื้อขาย การลงทุน การชำระเงิน และการโอนเงินไว้ในแพลตฟอร์มเดียว โดยมองว่า Stablecoin จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระยะต่อไป หลังถูกนำไปใช้ในชีวิตจริงมากขึ้น ทั้งการรับส่งเงินและเก็บรักษามูลค่า บริษัทจึงเดินหน้าเพิ่มผลิตภัณฑ์อย่างโทเคนหุ้น กองทุน ETF และบริการทางการเงินอื่น เพื่อดึงผู้ใช้ให้อยู่ในระบบนิเวศเดียวกันมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ที่ประชาชนยังเข้าถึงบริการธนาคารได้จำกัด
Binance กำลังวางหมากครั้งใหม่เพื่อขยายธุรกิจจากกระดานเทรดคริปโต ไปสู่ ‘ซูเปอร์แอป’ หรือแพลตฟอร์มด้านการเงินแบบครบวงจร โดยมองว่า การชำระเงิน การโอนเงิน และบริการทางการเงินที่หลากหลาย จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในระยะต่อไป ท่ามกลางการใช้งาน Stablecoin ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
Shunyet Jan หัวหน้าฝ่ายธุรกิจการซื้อขายสปอตและตราสารอนุพันธ์ของ Binance ให้สัมภาษณ์กับ CoinDesk ในโอกาสครบรอบ 9 ปีของบริษัทว่า Binance ต้องการพัฒนาแพลตฟอร์มให้เป็น ‘ซูเปอร์แอป’ ที่รองรับทั้งการซื้อขาย การลงทุน และการชำระเงิน
อย่างไรก็ตาม การซื้อขายคริปโตจะยังเป็นธุรกิจหลักของ Binance แต่บริษัทเห็นว่า Stablecoin ถูกนำไปใช้ชำระค่าสินค้า โอนเงินระหว่างประเทศ และเก็บรักษามูลค่ามากขึ้น จากเดิมที่ใช้เป็นแหล่งพักเงินระหว่างการเทรดคริปโตเป็นหลัก
Jan ระบุว่า ตลาดคริปโตยังไม่อิ่มตัว โดยแรงขับเคลื่อนระยะต่อไปจะมาจากการใช้งาน Stablecoin มากกว่าปริมาณซื้อขายเพียงอย่างเดียว
ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ธนาคาร บริษัทรับชำระเงิน และสถาบันการเงิน เริ่มใช้ Stablecoin เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระเงิน และโอนเงิน
ในช่วงปีที่ผ่านมา Binance ได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่อยู่นอกเหนือจากการซื้อขายคริปโต รวมถึงหุ้นในรูปแบบโทเคน กองทุน ETF และบริการทางการเงินอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถซื้อขาย ชำระเงิน และเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายได้ในแพลตฟอร์มเดียว
Jan กล่าวว่า พนักงาน Binance หลายคน รวมถึงตัวเขาเอง เก็บสินทรัพย์ส่วนใหญ่ไว้บนแพลตฟอร์ม เพราะสามารถนำไปซื้อขาย ชำระเงิน และใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตได้โดยไม่ต้องโอนไปยังผู้ให้บริการรายอื่น
Binance ไม่ใช่บริษัทคริปโตรายแรกที่เสนอแนวคิดซูเปอร์แอป ก่อนหน้านี้ Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase ระบุในปี 2023 ว่า บริษัทต้องการพัฒนาแพลตฟอร์มให้มีลักษณะคล้าย WeChat ของ Tencent ซึ่งรวมบริการสื่อสาร การชำระเงิน และบริการทางการเงินไว้ในแอปเดียว
Jan ระบุว่า ความต้องการบริการในลักษณะนี้มีสูงในประเทศตลาดเกิดใหม่ ซึ่งประชาชนบางส่วนยังเข้าถึงบัญชีธนาคาร ระบบโอนเงิน และผลิตภัณฑ์การลงทุนได้แบบจำกัด
ในตลาดดังกล่าว Stablecoin สามารถใช้รับส่งเงิน เก็บรักษามูลค่า และเข้าถึงบริการทางการเงินโดยไม่ต้องพึ่งพาธนาคารในประเทศเพียงอย่างเดียว
แผนการดังกล่าวจะทำให้ Binance ขยายฐานผู้ใช้จากนักลงทุนคริปโตไปสู่ผู้ใช้บริการชำระเงิน และการเงิน พร้อมลดการพึ่งพารายได้จากค่าธรรมเนียมซื้อขายในระยะยาว
มุมมองผู้เขียน: แนวทางใหม่ของ Binance สะท้อนว่า Stablecoin ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งพักเงินระหว่างการเทรดอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบการเงินดิจิทัล ทั้งด้านการชำระเงิน การโอนเงินข้ามประเทศ และการรักษามูลค่า
ที่มา:coindesk

