bitkub-banner

บัญชี X ของ Microsoft ถูกแฮก ใช้โปรโมตเหรียญมีมธีม Clippy

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • บัญชี X อย่างเป็นทางการของ Microsoft ถูกแฮกและนำไปใช้โปรโมตเหรียญมีมธีม Clippy
  • เหตุการณ์นี้เป็นการเจาะบัญชีบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ซึ่งเป็นที่รู้จักนอกวงการคริปโตด้วย
  • ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวเกี่ยวกับตัวเหรียญ ผู้อยู่เบื้องหลัง หรือการชี้แจงจาก Microsoft

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้ไม่มีผลโดยตรงต่อราคา Bitcoin หรือ Altcoin หลัก เพราะเป็นกรณีโปรโมตเหรียญมีมขนาดเล็กผ่านบัญชีที่ถูกแฮก แต่ชี้ให้เห็นความเสี่ยงของการหลอกลวงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งนักลงทุนควรระวังเป็นพิเศษ

บัญชี X อย่างเป็นทางการของ Microsoft ถูกแฮกและนำไปใช้โปรโมตเหรียญมีมที่มีธีมจากน้องคลิป (Clippy) ผู้ช่วยในโปรแกรม Office ยุคเก่า ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ข้อมูลจากแหล่งข่าวยังจำกัด โดยยืนยันเพียงว่าบัญชีของบริษัทถูกนำไปใช้โปรโมตเหรียญมีมตัวนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต

สกรีนช็อตข้อความอย่างเป็นทางการจาก Microsoft ประกาศปฏิเสธการสนับสนุนโทเคน Clippy และยืนยันว่าบัญชี X ของพวกเขาถูกแฮก พร้อมประกาศว่าจะดำเนินการทางกฎหมาย
สกรีนช็อตข้อความอย่างเป็นทางการจาก Microsoft ประกาศปฏิเสธการสนับสนุนโทเคน Clippy และยืนยันว่าบัญชี X ของพวกเขาถูกแฮก พร้อมประกาศว่าจะดำเนินการทางกฎหมาย (ภาพจาก: @Cointelegraph)

ทำไมเหตุการณ์นี้ถึงน่าสนใจ

Microsoft เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก บัญชีทางการจึงมีผู้ติดตามและความน่าเชื่อถือสูง การที่แฮกเกอร์เข้าควบคุมบัญชีลักษณะนี้เพื่อโปรโมตโทเคน เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในวงการคริปโต เพราะผู้โจมตีหวังใช้ชื่อเสียงของแบรนด์ดึงให้คนเข้าซื้อเหรียญในช่วงสั้น ๆ ก่อนที่บัญชีจะถูกกู้คืน

ธีม Clippy เองก็เป็นภาพจำของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ยุค 90 ทำให้เรื่องนี้เป็นที่พูดถึงได้ง่ายแม้อยู่นอกวงการคริปโต

เหรียญ Clippy ที่เคยมีข่าวมาก่อน

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ผู้สร้างน้องคลิป Clippy ลุยตลาดคริปโตฯ เปิดตัวเหรียญบน Solana อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่ใช้ในบทความนี้ไม่ได้ระบุว่าเหรียญที่ถูกโปรโมตผ่านบัญชีที่ถูกแฮกเป็นเหรียญเดียวกันหรือไม่ จึงยังสรุปความเชื่อมโยงไม่ได้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดีมากสำหรับคนที่เล่นเหรียญมีม เพราะโพสต์จากบัญชีทางการของบริษัทใหญ่ไม่ได้แปลว่าโปรเจกต์นั้นน่าเชื่อถือเสมอไป ยิ่งถ้าเป็นโพสต์ที่โผล่มาแบบไม่มีที่มาที่ไป ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลย สิ่งที่น่าจับตาต่อคือ Microsoft จะออกมาชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้น และจะมีผู้ใช้ที่เสียเงินจากเหตุการณ์นี้มากน้อยแค่ไหน ก่อนตัดสินใจอะไร อย่าลืมเช็กที่มาของข้อมูลจากหลายช่องทางก่อนเสมอ

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI