bitkub-banner

ไม่มั่นคงอีกต่อไป เนเธอร์แลนด์จ่อเลิกจ้างข้าราชการ 25,000 ตำแหน่ง นำ AI ปฏิบัติงานแทน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มีแผนลดตำแหน่งงานภาครัฐลง 25,000 ตำแหน่ง (16%) ภายในปี 2035 เพื่อประหยัดงบประมาณแผ่นดิน 3.5 พันล้านยูโร
  • มุ่งเน้นการนำระบบดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแชตบอตเข้ามาให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งลดการพึ่งพาผู้รับเหมาภายนอก
  • การปรับโครงสร้างครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากวิกฤตเศรษฐกิจ แต่เนื่องจากขนาดภาครัฐเติบโตและมีความซับซ้อนเกินไป 

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

เนเธอร์แลนด์เตรียมปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ด้วยการลดตำแหน่งงานภาครัฐ 25,000 ตำแหน่ง (16%) ภายในปี 2035 พร้อมนำ AI และแชตบอตมาทดแทนในการให้บริการประชาชน เพื่อลดความซ้ำซ้อนและประหยัดงบประมาณ สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่วิชาชีพราชการที่เคยขึ้นชื่อว่ามีความมั่นคงสูงสุดก็เริ่มเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากเทคโนโลยี

อาชีพข้าราชการหลายคนอาจมีความรู้สึกว่าเป็นงานที่มีความมั่นคงสูง มีสวัสดิการดี แม้เงินเดือนอาจไม่หวือหวามากเท่ากับการทำงานในภาคเอกชน แต่อย่างน้อยก็ช่วยลดความเสี่ยงในหน้าที่การงานและภาวะเศรษฐกิจได้มาก แต่ทว่าความเชื่อเหล่านั้นกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่อเนเธอร์แลนด์มีแผนที่จะปลดคนออกจากระบบถึง 16%

การปรับตัวครั้งใหญ่ของภาครัฐ

อ้างอิงข้อมูลจากต่างประเทศระบุว่า Eric van der Burg รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเนเธอร์แลนด์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่ารัฐบาลมีแผนที่จะลดตำแหน่งงานภาครัฐแบบเต็มเวลาลงจำนวน 25,000 ตำแหน่งภายในปี 2035 พร้อมทั้งลดจำนวนองค์กรที่ปรึกษาและพื้นที่สำนักงานลง เพื่อบรรลุเป้าหมายการประหยัดงบประมาณแผ่นดินให้ได้ถึง 3.5 พันล้านยูโร (ราว 1.3 แสนล้านบาท)

van der Burg ระบุว่า จากจำนวนข้าราชการทั้งหมด 160,000 คน การลดตำแหน่งงาน 25,000 ตำแหน่งจะคิดเป็นประมาณ 16% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงและมีนัยสำคัญอย่างมาก โดยที่สัดส่วนการลดตำแหน่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละกระทรวง ซึ่งบางแห่งอาจลดลง 20% ไปจนถึง 60% ซึ่งจะทำให้จำนวนบุคลากรลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่ทว่า รัฐบาลไม่ได้ใช้วิธีปิดรับสมัครงานทั้งหมด เพราะอาจส่งผลให้งานสำคัญชะงักหากมีบุคลากรหลักลาออก แต่จะใช้วิธีประเมินเป็นรายกรณีเมื่อมีคนลาออก ว่าจำเป็นต้องหาคนมาแทนที่หรือไม่ 

นอกจากนี้รัฐบาลยังมุ่งลดการพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญรับเหมาภายนอกที่มีราคาสูง แล้วหันมาใช้ระบบดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแชตบอตในการให้บริการประชาชนแทน เพื่อให้ตอบคำถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ไม่ได้ปลดเพราะเศรษฐกิจไม่ดี

