bitkub-banner

ศึกแย่งชิงเงินฝาก ผลวิจัย BIS ชี้ดอกเบี้ยแบงก์พุ่งกระทบ USDC มากกว่า USDT 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • งานวิจัยของ BIS พบหลักฐานเชิงประจักษ์ครั้งแรกว่า เมื่อดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารพาณิชย์สูงขึ้น การเติบโตของมูลค่าตลาดสเตเบิลคอยน์จะชะลอตัวลง
  • ดอกเบี้ยเงินฝากที่ขยับขึ้นเพียง 1 Basis Point ฉุดอัตราการเติบโตของสเตเบิลคอยน์ในระยะ 10 สัปดาห์ให้ช้าลงถึง 3 ถึง 9 percentage points โดย USDC ของ Circle ได้รับผลกระทบมากกว่า USDT ของ Tether
  • คริปโทเคอร์เรนซีประเภทอื่นไม่ตอบสนองในลักษณะเดียวกัน ซึ่งยืนยันว่าเป็นปรากฏการณ์เฉพาะของกลุ่มสเตเบิลคอยน์

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral

ผลวิจัยไม่ได้พูดถึงทิศทางราคาของคริปโทฯ โดยตรง แต่ชี้ว่าสเตเบิลคอยน์ไวต่อวัฏจักรดอกเบี้ย หากดอกเบี้ยเงินฝากยังอยู่ในระดับสูง สภาพคล่องใหม่ที่จะไหลเข้าตลาดคริปโทฯ ผ่านสเตเบิลคอยน์อาจเติบโตช้าลง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันเล็กน้อยในระยะกลาง 

ผลการศึกษาจากเอกสารวิจัยของธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศ (BIS) เผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคม โดยนักวิจัย Rashad Ahmed และ Iñaki Aldasoro พบหลักฐานเชิงประจักษ์ครั้งแรกว่า อัตราการเติบโตของมูลค่าตลาดสเตเบิลคอยน์ จะชะลอตัวลง เมื่ออัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ปรับตัวสูงขึ้น 

ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า สเตเบิลคอยน์และเงินฝากธนาคาร มีลักษณะเป็นสิ่งที่ใช้ทดแทนกันได้ เนื่องจากทั้งคู่เน้นความเสถียรของราคา และการถอนเงินคืนได้ทันที 

แม้จะมีความกังวลว่า หากสเตเบิลคอยน์ได้รับความนิยมในวงกว้าง อาจแย่งชิงสภาพคล่องไปจากระบบธนาคาร และส่งผลกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อในระบบเศรษฐกิจ 

ทั้งนี้  จากการวิเคราะห์ข้อมูลรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ในช่วงปี 2019 ถึงกลางปี 2025 ชี้ให้เห็นว่า ดอกเบี้ยธนาคารมีผลต่อสเตเบิลคอยน์อย่างมีนัยสำคัญ โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพียงแค่ 0.01% (1 Basis Point) ก็ส่งผลกระทบต่อเนื่อง ให้อัตราการเติบโตของสเตเบิลคอยน์ในระยะยาว (10 สัปดาห์) ชะลอตัวลงมากถึง 3 ถึง 9 percentage points 

สะท้อนว่า เมื่อดอกเบี้ยฝากเงินในระบบธนาคารปรับตัวสูงขึ้น เม็ดเงินลงทุนก็มีแนวโน้มที่จะไหลออกจากตลาดคริปโทฯ กลับเข้าสู่ระบบการเงินดั้งเดิมมากขึ้น

โดยผลการทดสอบเปรียบเทียบกับคริปโทเคอร์เรนซีประเภทอื่นที่ไม่ใช่สเตเบิลคอยน์ กลับไม่พบการตอบสนองในลักษณะเดียวกัน ซึ่งช่วยยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเฉพาะกับกลุ่มสเตเบิลคอยน์เท่านั้น ไม่ได้เป็นผลมาจากความผันผวนหรือวัฏจักรของตลาดคริปโทฯ ในภาพรวม

ผลกระทบตกอยู่กับ USDC ของ Circle มากกว่า USDT ของ Tether

จุดที่น่าสนใจของงานวิจัยนี้คือ ผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากตกอยู่กับ USDC มากกว่า USDT อย่างเห็นได้ชัด โดยการเติบโตของ USDC ชะลอตัวลงราว 5% ขณะที่ USDT ลดลงเพียงประมาณ 2% เท่านั้นในช่วงเวลา 10 สัปดาห์

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจาก USDC มีฐานผู้ใช้งานหลักเป็นนักลงทุนสถาบันในสหรัฐฯ และสาย DeFi ซึ่งมีความไวต่ออัตราดอกเบี้ยมากกว่า จึงพร้อมโยกเงินกลับเข้าสู่ระบบธนาคารทันทีที่ดอกเบี้ยฝากเงินปรับตัวสูงขึ้น 

ส่วน USDT จะเน้นการใช้งานในตลาดต่างประเทศ และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเป็นหลัก จึงได้รับผลกระทบน้อยกว่า

โดยงานวิจัยนี้ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น การใช้เพียงข้อมูลภาพรวม แทนที่จะเป็นงบการเงินแบบเจาะลึกรายธนาคาร และครอบคลุมตัวอย่างข้อมูลในช่วงดอกเบี้ยสูงเฉพาะปี 2022–2025 เท่านั้น

ที่มา : coinmarketcap


มุมมองผู้เขียน : ผลวิจัยนี้ตอกย้ำว่า สเตเบิลคอยน์ไม่ใช่ภัยคุกคามที่ดูดเงินออกจากธนาคารอย่างไร้เงื่อนไข เนื่องจากเม็ดเงินจะขยับตามผลตอบแทนอย่างมีเหตุผล