สรุปข่าว
- Michael Burry เปลี่ยนเกมเดิมพันขาลง ปิด Short หุ้น AI หลายตัว แล้วหันมาใช้ Put Options แทน เพื่อเพิ่ม Leverage
- Burry เร่งไทม์ไลน์ฟองสบู่ AI หลังมองว่า การลงทุน AI มหาศาลยังต้องพิสูจน์ว่าจะสร้างรายได้กลับมาได้มากพอหรือไม่
- นักลงทุนชื่อดังเลือกเดิมพันสวนทางกับตลาด Nasdaq เพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่ Nvidia ยังมองว่า AI กำลังเข้าสู่ช่วงการผลิตระดับสูง
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Michael Burry ปรับกลยุทธ์เดิมพันขาลงครั้งใหญ่ ด้วยการปิดสถานะ Short ในหุ้นและ ETF หลายตัวที่เกี่ยวข้องกับธีม AI ก่อนเปลี่ยนมาใช้ Put Options ซึ่งมีวันหมดอายุและเปิดทางให้เขาเพิ่ม Leverage หากราคาปรับตัวลงตามกรอบเวลาที่คาดไว้ Burry มองว่า เม็ดเงินลงทุน AI จำนวนมหาศาลอาจกลายเป็นความเสี่ยง หากรายได้ในอนาคตไม่มากพอที่จะรองรับต้นทุน ขณะที่หุ้นอย่าง Micron และ Palantir เริ่มปรับตัวลงจากจุดสูงสุดแล้ว โดยจุดสำคัญในการพิสูจน์มุมมองของเขาคือ ในช่วงเดือนมิถุนายนและกันยายน 2027
Michael Burry นักลงทุนผู้สร้างชื่อจากการทำนายวิกฤตซับไพรม์ปี 2008 กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังเปิดเผยการปรับพอร์ตครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนกลยุทธ์จากการ Short หุ้นโดยตรง มาเป็นการซื้อ Put Options เพื่อเดิมพันกับการปรับตัวลงของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธีม AI
Burry เปิดเผยผ่านจดหมายข่าว Cassandra Unchained เมื่อวันที่ 28 กันยายนว่า หลังใช้ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เขาตัดสินใจปรับกลยุทธ์การลงทุน โดยปิดสถานะ Short ในหุ้นหลายตัว แล้วเปลี่ยนมาเป็นการถือ Put Options แทน
หุ้นที่ Burry ปิดสถานะ Short ประกอบด้วย Micron, Nebius, Caterpillar, CoreWeave, Nvidia, Palantir และ Oracle รวมถึง iShares Semiconductor ETF (SOXX)
จากนั้นเขาเปลี่ยนสถานะเหล่านี้มาเป็น Put Options แทน ยกเว้น CoreWeave ซึ่งยังไม่สามารถหาราคา Put ที่เหมาะสมได้ ขณะเดียวกัน Burry ยังเพิ่มการเดิมพันขาลงใน MetLife ผ่านการซื้อ Put Options ระยะยาวอีกด้วย
จากนั้น Burry ได้เปลี่ยนสถานะในสินทรัพย์เหล่านี้มาเป็น Put Options ยกเว้น CoreWeave ซึ่งยังไม่สามารถหาราคา Put ที่เหมาะสมได้ ขณะเดียวกัน Burry ยังเพิ่มการเดิมพันขาลงใน MetLife ผ่านการซื้อ Put Options ระยะยาวอีกด้วย
ทำไม Burry ถึงเปลี่ยนจาก Short เป็น Put Options?
การเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับไทม์ไลน์ที่ Burry มองว่า ตลาดจะปรับตัวลง การ Short หุ้นโดยตรงไม่ได้กำหนดวันหมดอายุของสัญญา ขณะที่ Put Options มีอายุจำกัด และจะให้ผลตอบแทนที่มากกว่า หากราคาหุ้นปรับลงตามที่คาดไว้ภายในช่วงเวลานั้น
Burry ระบุว่า เขากำลังเลื่อนกรอบเวลาที่คาดการณ์ให้เร็วขึ้น เมื่อมองว่าการปรับตัวลงอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคยประเมิน การใช้ Put Options จึงเปิดทางให้เขาเพิ่ม Leverage ในการเดิมพันขาลงได้มากขึ้น
เงินลงทุน AI มหาศาล กำลังกลายเป็นคำถามสำคัญ
หนึ่งในข้อมูลที่ Burry นำมาพิจารณามาจาก Ares Management ซึ่งตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่กำลังไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้ง ดาต้าเซ็นเตอร์, ชิป และระบบรองรับการประมวลผล
บริษัทเทคโนโลยียังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อรองรับความต้องการด้าน AI แต่ในอีกด้านหนึ่ง รายได้ที่จะเกิดขึ้นจากการลงทุนเหล่านี้ยังต้องพิสูจน์ต่อไปว่ามากพอจะรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหรือไม่
หากรายได้จาก AI ในช่วงใดช่วงหนึ่งออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่บริษัทต่าง ๆ ยังต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล ฝ่ายบริหารก็อาจเริ่มทบทวนการจัดสรรเงินทุน และชะลอการลงทุนในบางส่วนลง
หากเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายบริษัท ผลกระทบก็อาจส่งต่อไปยังทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ผู้ผลิตชิป บริษัทที่ลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI
ตลาดหุ้นยังเคลื่อนไหวสวนทางกับมุมมองของ Burry
ในขณะที่ Burry กำลังวางเดิมพันขาลง ตลาดหุ้นกลับยังคงสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรม AI โดยดัชนีหุ้น Nasdaq เพิ่งทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia เองก็ระบุว่า AI กำลังเข้าสู่ช่วงขยายกำลังการผลิตและการลงทุน
หุ้นบางตัวที่ Burry เลือกเดิมพันขาลงเริ่มปรับตัวออกจากจุดสูงสุดแล้ว เช่น Micron ซึ่งอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดประมาณ 16% และ Palantir ที่ต่ำกว่าจุดสูงสุดประมาณ 10%
ภาพของตลาดจึงยังมีสองมุมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งยังมองเห็นโอกาสเติบโตจาก AI ขณะที่ Burry กำลังตั้งคำถามว่า การลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจะสร้างรายได้กลับมาได้มากพอหรือไม่
เดือนมิถุนายนปีหน้าเป็นจุดที่ต้องจับตา
หากมองไปข้างหน้า เดือนมิถุนายน 2027 จะกลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าจับตาสำหรับการเดิมพันขาลงของ Michael Burry โดยเฉพาะ Put Options ของ Micron และ Nebius ที่มีกำหนดหมดอายุในเดือนดังกล่าว
กำหนดหมดอายุนี้ทำให้เดือนมิถุนายนปีหน้ากลายเป็นจุดที่ตลาดสามารถนำมุมมองของ Burry มาเทียบกับการเคลื่อนไหวจริงของราคาหุ้นได้ว่า กรอบเวลาที่เขาเร่งให้เร็วขึ้นนั้น เริ่มสะท้อนออกมาในตลาดหรือไม่
ขณะที่ Put Options ของ Nvidia, Palantir และ iShares Semiconductor ETF (SOXX) มีกำหนดหมดอายุในเดือนกันยายน 2027 ทำให้สถานะเหล่านี้ยังมีเวลาเหลืออีกพอสมควร ก่อนที่ตลาดจะสามารถประเมินผลของการเดิมพันได้อย่างเต็มที่
แต่สำหรับการถือ Put Options สิ่งที่แตกต่างจากการ Short หุ้นโดยตรงคือ เวลาเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้ทิศทางราคา
แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลงในท้ายที่สุด แต่หากการปรับตัวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสัญญา Put หมดอายุ มูลค่าของสถานะก็สามารถลดลงหรือหมดมูลค่าได้ตามเงื่อนไขของสัญญา
ที่มา:Beincrypto
มุมมองผู้เขียน: ตราบใดที่รายได้ยังเติบโตได้ทันกับเงินลงทุน หุ้นในธีมนี้ก็ยังมีแรงหนุนรองรับอยู่ แต่หากวันหนึ่งต้นทุนการลงทุนเริ่มโตเร็วกว่ารายได้ ความกังวลก็อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ้นบางตัว แต่อาจกระทบภาพรวมของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้

