สรุปข่าว
- คณะกรรมาธิการการจัดหารายได้ แห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมาย Digital Asset Tax Certainty Act ด้วยคะแนนเสียงข้ามพรรค 38 ต่อ 5
- ร่างกฎหมาย ครอบคลุมการจัดเก็บภาษี Stablecoin การขุด การสเตกกิ้ง การกู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัล และตั้งข้อยกเว้นภาษีสำหรับธุรกรรมมูลค่าต่ำกว่า 10 ดอลลาร์
- ความเคลื่อนไหวนี้ เกิดขึ้นหนึ่งวัน หลังร่างกฎหมาย CLARITY Act ล้มในวุฒิสภา ทำให้ SEC และ CFTC ประกาศเดินหน้ากำกับดูแลตลาดคริปโตด้วยอำนาจที่มีอยู่เดิมแทน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
ในระยะสั้นข่าวนี้ ยังไม่น่าจะสร้างแรงกระเพื่อมต่อราคาคริปโตในวงกว้าง เพราะร่างกฎหมายเพิ่งผ่านเพียงชั้นคณะกรรมาธิการ ยังต้องรอการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรเต็มคณะ และวุฒิสภาต่ออีกหลายขั้น แต่ในเชิงโครงสร้างระยะยาว ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่ออุตสาหกรรม เนื่องจากการวางกรอบภาษีที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะข้อยกเว้นสำหรับธุรกรรมย่อย จะช่วยลดภาระด้านการปฏิบัติตามกฎหมายให้กับผู้ใช้งานและนักลงทุนรายย่อยได้มาก
คณะกรรมาธิการการจัดหารายได้แห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมาย Digital Asset Tax Certainty Act เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียง 38 ต่อ 5 ซึ่งถือเป็นคะแนนที่ค่อนข้างท่วมท้นจากสมาชิกทั้งสองพรรค
ร่างกฎหมายฉบับนี้มุ่งปรับปรุงเกณฑ์การจัดเก็บภาษีคริปโตเคอเรนซีในหลายมิติ ตั้งแต่ Stablecoin, การขุด, การสเตกกิ้ง, การกู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัล ไปจนถึงค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม
การผ่านชั้นคณะกรรมาธิการครั้งนี้ ทำให้ร่างกฎหมายพร้อมเดินหน้า เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเต็มคณะเป็นขั้นตอนถัดไป
สาระสำคัญของร่างกฎหมาย
ร่างกฎหมายฉบับนี้ เสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษีพิเศษให้กับ Stablecoin ที่อิงมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงข้อตกลงการกู้ยืมคริปโตบางประเภท พร้อมขยายมาตรการป้องกันการขายขาดทุนเพื่อหวังผลทางภาษี ให้ครอบคลุมสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการซื้อขายเป็นวงกว้างมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำเกณฑ์ใหม่สำหรับคำนวณรายได้ที่เกิดจากการขุดและการสเตกกิ้งด้วย
จุดที่น่าจับตาที่สุดคือ การสร้างข้อยกเว้นขั้นต่ำสำหรับค่าธรรมเนียมธุรกรรมคริปโต ผู้เสียภาษีจะไม่ต้องนำผลกำไรหรือขาดทุนมาคำนวณภาษี หากใช้สินทรัพย์ดิจิทัลชำระค่าธรรมเนียมเครือข่ายหรือค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่มีมูลค่าไม่เกิน 10 ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการลดภาระด้านเอกสารและการรายงานภาษีให้กับผู้ใช้งานรายย่อยที่ทำธุรกรรมเล็กๆ น้อยๆ อยู่เป็นประจำ
ผลกระทบหลังร่าง CLARITY Act ล้ม
จังหวะเวลาของข่าวนี้น่าสนใจไม่น้อย เพราะเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดระดับภาพรวม ที่จะแบ่งขอบเขตอำนาจกำกับดูแลระหว่าง SEC และ CFTC ล้มเหลวในวุฒิสภา
ผลการลงมติปิดการอภิปรายเมื่อวันอังคารได้คะแนนเพียง 49 ต่อ 50 เสียง ไม่ถึงเกณฑ์ 60 เสียงที่กำหนดไว้ สว. Cynthia Lummis ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคเดโมแครตว่า เลื่อนข้อเรียกร้องออกไปเรื่อยๆ จนทำให้ร่างกฎหมายไม่คืบหน้า
หลังร่างกฎหมายหลักถูกตีตกในวุฒิสภา Paul Atkins ประธาน SEC และ Michael Selig ประธาน CFTC ต่างออกมาส่งสัญญาณผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ในทิศทางเดียวกันว่า ทั้งสองหน่วยงานจะเดินหน้าใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่เดิมออกระเบียบปฏิบัติ เพื่อสร้างความชัดเจนและคุ้มครองผู้บริโภค กำกับดูแลตลาดคริปโตต่อไป โดยไม่ต้องรอให้สภาคองเกรสออกกฎหมายใหม่
ที่มา : cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : ร่างกฎหมาย Digital Asset Tax Certainty Act ถือเป็นหมุดหมายสำคัญอีกก้าวหนึ่งในการวางกรอบภาษีคริปโตของสหรัฐฯ ให้ชัดเจนขึ้น แม้จะยังต้องผ่านการพิจารณาอีกหลายขั้นก่อนมีผลบังคับใช้จริง แต่คะแนนเสียงข้ามพรรคที่ท่วมท้นสะท้อนว่า เรื่องภาษีคริปโตเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายพอจะหาจุดร่วมกันได้ง่ายกว่าเรื่องโครงสร้างอำนาจกำกับดูแลอย่าง CLARITY Act

