สรุปข่าว
- Bitwise มองราคา Bitcoin จะปิดปีเหนือ $100,000 จากแรงหนุนสถาบัน ขณะที่ LO:TECH เชื่อว่า ราคา Bitcoin จะแกว่งในกรอบ $85,000 ถึง $95,000
- เลเวอเรจในตลาดอนุพันธ์ถูกล้างไปมาก Funding rates ใกล้ศูนย์ หากราคา Bitcoin ทะลุ $90,000 อาจเกิด Short Squeeze
- Citi ระบุว่า มูลค่าตลาดคริปโท ไตรมาส 3 เติบโตจาก 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ เกือบแตะ 3 ล้านล้านดอลลาร์
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข่าวนี้มีทั้งปัจจัยบวกและแรงกดดันที่หักล้างกันอยู่ โดยฝั่งบวกได้รับแรงหนุนจากการยอมรับของสถาบัน เม็ดเงินไหลเข้าโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว และการล้างเลเวอเรจที่เปิดโอกาสให้เกิด Short Squeeze หากราคาทะลุ $90,000 ส่วนฝั่งลบมาจากความกังวลเรื่อง Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม เงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น และแรงซื้อสปอตที่ยังไม่หนาแน่น ส่งผลให้ราคา มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบจนกว่าจะมีปัจจัยใหม่ที่ชัดเจน เช่น ผลการประชุม Fed หรือการยืนเหนือ $90,000 ได้อย่างมั่นคง
ความหวังที่ Bitcoin (BTC) จะสามารถกลับขึ้นไปแตะระดับ $100,000 ก่อนสิ้นปี 2026 กำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างหนักในหมู่นักวิเคราะห์
โดยฝั่ง Bitwise นำโดย Ryan Rasmussen หัวหน้าฝ่ายวิจัย มองในแง่ดีว่า แรงส่งจากการยอมรับของสถาบัน ผ่านกองทุน ETF, การซื้อสะสมของภาคเอกชน, ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ/หนี้สาธารณะ รวมถึงความชัดเจนด้านกฎหมาย จะเป็นปัจจัยบวกมหาศาลที่ทรงพลัง กว่าปัจจัยลบ และดันให้ราคา Bitcoin ปิดสิ้นปีสูงกว่า $100,000
ในทางกลับกัน นักวิเคราะห์จาก LO:TECH อย่าง Adam Morgan McCarthy มองว่า ราคา Bitcoin จะแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบๆ ระหว่าง $85,000 ถึง $95,000 เท่านั้นเนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคยังคงสร้างแรงกดดันต่อตลาดอย่างต่อเนื่อง
หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และมีโอกาสสูงถึง 75% ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม เพื่อรับมือกับตัวเลขเงินเฟ้อเดือนตุลาคมที่พุ่งสูงขึ้น
โดยในขณะที่รายงาน ราคา Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ $82,397 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.71 % ภายใน 24 ชั่วโมง อ้างอิงข้อมูลจาก coinmarketcap

เลเวอเรจในตลาดลดลง พร้อมโอกาสเกิดการ Short Squeeze
ในมุมมองของตลาดอนุพันธ์ Luca Invernizzi เทรดเดอร์จาก Laser Digital ชี้ว่า การฟื้นตัวของราคา Bitcoin จากจุดต่ำสุดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ยังคงขาดแรงสนับสนุนจากวอลุ่มการซื้อขายในตลาดสปอต (Spot) ที่หนาแน่นพอ
อย่างไรก็ตาม สภาพตลาดในปัจจุบันก็มีข้อดีตรงที่อัตราการใช้เลเวอเรจเพื่อเก็งกำไรถูกล้างออกจากระบบไปมากแล้ว ส่งผลให้ค่า Funding rates ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำหรือใกล้เคียงศูนย์ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการบังคับล้างพอร์ตลงได้อย่างมหาศาล และอาจกลายเป็นปัจจัยลุ้นให้เกิดปรากฏการณ์ Short Squeeze หรือแรงแห่ซื้อคืนอย่างรุนแรงจากฝั่ง Short หากราคา BTC สามารถทะลุผ่านด่านสำคัญที่ $90,000 ไปได้อย่างเด็ดขาด
ภาพรวมอุตสาหกรรมในระยะยาวและมุมมองจากสถาบันการเงินชั้นนำ
แม้ว่ากระแสเงินทุนไหลเข้าผลิตภัณฑ์คริปโทฯ จะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง หลังจากกวาดเงินไปได้กว่า 1.11 หมื่นล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่รายงานวิจัยจาก Citi ระบุว่า ภาพรวมมูลค่าตลาดคริปโทฯ ในไตรมาสที่ 3 ยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด จาก 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ พุ่งขึ้นไปเกือบแตะ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยสะท้อนว่า นักลงทุนสถาบันเริ่มมองข้ามความผันผวนของราคาในระยะสั้น และหันไปเน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวแทน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Tokenization), ระบบการรับฝากสินทรัพย์ (Custody), สเตเบิลคอยน์ และระบบการชำระราคา
ขณะเดียวกัน James Butterfill จาก CoinShares ได้ชี้ว่า ความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะ และวินัยทางการเงินของรัฐบาล จะกลายเป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยดันความต้องการถือครอง Bitcoin ในระยะกลางถึงระยะยาวได้อย่างมั่นคง
ที่มา : coindesk
มุมมองผู้เขียน : การเพิ่มขึ้นจากระดับ $82,397 ไปสู่เป้าหมาย $100,000 ภายในสิ้นปีจำเป็นต้องปรับตัวขึ้นอีกกว่า 21% ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายท่ามกลางแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพระยะยาวยังคงน่าสนใจเนื่องจากมีเม็ดเงินจากสถาบันไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง

