สรุปบทความ
- 10 ต.ค. 2025 ตลาดคริปโตโดนล้างพอร์ตราว 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ นักเทรดกว่า 1.6 ล้านบัญชีได้รับผลกระทบ ขณะที่ USDe ร่วงเหลือ $0.6567 เฉพาะบน Binance
- Binance ชดเชย 283 ล้านดอลลาร์และเปิด Together Initiative 400 ล้านดอลลาร์ แต่ไม่ครอบคลุมคนที่โดนล้าง Long ปกติ ADL หรือสลิปเพจ ส่วนสภาคองเกรสสหรัฐฯ ขยายการสอบสวนเจ้ามือ Short 1.1 พันล้านดอลลาร์บน Hyperliquid
- ADL ราคาอ้างอิงภายใน และการถอนสภาพคล่องยังอยู่ครบ เห็นได้จากเหตุ Gate.io ล้างพอร์ต BENUSDT เมื่อ 30 ก.ย. 2026 ขณะที่ CZ ปลุกกระแส Uptober อีกครั้ง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา BEARISH
กลไกที่ขยายความเสียหายเมื่อ 10/10 ยังไม่ถูกแก้อย่างเป็นระบบ ขณะที่ตลาดกลับมามีเลเวอเรจสูงและความหวังขาขึ้นแบบเดียวกับปีที่แล้ว ความเสี่ยงที่จะเกิดการล้างพอร์ตต่อเนื่องเมื่อมีข่าวกระแทกจึงยังสูง ทำให้ภาพรวมระยะสั้นเอียงไปทางลบ
อีก 9 วันจะครบหนึ่งปีของวันที่ตลาดคริปโตเจอการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ วันที่ 10 ตุลาคม 2025 สถานะเลเวอเรจมูลค่าราว 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ถูกล้างภายใน 24 ชั่วโมง นักเทรดกว่า 1.6 ล้านบัญชีทั่วโลกโดนล้างพอร์ต และในชั่วโมงที่หนักที่สุด เงินกว่า 7 พันล้านดอลลาร์หายไปในชั่วโมงเดียว
ต้นเดือนตุลาคมปีที่แล้วก็เปิดฉากด้วยคำว่า “Uptober” เหมือนปีนี้ไม่มีผิด แต่สิ่งที่จบลงคือ Bitcoin ร่วงราว 14.5% จากเหนือ $122,000 ลงไปแตะ $104,782 ส่วน Altcoin หลายตัวดิ่ง 30% ถึง 80% Solana ร่วงกว่า 40% และ Toncoin หายไปถึง 80% ในบางจังหวะ
คำถามที่ผมอยากชวนคิดก่อนวันครบรอบคือ หนึ่งปีผ่านไป เราแก้อะไรไปแล้วบ้าง คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ แก้น้อยกว่าที่หลายคนคิด และกลไกที่ล้างพอร์ตนักเทรดไทยในคืนนั้นส่วนใหญ่ยังทำงานอยู่ทุกวันจนถึงวันนี้
Uptober รอบใหม่ เมื่อ CZ โพสต์คำว่า Soon อีกครั้ง
ช่วงวันที่ 30 ก.ย. ถึง 1 ต.ค. 2026 Changpeng Zhao หรือ CZ ผู้ก่อตั้ง Binance โพสต์เซลฟีโทนสีเขียวบน X พร้อมคำสั้น ๆ ว่า “Soon…” โพสต์นี้ถูกแชร์ไปทั่วชุมชน crypto ใน X และ Tom Lee ผู้ร่วมก่อตั้ง Fundstrat ก็ช่วยขยายกระแสด้วยการถามผู้ติดตามว่า “คุณถือคริปโตมากพอหรือยัง” เรื่องเล่า Uptober จึงกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับเธรดย้อนประวัติ Binance ที่วนอยู่บนไทม์ไลน์
บรรยากาศบน Binance Square ก็คึกคักไม่แพ้กัน Franc1s โปรโมตไลฟ์สองรายการที่จะจัดในคืนเดียวกัน รายการหนึ่ง “ให้สัญญาณเทรด” อีกรายการพูดเรื่องว่าเงินจะไหลไปที่ไหนต่อ ภาพปกรายการด้านล่างมีรูป CZ ยืนคู่กับพิธีกรบนฉากหลังกราฟแท่งเทียนสีเขียว เป็นภาพสะท้อนอารมณ์ตลาดตอนนี้ได้ดีที่สุด ทุกอย่างถูกทาด้วยสีเขียว

แต่ในอีกฝั่งของไทม์ไลน์ ยังมีเสียงจำนวนไม่น้อยที่ไม่ลืม 10/10 บางคนถึงขั้นเรียก Binance ว่า “แก๊งอาชญากร” ขณะที่ฝั่งยุโรป Whales Watch และ CryptoLiveX รายงานอ้างอิง Financial Times ว่าหน่วยงานกำกับในฝรั่งเศส เยอรมนี และกรีซ กำลังตรวจสอบว่า Binance ใช้ข้อยกเว้นของกฎหมายคริปโตของสหภาพยุโรป (MiCA) เพื่อให้บริการลูกค้าต่อหลังถูกสั่งให้ยุติธุรกิจในยุโรปหรือไม่ ความไว้ใจที่มีต่อเว็บกระดานเทรดรายใหญ่ที่สุดในโลกจึงยังไม่ได้กลับมาเต็มร้อย
ย้อนไทม์ไลน์ตี 4 ของวันที่ 11 ต.ค. ตามเวลาไทย
สำหรับคนไทย 10/10 ไม่ได้เกิดตอนกลางวัน มันเกิดตอนที่หลายคนหลับอยู่ ชนวนคือโพสต์ของ Donald Trump บน Truth Social ที่ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน 100% เริ่ม 1 พฤศจิกายน พร้อมคุมการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญ เพื่อตอบโต้ที่จีนจำกัดการส่งออกแร่หายาก
ข้อมูลไทม์ไลน์ราคาชี้ว่าแรงเทขายทั้งตลาดเริ่มราวตี 4:20 ตามเวลาไทย (21:20 UTC) ของเช้ามืดวันที่ 11 ต.ค. จากนั้นราวตี 4:36 ถึงตี 5:16 สินทรัพย์ค้ำประกันบน Binance หลายตัวเริ่มหลุดราคาที่ควรจะเป็น และนั่นคือช่วง 40 นาทีที่กลายเป็นหัวใจของข้อกล่าวหาทั้งหมด
ตรงนี้ต้องพูดให้แฟร์ ข้อมูลไม่สนับสนุนความเชื่อที่ว่า “Binance เป็นคนทำให้ตลาดร่วง” เพราะตลาดเริ่มเทขายก่อนที่ USDe จะหลุดราคาบน Binance ราว 15 นาที ชนวนจริงคือข่าวสงครามการค้า แต่สิ่งที่ Binance ต้องตอบคือ ทำไมระบบของตัวเองถึงทำให้แผลแย่ลงกว่าที่อื่น
ภาพบรรยากาศวันนี้ช่างต่างจากคืนนั้นราวฟ้ากับเหว Timothy จากรายการ Panic Drop สรุปข่าวรอบ 24 ชั่วโมงว่า Bitcoin ETF สหรัฐฯ มีเงินไหลเข้า 9 วันติดต่อกัน รวมกว่า 3,070 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ลูกค้า Fidelity ขาย BTC ออกราว 125 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขชุดนี้เป็นการสรุปของผู้โพสต์ ผู้อ่านควรตรวจสอบกับแหล่งข้อมูล ETF โดยตรงอีกครั้ง แต่มันบอกได้ชัดว่าความหวังกำลังกลับมา ซึ่งเป็นบรรยากาศเดียวกับต้นเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

คำถามแรก ทำไม USDe ร่วงเหลือ 65 เซนต์แค่บน Binance

ในช่วง 40 นาทีนั้น USDe ซึ่งเป็นดอลลาร์สังเคราะห์ของ Ethena ร่วงจาก $1.00 ลงไปถึง $0.6567 บน Binance ขณะที่ wBETH ร่วงไปที่ $430.65 และ BNSOL ลงไปที่ $34.90 แต่บนเว็บกระดานเทรดอื่นและตลาดรอง USDe ยังรักษาราคาใกล้ $1 ได้
