bitkub-banner

Bessent ลั่นกดดันอิหร่านต่อ ยึดคริปโตและคุมเข้มปิดล้อมทางเรือ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ จะกดดันอิหร่านต่อไปด้วยการยึดคริปโตและเพิ่มความเข้มงวดของการปิดล้อมทางเรือ
  • คำพูดนี้เชื่อมการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเข้ากับสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าจะยึดจากใคร จำนวนเท่าไหร่ หรือผ่านช่องทางใด
  • สิ่งที่ต้องจับตาคือคำสั่งยึดทรัพย์หรือการขึ้นบัญชีกระเป๋าคริปโตใหม่ รวมถึงท่าทีของกระดานเทรดต่อธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

ข่าวนี้สะท้อนว่าภาครัฐสหรัฐฯ มองคริปโตเป็นช่องทางที่ต้องควบคุมในมิติความมั่นคง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านกฎระเบียบต่อกระดานเทรดและผู้ให้บริการ แต่เนื่องจากยังเป็นแนวนโยบายต่อเนื่องที่ไม่มีมาตรการใหม่ชัดเจน ผลต่อราคาจึงน่าจะจำกัด

Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า “เราจะกดดันอิหร่านต่อไปด้วยการยึดคริปโตและเพิ่มความเข้มงวดของการปิดล้อมทางเรือ” ตามรายงานจาก เจ้ามือ Insider เมื่อเวลา 21:19 น. ของวันที่ 11 ต.ค. 2569 คำพูดดังกล่าวถือเป็นการระบุอย่างชัดเจนจากผู้นำด้านการคลังของสหรัฐฯ ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการบังคับใช้มาตรการต่ออิหร่าน อย่างไรก็ตาม ข้อความที่เผยแพร่ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายหรือขอบเขตของการยึด

ภาพของเลขาธิการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนท์ ผู้ประกาศนโยบายการกดดันอิหร่าน
ภาพของเลขาธิการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนท์ ผู้ประกาศนโยบายการกดดันอิหร่าน (ภาพจาก: @WhaleInsider)

คริปโตกลายเป็นเครื่องมือในมาตรการกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์

การที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ พูดถึงการยึดคริปโตควบคู่กับการปิดล้อมทางเรือ แสดงให้เห็นว่าภาครัฐมองเส้นทางการเงินดิจิทัลเป็นหนึ่งในช่องทางที่ต้องปิด เพื่อไม่ให้ประเทศที่ถูกคว่ำบาตรเข้าถึงสภาพคล่องได้ นี่เป็นสัญญาณว่าการบังคับใช้กฎหมายด้านคริปโตจะไม่จำกัดอยู่แค่เรื่องการฟอกเงินทั่วไป แต่เชื่อมกับนโยบายต่างประเทศโดยตรง

ผลกระทบต่อกระดานเทรดและผู้ให้บริการคริปโต

หากสหรัฐฯ เดินหน้ายึดคริปโตที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านจริง กระดานเทรดและผู้ออกสเตเบิลคอยน์อาจต้องเข้มงวดเรื่องการคัดกรองธุรกรรมและการอายัดกระเป๋าที่ถูกขึ้นบัญชี ตามที่เคยเห็นในหลายกรณีก่อนหน้านี้ ผู้ประกอบการที่ให้บริการนอกสหรัฐฯ ก็อาจถูกกดดันให้ปฏิบัติตามด้วย เพราะเสี่ยงต่อการถูกคว่ำบาตรทุติยภูมิ

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า DOJ สหรัฐฯ สอบ Binance ซ้ำ ทบทวนข้อตกลง $4.3 พันล้านจากคดีฟอกเงินปี 2023 ปมธุรกรรมอิหร่านรอบใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่ภาครัฐกำลังเพ่งเล็งธุรกรรมคริปโตที่เกี่ยวพันกับอิหร่านมากขึ้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ยังเป็นแค่คำพูดเชิงนโยบาย ยังไม่ใช่มาตรการใหม่ที่จับต้องได้ ตลาดน่าจะไม่ตื่นตระหนกมากนัก แต่ภาพใหญ่ที่น่าสนใจคือคริปโตถูกดึงเข้าไปอยู่ในเกมภูมิรัฐศาสตร์ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหมายความว่าเรื่องการกำกับดูแลกระดานเทรดจะเข้มขึ้นตามไปด้วย สิ่งที่ควรจับตาคือจะมีรายชื่อกระเป๋าหรือคำสั่งยึดทรัพย์ออกมาจริงเมื่อไหร่ และกระดานเทรดรายใหญ่ตอบสนองอย่างไร

ที่มา: เจ้ามือ Insider

ภาพจาก AI