จริงอยู่ที่ว่าในภาคเอกชนเริ่มมีการปลดพนักงานมากขึ้นและหันมาใช้ AI แทนเนื่องจากสามารถทำงานได้ดีกว่า และอาจใช้ต้นทุนถูกกว่าท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง แต่สำหรับเนเธอร์แลนด์แล้วการรัดเข็มขัดประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ใช่เหตุผลเดียวในการเริ่มแผนการสุดบ้าบิ่นนี้ 

van der Burg ชี้แจงเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา ขนาดของภาครัฐเติบโตขึ้นอย่างมาก โดยจำนวนข้าราชการที่รับผิดชอบด้านการบังคับใช้กฎหมายเพิ่มขึ้น 28% ขณะที่ฝ่ายนโยบายเพิ่มขึ้นถึง 56% ส่งผลให้กระบวนการทำงานและนโยบายมีความซับซ้อนเกินจำเป็น และเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดพลาดทั้งในฝั่งของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ

กล่าวคือพวกเขามองว่าจำนวนเจ้าหน้าที่รัฐที่มากขึ้นไม่ได้ส่งผลดีใดๆ ต่อผู้เสียภาษีอีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความยุ่งยากของกระบวนการติดต่อราชการ พวกเขาจึงจำเป็นต้องงัดไม้แข็งในการปรับโครงสร้างที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น 

van der Burg ย้ำชัดว่าการลดงบประมาณ 3.5 พันล้านยูโรไม่อาจทำได้ด้วยการค่อยๆ ตัดลดแบบทยอยทำ แต่จำเป็นต้องปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ ซึ่งทุกคนต่างตระหนักดีว่าถึงเวลาแล้วที่ระบบราชการจะต้องเปลี่ยนแปลง

นอกจากเรื่องบุคลากรแล้ว รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ยังเตรียมคืนพื้นที่สำนักงาน โดยตั้งเป้าให้เหลือโต๊ะทำงานเพียง 1 ตัวต่อข้าราชการ 2 คน เพราะเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ทำงานจากที่บ้าน การปล่อยให้อาคารสำนักงานว่างจึงเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลยังเล็งยุบสภาและคณะกรรมการที่ปรึกษาภาครัฐที่มีจำนวนมากเกินไป ซึ่งปัจจุบันมีสูงถึง 176 ชุด รวมถึงสภาที่ปรึกษาด้านการย้ายถิ่นฐาน สภาการศึกษา และสภาการบริหารราชการแผ่นดิน โดยจะพิจารณารายละเอียดการปรับลดจากข้อเสนอของแต่ละกระทรวงอีกครั้ง

ทั้งนี้ แม้ว่าแผนการดังกล่าวจะยังอยู่ในขั้นต้นเท่านั้น แต่หากเนเธอร์แลนด์ทำสำเร็จก็อาจส่งผลทำให้รัฐบาลประเทศอื่นๆ ที่ประสบปัญหาเดียวกันเริ่มศึกษาและพิจารณาในการทำตาม ส่งผลทำให้แม้แต่อาชีพที่ว่ากันว่ามั่นคงที่สุดก็ยังไม่รอดพ้นเงื้อมมือของ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและสภาพสังคม

อย่างไรก็ดี Bill Gates อภิมหาเศรษฐีชื่อดัง เคยได้เตือนว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจาก AI อาจกินระยะเวลายาวนานถึง 20 ปี ซึ่งในระหว่างนั้นอาจก่อให้เกิดการสูญเสียงาน และความไม่พอใจเป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายแล้วเขามองว่า AI จะทำให้โลกเข้าสู่ยุคที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์

ที่มา: nltimes


มุมมองผู้เขียน: การปรับลดข้าราชการด้วย AI ของเนเธอร์แลนด์สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้ดิสรัปต์เพียงแค่ภาคเอกชนอีกต่อไป แต่กำลังรุกคืบสู่โครงสร้างภาครัฐเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งอาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ทำให้ทั่วโลกต้องทบทวนความมั่นคงของสายงานราชการในยุคดิจิทัล