ปัญหาคือ Binance ใช้ราคาจากกระดานของตัวเองเป็นหลักในการประเมินมูลค่าหลักประกัน นักเทรดที่วาง USDe wBETH หรือ BNSOL เป็นหลักประกันแบบ Portfolio Margin ในฟิวเจอร์ มาร์จิน และสินเชื่อ จึงเห็นมูลค่าหลักประกันหดลงทันที เมื่อสุขภาพพอร์ตหลุดต่ำกว่าระดับรักษาสถานะ 110% ระบบก็ล้างพอร์ตอัตโนมัติ และการล้างพอร์ตนั้นก็ขายเหรียญลงไปในกระดานที่บางอยู่แล้ว ดันราคาให้ต่ำลงอีก กลายเป็นวงจรที่กินตัวเอง
ลองคิดดูว่ามันแปลกแค่ไหน คนจำนวนมากเลือก USDe เป็นหลักประกันเพราะคิดว่ามัน “เกือบเท่าเงินสด” แต่สุดท้ายสิ่งที่ฆ่าพอร์ตไม่ใช่ราคา Bitcoin ไม่ใช่การเปิดสถานะผิดทาง หากเป็นตัวเลขราคาที่มีอยู่จริงแค่ในระบบของเว็บเดียว หลังเหตุการณ์ Binance ปรับกฎราคาโดยเพิ่มราคาขั้นต่ำให้ USDe และนำมูลค่าการไถ่ถอนจริงของโทเคนมาคิดในสูตรดัชนี ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นการแก้ที่ถูกจุด แต่แก้เฉพาะเหรียญที่เคยพัง ไม่ได้รับประกันว่าหลักประกันตัวถัดไปจะไม่พังแบบเดียวกัน
คำถามที่สอง เจ้ามือเปิด Short 1.1 พันล้านดอลลาร์ก่อนโพสต์ Trump คือใคร

ข้อมูลบนเชนเผยว่ากระเป๋าที่ขึ้นต้นด้วย 0xb317 ทยอยเปิดและเพิ่มสถานะ Short ใน BTC และ ETH รวมราว 1.1 พันล้านดอลลาร์บน Hyperliquid เพียงไม่กี่นาทีก่อนโพสต์ภาษี 100% ของ Trump จะเผยแพร่ เจ้ามือรายนี้ทำกำไรไปได้ราว 150 ถึงกว่า 192 ล้านดอลลาร์ รายงานหลายแหล่งเชื่อมโยงกระเป๋านี้กับ Garrett Jin ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธต่อสาธารณะว่าไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่ได้รู้ข้อมูลล่วงหน้า
เรื่องนี้ไม่ได้เงียบไปตามเวลา ช่วงวันที่ 29 ถึง 30 ก.ย. 2026 James Comer ประธานคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ขยายการสอบสวนการใช้ข้อมูลวงในซื้อขาย โดยส่งหนังสือถึง Hyperliquid ผ่าน Jeff Yan ซีอีโอ รวมถึง Crypto.com และ Aristotle Exchange เจ้าของ PredictIt เพื่อขอข้อมูลการยืนยันตัวตน บันทึกการควบคุมตามพื้นที่ และบันทึกการตรวจจับธุรกรรมผิดปกติรอบการ Short ครั้งนั้น
ประเด็นที่นักเทรดรายย่อยควรเก็บไว้คิดคือ ในตลาดที่ข่าวการเมืองหนึ่งโพสต์ขยับมูลค่าเป็นหมื่นล้านดอลลาร์ได้ คนที่รู้ก่อนไม่กี่นาทีจะได้เปรียบทุกคนเสมอ และตลาดอนุพันธ์แบบไร้ตัวกลางที่ไม่ต้องยืนยันตัวตนอย่างเข้มข้น คือสนามที่ตรวจจับคนแบบนี้ได้ยากที่สุด จนถึงวันนี้ยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมายว่าใครคือเจ้าของกระเป๋านั้นจริง ๆ
คำถามที่สาม ทำไม ATOM เหลือราคา $0.001 บนกระดาน

