สรุปข่าว
- ‘ทิม คุก’ ยอมรับว่า ถือคริปโทส่วนตัว แต่เคยปฏิเสธการนำเงิน Apple ไปลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล
- Apple มีเงินสดและหลักทรัพย์สภาพคล่องสูงถึง 1.46 แสนล้านดอลลาร์ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า บริษัทเตรียมซื้อ Bitcoin
- ‘จอห์น เทอร์นัส’ ขึ้นเป็นซีอีโอคนใหม่ ขณะที่ประเด็นที่น่าจับตาอาจอยู่ที่ Stablecoin และระบบชำระเงิน มากกว่าการซื้อ BTC
แนวโน้มลผกระทบ: Neutral
‘ทิม คุก’ โบกมือลาตำแหน่งซีอีโอ Apple และส่งไม้ต่อให้ ‘จอห์น เทอร์นัส’ ทำให้ตลาดกลับมาจับตาทิศทางคริปโทของบริษัทอีกครั้ง โดย Apple ยังไม่มีแผนซื้อ Bitcoin ที่ยืนยันอย่างเป็นทางการ แม้มีเงินสดและหลักทรัพย์สภาพคล่องราว 1.46 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่รายงานเรื่องการใช้ Stablecoin เพื่อลดต้นทุนธุรกรรม อาจเป็นสัญญาณที่น่าสนใจกว่า หาก Apple เดินหน้าสู่การชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต
Apple บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเพิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น หลังจาก ‘ทิม คุก’ ก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอในวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา และส่งไม้ต่อให้ผู้นำคนใหม่อย่าง ‘จอห์น เทอร์นัส’
แต่สำหรับตลาดคริปโทฯ การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ทำให้คำถามเก่ากลับมาอีกครั้งว่า Apple จะเปลี่ยนท่าทีต่อ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ ?
ทิม คุกเคยประกาศจุดยืนเรื่องคริปโทอย่างไร?
ในเดือนพฤศจิกายน 2021 คุกถูกถามเกี่ยวกับคริปโทในงาน DealBook ของ New York Times ที่นิวยอร์ก เขายอมรับว่า ถือคริปโทเป็นการส่วนตัว แต่ไม่เห็นด้วยกับการนำเงินของ Apple ไปลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล
คุกให้เหตุผลว่า นักลงทุนซื้อหุ้น Apple เพื่อรับผลตอบแทนจากธุรกิจของบริษัท ไม่ใช่เพื่อรับความเสี่ยงจากตลาดคริปโท
เขากล่าวว่า “ผมคงไม่เอาเงินไปลงทุนในคริปโท ไม่ใช่เพราะว่าผมไม่อยากลงทุนด้วยเงินของตัวเอง แต่เพราะผมไม่คิดว่าคนจะซื้อหุ้น Apple เพื่อที่จะได้มีโอกาสลงทุนในคริปโท”
ทั้งนี้ คุกไม่ได้เปิดเผยจำนวนเงินที่เขาถือครอง และไม่ได้ระบุว่าเป็น Bitcoin หรือคริปโทเคอร์เรนซีสกุลใด
ตัวเลขในปัจจุบัน
ข้อมูลราคาที่อยู่ในรายงานระบุว่า Bitcoin ทำจุดสูงสุดประมาณ 68,991 ดอลลาร์ ในวันถัดจากการให้สัมภาษณ์ของคุก ก่อนจะซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 78,000 ดอลลาร์ ในปัจจุบัน หรือเพิ่มขึ้นราว 12%
ขณะที่หุ้น Apple ปิดปี 2021 ที่ 175.35 ดอลลาร์ และปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่ 319.70 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 82%

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin ให้ผลตอบแทนด้อยกว่าหุ้น Apple ในทุกช่วงเวลา แต่สะท้อนว่า Apple สามารถสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นผ่านธุรกิจหลักของบริษัท โดยไม่จำเป็นต้องนำ Bitcoin เข้ามาเป็นสินทรัพย์ในงบดุล
และนี่คือจุดที่น่าสนใจ เพราะแม้ Apple จะมีเงินสดและหลักทรัพย์ที่สามารถซื้อขายได้จำนวนมหาศาล แต่บริษัทก็ยังไม่ได้ประกาศแผนซื้อ Bitcoin เพื่อถือเป็นสินทรัพย์สำรอง
