สรุปข่าว
- ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเปลี่ยนชื่อเรียก AI เป็น SI (Super Intelligence) พร้อมทั้งบังคับใช้คำดังกล่าวในหน่วยงานราชการ
- นักลงทุนและนักเก็งกำไรบนแพลตฟอร์มพยากรณ์ Polymarket สามารถล่วงรู้และวางเดิมพันเรื่องการเปลี่ยนชื่อดังกล่าวได้อย่างแม่นยำก่อนการประกาศ
- สังคมมองว่าการเปลี่ยนชื่อเป็น SI ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสำคัญที่ประชาชนต้องการให้แก้ไขมากกว่า
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปลี่ยนชื่อเรียกปัญญาประดิษฐ์จาก AI เป็น “SI” (Super Intelligence) พร้อมตั้งหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง AI Force และ AI Czar โดยมีกลุ่มนักลงทุนในตลาดคริปโทฯ คาดการณ์และเดิมพันเหตุการณ์นี้ไว้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อเพื่อภาพลักษณ์ และไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาเร่งด่วนที่แท้จริง
ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เชิญตัวผู้นำในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์เข้าไปพูดคุยและรับประทานมื้อค่ำที่ทำเนียบขาว ก่อนที่ภายหลังการประชุมจะมีการเปลี่ยนชื่อ AI ให้กลายเป็นคำว่า SI
เดิมทีคำว่าเอไอเป็นการแปลงตรงตัวจากคำว่าปัญญาประดิษฐ์ แต่จากแถลงการณ์คำสั่งบริหารใหม่ของทรัมป์ เขาได้ทำการเปลี่ยนชื่อนวัตกรรมใหม่นี้ให้กลายเป็น SI หรือ “Super Intelligence” แปลเป็นความหมายได้ว่า “สิ่งสุดยอดที่มีปัญญาล้ำเลิศ” และบังคับให้หน่วยงานราชการต้องใช้คำศัพท์ใหม่นี้แทนที่ในเอกสาร รายงาน หรือสื่อที่มีการเผยแพร่สู่สาธารณะ
สาเหตุที่ทำให้ ทรัมป์ ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ AI สืบเนื่องมาจากการเขาพบว่าหลายฝ่ายมองว่า “ปัญญาประดิษฐ์” อาจไม่สามารถสื่อความหมายได้อย่างถูกต้อง และจำเป็นที่จะต้องหาคำที่เหมาะสมกว่ามาใช้แทน โดยให้ตัวเลือกมา 3 ชื่อได้แก่ Superior Intelligence (SI), Extreme Intelligence (EI) หรือ Supreme Intelligence (SI) จากนั้นจึงให้ชาวโซเชียลทำการโหวตเพื่อดูคะแนนเสียง
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่านักลงทุนจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าทรัมป์จะมีการเปลี่ยนชื่อ AI เป็นคำว่า Super Intelligence เห็นได้จากทั้งผลโหวตเบื้องต้นบน X และข้อมูลจากแพลตฟอร์มพยากรณ์ Polymarket ที่พบว่านักลงทุนเดิมพันกันว่าทรัมป์จะเปลี่ยนชื่อ AI ภายในวันที่ 30 กันยายน ซึ่งก็เกิดขึ้นจริงๆ

นอกจากนี้ ในช่วงเวลาเดียวกันทรัมป์ยังได้ประกาศแต่งตั้งทีมงาน “AI Force” และจะมีการแต่งตั้ง “AI Czar” ขึ้นมาทำงานเพื่อสอดส่องบริษัทที่ประพฤติตนไม่ได้ในอุตสาหกรรมดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่าการเปลี่ยนชื่อไปใช้ SI ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรใดๆ ที่โลกกำลังประสบอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของดาต้าเซ็นเตอร์ ในขณะที่ประชาชนทั่วไปก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเหตุการณ์นี้ และอยากได้ราคาพลังงานที่ลดลงมามากว่าชื่อใหม่โก้ๆ
ที่มา: Benzinga
มุมมองผู้เขียน : เหตุการณ์สะท้อนให้เห็นว่าการปรับเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์ของภาครัฐอาจไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่จับต้องได้ ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