ภาพที่หลายคนจำได้จากคืนนั้นคือ Cosmos (ATOM) พิมพ์ราคา $0.001 บน Binance ส่วนบางคู่อย่าง IOTX/USDT แสดงราคา $0.00 ทั้งที่โปรเจกต์ไม่ได้ล่ม Binance ชี้แจงภายหลังว่าเกิดจากสภาพคล่องที่หายไปจนคำสั่งขายไปจับคู่กับคำสั่งซื้อเก่าที่ค้างอยู่ในระบบ บางคำสั่งตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2019 บวกกับปัญหาการปัดทศนิยมบนหน้าจอผู้ใช้
คำอธิบายนี้ทางเทคนิคฟังขึ้น แต่มันเปิดให้เห็นความจริงที่น่ากลัวกว่า นั่นคือสภาพคล่องที่เราเห็นบนกระดานในวันปกติเป็นของ “ยืมมา” เมื่อตลาดผันผวนรุนแรง ผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) จะดึงคำสั่งซื้อขายออกเพื่อป้องกันงบดุลของตัวเองจากคำสั่งที่เป็นพิษ กระดานที่เคยหนาเป็นกำแพงจึงกลายเป็นที่โล่งภายในไม่กี่วินาที และใครก็ตามที่มีคำสั่ง Stop Loss แบบ Market หรือโดนล้างพอร์ตในจังหวะนั้น จะถูกขายในราคาที่ไม่มีใครคาดคิด
ไม่มีกฎข้อไหนบังคับให้ผู้ดูแลสภาพคล่องต้องอยู่ในกระดานตอนตลาดแตก และหนึ่งปีผ่านไปก็ยังไม่มี
คำถามที่สี่ เงินชดเชย 283 ล้านดอลลาร์ช่วยรายย่อยได้จริงไหม

Binance ประกาศชดเชยรวมราว 283 ล้านดอลลาร์ในช่วงวันที่ 11 ถึง 13 ต.ค. 2025 แต่เงื่อนไขแคบมาก จ่ายเฉพาะผู้ใช้ที่ถือ USDe BNSOL หรือ WBETH เป็นหลักประกัน และโดนล้างพอร์ตในช่วงตี 4:36 ถึงตี 5:16 เท่านั้น
ต่อมาวันที่ 14 ต.ค. Binance เปิดโครงการ “Together Initiative” มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นคูปอง USDC สูงสุด 300 ล้านดอลลาร์ สำหรับผู้ใช้ที่ขาดทุนอย่างน้อย $50 และเป็นสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของทรัพย์สินสุทธิ กับอีก 100 ล้านดอลลาร์เป็นกองทุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับสถาบันและพาร์ตเนอร์ในระบบนิเวศ
ถ้าเทียบกับความเสียหายทั้งตลาดราว 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ เงินชดเชยทั้งสองก้อนรวมกันยังไม่ถึง 4% และที่สำคัญคือคนที่โดนหนักที่สุดหลายกลุ่มไม่เข้าเกณฑ์เลย ไม่ว่าจะเป็นคนที่ถือ Long Altcoin ธรรมดาแล้วโดนล้างเพราะสเปรดถ่างจากผู้ดูแลสภาพคล่องถอนตัว คนที่โดนระบบตัดกำไรอัตโนมัติ (ADL) หรือคนที่โดนสลิปเพจนอกกรอบ 40 นาที Binance ยืนยันชัดว่าการร่วงของตลาดโดยรวมมาจากปัจจัยมหภาค ไม่ใช่ความรับผิดชอบของเว็บ
สำหรับนักเทรดไทย สถานการณ์ยิ่งเปราะบาง เพราะสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่ได้ออกใบอนุญาตหรือกำกับเว็บเทรดอนุพันธ์คริปโตต่างประเทศอย่าง Binance Global, Gate.io หรือ Hyperliquid พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 จึงไม่มีกลไกเยียวยา ประกัน หรือระงับข้อพิพาทให้กับความเสียหายจากเลเวอเรจนอกประเทศ เงินที่ได้คืนจึงขึ้นอยู่กับความเมตตาของเว็บเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ยังไม่ถูกแก้ ADL ราคาภายใน และสภาพคล่องที่หายได้ทุกเมื่อ
