bitkub-banner

BlackRock มองการณ์ไกล ชี้ GPU อาจกลายเป็นสินทรัพย์ที่ถูกแปลงเป็นโทเค็นในอนาคต

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • BlackRock ออกรายงาน White Paper ชื่อ “The Machine-Native Economy” เสนอแนวคิดว่า กำลังประมวลผล AI หรือ GPU อาจกลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ตั้งราคา ระดมทุน และซื้อขายผ่านโทเค็นบนบล็อกเชนได้
  • รายงานชี้ตลาดบริการคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกล อาจโตไปแตะ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ภายในปี 2030 ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 29% ต่อปี
  • AI Agent ถูกมองเป็น “ตัวละครทางเศรษฐกิจ” ที่สามารถตัดสินใจเลือกซื้อกำลังประมวลผล และจ่ายเงินได้เอง ผ่านโปรโตคอลอย่าง x402 และ Machine Payments Protocol

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral 

เนื่องจากยังเป็นเพียงกรอบแนวคิด และรายงานวิจัย ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่เปิดให้เทรดจริงซึ่งการที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่อย่าง BlackRock หันมาให้น้ำหนักกับแนวคิดนี้ ย่อมส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในกลุ่ม RWA (Real World Assets) และโทเคนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในระยะกลางถึงระยะยาว

BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ในหัวข้อ “The Machine-Native Economy: How digital assets connect intelligence, commerce, and compute” นำเสนอมุมมองที่น่าสนใจว่า กำลังประมวลผลของ AI อย่างหน่วยประมวลผลกราฟิก หรือ GPU นั้น มีศักยภาพจะกลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ ที่สามารถตั้งราคา ระดมทุน และซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้ในรูปของโทเค็นบนบล็อกเชน 

โดยรายงานฉบับนี้วางกรอบจุดเชื่อมโยงสำคัญไว้ 3 ด้าน ระหว่างโลกของ AI กับระบบการเงินแบบโปรแกรมได้ ได้แก่ ระบบชำระเงินอัตโนมัติระหว่างเครื่องจักรด้วยกันเอง, สินทรัพย์ทางการเงินที่ถูกแปลงเป็นโทเค็น และตลาดเกิดใหม่สำหรับซื้อขายกำลังประมวลผลโดยตรง

กลไกการทำงาน เมื่อ AI เลือกซื้อพลังคำนวณเองได้ เหมือนจองตั๋วเครื่องบิน

ใจความสำคัญของรายงานอยู่ที่แนวคิดเรื่อง “สัญญาดิจิทัลมาตรฐาน” ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนสิทธิ์การเข้าถึงทรัพยากรประมวลผล และกลายเป็นเครื่องมือหลัก สำหรับการระดมทุน และชำระราคาแบบอัตโนมัติ

BlackRock อธิบายภาพให้เห็นชัดว่า ในอนาคต AI Agent จะสามารถตัดสินใจเลือกระบบประมวลผลที่เหมาะสมที่สุด และทำธุรกรรมได้ด้วยตัวเอง โดยพิจารณาจากปัจจัยราคา ประสิทธิภาพ และความหน่วงของระบบ ไม่ต่างจากอัลกอริทึมที่คอยเลือกตั๋วเครื่องบินราคาถูกที่สุดให้ผู้ใช้

ตัวเลขที่ทำให้แนวคิดนี้น่าจับตามองคือ รายได้จากบริการคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกลถูกคาดการณ์ว่า จะพุ่งแตะ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในปี 2030 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 29% นับตั้งแต่ปี 2025 แม้นวัตกรรมโทเค็นประมวลผลจะแย่งส่วนแบ่งตลาดมาได้เพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังถือเป็นมูลค่ามหาศาล ที่แซงหน้าหลายภาคส่วนในอุตสาหกรรมคริปโตปัจจุบันไปได้สบาย

โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเศรษฐกิจแบบเครื่องจักรถึงเครื่องจักร

รายงานยังพูดถึงโปรโตคอลการชำระเงินระหว่าง AI Agent เช่น x402 และ Machine Payments Protocol ว่า จะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ AI Agent สามารถทำธุรกรรมและจ่ายค่าพลังงานประมวลผลที่ต้องใช้ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์มากดยืนยันคำสั่งซื้อทุกครั้งเหมือนในปัจจุบัน นี่คือหัวใจของสิ่งที่ BlackRock เรียกว่าเศรษฐกิจแบบเครื่องจักรถึงเครื่องจักรอย่างแท้จริง

BlackRock ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า ตลาดในรูปแบบนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการคาดการณ์เท่านั้น ยังต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย ระบบยืนยันตัวตน และการปฏิบัติตามกฎหมายอีกมาก ก่อนจะเดินหน้าเต็มรูปแบบได้ 

แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญที่ต่อยอดมาจากการนำสินทรัพย์ดั้งเดิมขึ้นบล็อกเชน อย่างกองทุน BUIDL ที่ BlackRock เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ และยังสะท้อนภาพชัดเจนว่า บริษัท BlackRock มอง AI Agent  เป็น “ตัวละครทางเศรษฐกิจ” ที่มีศักยภาพทำธุรกรรมได้ด้วยตัวเองในโลกอนาคต

ที่มา : cryptobriefing


มุมมองผู้เขียน : แนวคิดนี้ฟังดูอาจจะยังไกลตัวในปัจจุบัน แต่ทิศทางเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่า เส้นแบ่งระหว่างโครงสร้างพื้นฐาน AI กับระบบการเงินบนบล็อกเชนกำลังเลือนหายไป