bitkub-banner

KULR ถอยทัพ เทขาย Bitcoin 764 BTC  หมดเกลี้ยงคลัง หันปรับกลยุทธ์ทางการเงินใหม่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • KULR Technology Group บริษัทจดทะเบียนในตลาด NYSE American เทขาย Bitcoin ทั้งหมดที่ถือครองราว 764 BTC ในช่วงวันที่ 20 สิงหาคม ถึง 11 กันยายน 2026
  • การขายครั้งนี้ ทำเงินเข้าบริษัทประมาณ 58.6 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาขายเฉลี่ย 76,633 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยที่เคยซื้อไว้ราว 100,579 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
  • บริษัทได้ยุติการขุด Bitcoin และเคลียร์หนี้กับ Coinbase หมดแล้ว โดยให้เหตุผลเรื่องการลดความผันผวนทางบัญชี และมุ่งเน้นธุรกิจหลัก

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bearish

การที่บริษัทตัดสินใจเทขาย Bitcoin ที่ถืออยู่ทั้งหมดทิ้ง ถือเป็นสัญญาณลบต่อความเชื่อมั่นในระยะสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการขายขาดทุนในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนอย่างชัดเจน แม้ว่าจำนวน 764 BTC จะไม่ได้มากมายพอที่จะสั่นสะเทือนภาพรวมของตลาดได้ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่บริษัทขนาดเล็กหลายแห่งเริ่มถอยห่างจากกลยุทธ์การถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นทุนสำรอง เนื่องจากทนแรงกดดันจากความผันผวนของราคาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวเลขในงบการเงินไม่ไหว

KULR Technology Group บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) ได้ยื่นรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ระบุว่า บริษัทได้ดำเนินการขายเหรียญ Bitcoin (BTC) ทั้งหมดที่ถือครองอยู่จำนวน 764 BTC ในช่วงระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม ถึง 11 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา 

โดยระบุเหตุผลในการขายสั้น ๆ ว่า เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการทางการเงิน ส่งผลให้ ณ วันที่ยื่นรายงาน บริษัทไม่มีเหรียญ Bitcoin เหลืออยู่ในงบการเงินอีกต่อไป 

ทั้งนี้ KULR เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงด้านระบบพลังงานสมรรถนะสูงและ AI Robotics  ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับการจับตาอย่างมาก ในฐานะหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินนโยบายเข้าซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่อง

รายได้จากการเทขาย และสาเหตุการยกเลิกนโยบายถือครอง Bitcoin

รายงานชี้แจงเพิ่มเติมว่า บริษัทได้รับเงินจากการขาย Bitcoin ในตลาดเสรีคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 58.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ $76,633 ต่อ 1 BTC 

แม้ในรายงานฉบับนี้จะไม่ได้ระบุราคาต้นทุนเฉลี่ยในการเข้าซื้อ Bitcoin ของบริษัทไว้ แต่จากรายงานประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2026 พบว่า ต้นทุนเฉลี่ย ณ สิ้นไตรมาสดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ $100,579 ต่อเหรียญ

ก่อนหน้านี้ KULR เริ่มเข้าซื้อ Bitcoin ครั้งแรก เมื่อเดือนธันวาคม 2024 และได้เพิ่มสัดส่วนการถือครอง Bitcoin มาโดยตลอด แต่ Mike Kimmel ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ได้เปิดเผยระหว่างการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 เมื่อวันที่ 13 เดือนที่แล้วว่า บริษัทเริ่มทยอยลดการถือครองคริปโตลง 

โดยให้เหตุผลว่า แม้กลยุทธ์การถือครอง Bitcoin จะมอบความยืดหยุ่นทางการเงินที่สูง แต่ความผันผวนของราคาที่รุนแรงก็ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสถานะทางการเงินของบริษัท 

นอกจากนี้ บริษัท KULR ยังได้ยุติกิจกรรมการขุด Bitcoin และดำเนินการชำระคืนเงินกู้ทั้งหมดให้แก่ Coinbase เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยชี้แจงว่า มาตรการทั้งหมดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการเจือจางของหุ้น (Equity dilution), ลดความผันผวนในงบดุล, เพิ่มความชัดเจนทางการเงิน ตลอดจนมุ่งเน้นการจัดสรรเงินทุนและทรัพยากรไปที่การเติบโตของธุรกิจหลักเป็นสำคัญ

ที่มา : coinpost


มุมมองผู้เขียน : การถือครอง Bitcoin ในงบดุลของบริษัทขนาดเล็กที่ไม่ได้มีทุนหนาแน่นเท่ากับยักษ์ใหญ่อย่าง Strategy นั้นมีความเสี่ยงสูงกว่ามาก การตัดสินใจถอยออกมาในตอนนี้แม้จะต้องยอมขาดทุนจากต้นทุนเดิม แต่ก็ช่วยให้บริษัทสามารถกลับไปโฟกัสกับธุรกิจหลักของตนเองได้อย่างชัดเจนขึ้น