นี่คือส่วนที่ผมอยากให้ทุกคนอ่านช้า ๆ กลไกสามตัวที่ล้างพอร์ตนักเทรดเมื่อ 10/10 ยังอยู่ครบ
- ระบบตัดกำไรอัตโนมัติ (ADL) เมื่อกองทุนประกันของเว็บรับการล้างพอร์ตต่อเนื่องไม่ไหว ระบบจะไปปิดสถานะฝั่งตรงข้ามที่กำลังกำไรอยู่ แปลว่าต่อให้คุณเดาทางถูก Short ถูกจังหวะ คุณก็อาจถูกปิดสถานะกลางทางโดยไม่ได้สั่ง กลไกนี้ยังเปิดใช้งานในเว็บอนุพันธ์รายใหญ่แทบทุกแห่ง
- ราคาอ้างอิงภายใน Binance แก้เรื่อง USDe แล้ว แต่เว็บอื่นและสัญญาสังเคราะห์จำนวนมากยังใช้ดัชนีผสมที่พังได้เมื่อสภาพคล่องขาดช่วงหรือข้อมูลผิดพลาด
- ผู้ดูแลสภาพคล่องถอนตัว ไม่มีข้อบังคับให้อยู่ในกระดาน เมื่อพวกเขาหายไป คำสั่งเก่าค้างระบบจะกลายเป็นราคาจริงทันที
ถ้าคิดว่าเรื่องนี้เป็นอดีต ดูเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2026 เพียงวันเดียวก่อนบทความนี้ Gate.io สั่งล้างพอร์ต 92 รายการในสัญญา BENUSDT หลังระบบหักเงินปันผล $0.33 ต่อหน่วยจากสัญญาที่ซื้อขายอยู่แถว $0.000585 รายงานระบุว่าน่าจะเกิดจากความสับสนกับหุ้น Franklin Resources ที่ใช้ตัวย่อ BEN เหมือนกัน การหักเงินที่มากกว่าราคาสัญญาหลายร้อยเท่าทำให้มาร์จินของผู้ใช้ระเหยไปในทันที
เหตุการณ์นี้น่าคิดยิ่งขึ้นเมื่อดูกราฟจาก Okada_Research ที่ชี้ว่ามูลค่าการโอนหุ้นในรูปแบบโทเคนต่อเดือนทำสถิติสูงสุดราว 9 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2026 จากระดับแทบเป็นศูนย์เมื่อกลางปี 2025 พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมคนที่ซื้อหุ้น NVDA บน Schwab ได้ง่าย ๆ ถึงจะหันมาซื้อตัวห่อหุ้นบนเชน ยิ่งตลาดเอาสินทรัพย์โลกจริงมาห่อเป็นสัญญาบนเว็บคริปโตมากขึ้น จุดที่ราคาภายใน เงินปันผล และตัวย่อจะชนกันก็ยิ่งมากขึ้นตาม BENUSDT จึงไม่ใช่อุบัติเหตุครั้งสุดท้าย

เช็กลิสต์ 5 ข้อสำหรับนักเทรดไทยก่อนถึง 10/10 รอบสอง
ตลาดตอนนี้มีส่วนผสมแบบเดียวกับปีที่แล้ว ภาพรวมยังเป็นขาลงอย่างรุนแรง เลเวอเรจสูง โพสต์ชวนเปิด Short วนอยู่เต็มไทม์ไลน์ และขณะเดียวกันก็มีความหวังขาขึ้นจาก Uptober ถ้าคุณเทรดฟิวเจอร์บนเว็บต่างประเทศ นี่คือสิ่งที่ควรเปิดเช็กบนเว็บของตัวเองวันนี้
- ประเภทหลักประกัน หลีกเลี่ยงการใช้ Stablecoin สังเคราะห์หรือเหรียญที่ได้ผลตอบแทนจากการ Stake (เช่น USDe หรือ LST) เป็นมาร์จิน ใช้ Stablecoin หลักหรือเหรียญหลักแทน
- Isolated Margin แยกมาร์จินรายสถานะ อย่าให้ไม้เดียวที่พังลากทั้งพอร์ตไปด้วย
- ไฟคิว ADL เว็บส่วนใหญ่มีตัวบอกลำดับคิว ADL ถ้าสถานะกำไรของคุณอยู่หัวคิว ให้รู้ไว้ว่ามันอาจถูกปิดก่อนคนอื่น