ข้อมูลจากเอกสารทางการเงินของ Apple ระบุว่า ณ วันที่ 27 มิถุนายน 2026 บริษัทมีเงินสดและหลักทรัพย์ที่สามารถซื้อขายได้รวมประมาณ 1.46 แสนล้านดอลลาร์
Apple มีเงินทุนเพียงพอสำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก หากฝ่ายบริหารเห็นว่าเหมาะสม แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าบริษัทกำลังเตรียมซื้อ Bitcoin
สิ่งที่เปลี่ยนไปในตอนนี้คือคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ซีอีโอ
จอห์น เทอร์นัส เข้ารับตำแหน่งซีอีโอต่อจาก ทิม คุก หลังทำงานกับ Apple มาประมาณ 25 ปี โดยเขามีประสบการณ์การทำงานด้านวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และผลิตภัณฑ์ ขณะที่คุกยังคงอยู่กับบริษัทในตำแหน่ง Executive Chairman
ปัจจุบันเทอร์นัสยังไม่ได้แสดงจุดยืนต่อสาธารณะอย่างชัดเจนว่า เขามอง Bitcoin และคริปโทอย่างไร
ดังนั้น การเปลี่ยนตัวซีอีโอไม่ได้หมายความว่า Apple กำลังจะซื้อ Bitcoin แต่ทำให้ทิศทางในอนาคตยังเป็นคำถามที่ตลาดต้องติดตามกันต่อไป
ทำไม Stablecoin มีความสำคัญมากกว่าการเอาเงินบริษัทไปลงทุน?
หาก Apple จะเข้ามามีบทบาทในโลกคริปโท สิ่งที่น่าจับตาอาจไม่ใช่การนำเงินบริษัทไปซื้อ Bitcoin แต่อาจเป็นการนำ Stablecoin เข้ามาใช้ในระบบชำระเงิน
ในปี 2025 มีรายงานว่า Apple เคยพูดคุยเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้ Stablecoin เพื่อช่วยลดต้นทุนในการชำระและเคลียร์ธุรกรรม อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่ได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เปิดให้ใช้งาน และ Apple ไม่เคยยืนยันอย่างเป็นทางการ
รายงานดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อมูลจากแหล่งข่าว ไม่ใช่การประกาศแผนจาก Apple อย่างเป็นทางการ
เหตุผลที่ประเด็นนี้น่าสนใจคือ ธุรกิจ Services ของ Apple สร้างรายได้ถึง 3.07 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่ Apple Pay ก็มีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระเงินอยู่แล้ว การนำ Stablecoin เข้ามาใช้งานจึงอาจเชื่อมโยงกับธุรกิจที่ Apple มีอยู่เดิมได้โดยตรง
นอกจากนี้ Apple ยังมีอิทธิพลต่อตลาดคริปโทผ่าน App Store ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการกำหนดว่าแอปพลิเคชันประเภทใดสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานในระบบนิเวศของบริษัท
ด้วยเหตุนี้ หาก Apple ผ่อนคลายกฎสำหรับแอปคริปโท หรือเปิดรับระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่มากขึ้น ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องมี Bitcoin อยู่ในงบดุลของบริษัทแม้แต่เหรียญเดียว
ที่มา:beincrypto
มุมมองผู้เขียน: นักลงทุนคริปโทอย่าเพิ่งคาดหวังว่า Apple จะประกาศซื้อ Bitcoin ในเร็ว ๆ นี้ เพราะยังไม่มีสัญญาณยืนยันจากบริษัทอย่างเป็นทางการ สิ่งที่น่าจับตากว่าคือ แนวทางของซีอีโอคนใหม่ต่อระบบการเงินดิจิทัล โดยเฉพาะ Stablecoin และการชำระเงิน หาก Apple ขยับจากเพียงการเปิดรับคริปโทบนแพลตฟอร์ม ไปสู่การนำ Stablecoin มาใช้งานจริง อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คริปโทเข้าถึงผู้ใช้งานทั่วโลกได้มากขึ้น