- ราคาที่ใช้ตัดสิน ตรวจว่า Stop Loss และราคาล้างพอร์ตของคุณผูกกับ Mark Price ที่อ้างอิงหลายแหล่ง หรือผูกกับราคาสัญญาบนกระดานของเว็บเอง
- ขนาดเลเวอเรจเทียบกับไส้เทียน ถ้าวันนั้น ATOM ลงไปแตะ $0.001 ได้ เลเวอเรจ 20 ถึง 100 เท่าบน Altcoin ไม่มีทางรอดจากไส้เทียนแบบนั้น
อีกเรื่องที่ควรจำคือ กระดานเทรดในไทยที่ได้รับอนุญาตอย่าง Bitkub ให้บริการเฉพาะตลาดสปอต คนที่ถือเหรียญจริงจึงไม่เจอ ADL แต่เมื่อนักเทรดไทยย้ายไปเล่นเลเวอเรจ 10 ถึง 100 เท่าบนเว็บต่างประเทศ ทุกความเสี่ยงข้างต้นก็ตกเป็นของคุณคนเดียวทั้งหมด
ภาพโปรโมตยามเช้าที่ Mian Waheed แชร์ มีทั้งแก้วกาแฟ เหรียญทองโลโก้ Binance และกราฟสีเขียวบนแล็ปท็อป พร้อมคำเตือนว่า “บริหารความเสี่ยง” และ “ความอดทนคือกลยุทธ์ ไม่ใช่จุดอ่อน” ข้อความดี แต่ประชดตรงที่ปีที่แล้วคนที่บริหารความเสี่ยงอย่างดี วางหลักประกันเป็น “ดอลลาร์” ก็ยังโดนล้างพอร์ตได้ เพราะราคาของดอลลาร์นั้นถูกกำหนดโดยเว็บเอง

ความเห็นผู้เขียน
ผมไม่ได้คิดว่า Binance ทำให้ตลาดร่วงเมื่อ 10/10 ข้อมูลไม่ได้บอกแบบนั้น แต่ผมคิดว่าการเรียกเหตุการณ์นั้นว่า “แค่ปัจจัยมหภาค” เป็นการตอบที่ง่ายเกินไป เพราะข่าวภาษีเป็นแค่ไม้ขีด ส่วนเชื้อเพลิงคือระบบราคาภายใน ADL และสภาพคล่องที่ระเหยได้ ซึ่งทั้งหมดเป็นการออกแบบของเว็บกระดานเทรดเอง
สิ่งที่ผมกังวลที่สุดไม่ใช่ว่า Uptober จะมาหรือไม่มา แต่คือความรู้สึกว่า “รอบนี้ไม่เหมือนเดิม” ทั้งที่เครื่องจักรตัวเดิมยังทำงานอยู่ ดูอย่างโพสต์ของ Triple_G ที่บอกว่า “$1 คือ $1 พันล้าน” พร้อมภาพเสื้อผ้าและหมอนหน้า Troll ที่พร้อมส่ง นี่คืออารมณ์ตลาดตอนนี้ คนกำลังคำนวณว่ารวยได้แค่ไหน มากกว่าคำนวณว่าถ้าไส้เทียนลากลงไป 80% ในห้านาที พอร์ตจะเหลืออะไร

ส่วนเงินชดเชย ผมให้เครดิต Binance ที่ยอมจ่าย เพราะเว็บอื่นหลายแห่งไม่จ่ายอะไรเลย แต่ต้องพูดตรง ๆ ว่ามันเป็นการจ่ายเพื่อปิดแผลที่ตัวเองทำ ไม่ใช่การทำให้รายย่อยกลับมาครบ คนไทยที่โดนล้าง Long Altcoin คืนนั้นส่วนใหญ่ไม่ได้อะไรคืน และไม่มีหน่วยงานไหนในไทยให้ไปร้องเรียนได้
ผมไม่บอกให้ใครเลิกเทรดหรือขายอะไร แต่ก่อนวันที่ 10 ต.ค. ที่จะถึงนี้ อยากให้ทุกคนเปิดหน้าตั้งค่าบัญชีฟิวเจอร์ แล้วดูสามอย่าง หลักประกันคืออะไร ราคาล้างพอร์ตอ้างอิงราคาไหน และสถานะกำไรของคุณอยู่คิว ADL ลำดับที่เท่าไร ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที แต่อาจเป็นสิบนาทีที่แยกคุณออกจาก 1.6 ล้านบัญชีของปีที่แล้ว ส่วนการสอบสวนเจ้ามือ Short บน Hyperliquid ในสภาคองเกรส ผมจะจับตาต่อ เพราะถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีคนรู้ล่วงหน้าจริง มันจะเปลี่ยนวิธีที่เรามองความ “บังเอิญ” ของตลาดคริปโตไปตลอด
ภาพจาก AI

