สรุปข่าว
- ก.ล.ต. กล่าวโทษ BG Limited ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Bitget ต่อ บก.ปอศ. ข้อหาประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตในไทย ช่วงปี 2565-2568 ทั้งการทำหน้าเว็บภาษาไทย แสดงมูลค่าเป็นเงินบาท และโปรโมตผ่านโซเชียลมีเดียภาษาไทย
- ก.ล.ต. ยังกล่าวโทษบุคคลอีก 1 ราย คือนายกฤษณะ กฤษณานุวัตร์ เจ้าของเพจ Facebook และช่อง YouTube “Srisiam” ในฐานะผู้สนับสนุน จากการช่วยประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้ Bitget
- กระทรวง DE จะปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ โดเมนอื่น และแอปพลิเคชันของ Bitget ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2569 ผู้ใช้งานในไทยจึงมีเวลาราว 1 เดือนในการจัดการทรัพย์สินบนแพลตฟอร์ม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ข่าวนี้น่าจะกดดันอารมณ์ตลาดต่อเหรียญ BGB ของ Bitget ในระยะสั้น เพราะผู้ใช้งานชาวไทยอาจทยอยถอนเงินและย้ายสินทรัพย์ออกก่อนวันปิดกั้น ส่วนภาพรวมตลาดคริปโตไม่น่าได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากเป็นมาตรการเฉพาะในประเทศไทย
สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกล่าวโทษ BG Limited ผู้ให้บริการกระดานเทรดคริปโต Bitget ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ข้อหาประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 พร้อมกล่าวโทษบุคคลอีก 1 รายในฐานะผู้สนับสนุน ที่สำคัญคือ ก.ล.ต. ได้ส่งข้อมูลให้กระทรวง DE ปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์ม Bitget ทั้งหมดในไทย มีผลตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป
ทำหน้าเว็บภาษาไทย โชว์ราคาเป็นเงินบาท จนเข้าข่ายผิดกฎหมาย
จากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. พบว่าในช่วงปี 2565-2568 Bitget ให้บริการระบบซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นทางค้าปกติและเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ที่น่าสนใจคือแพลตฟอร์มมีหน้าเว็บไซต์ภาษาไทย แสดงมูลค่าเทียบเท่าเงินบาท และชักชวนให้คนไทยมาใช้บริการผ่านช่องทางภาษาไทยหลายช่องทาง ทั้งบนเว็บไซต์ของ Bitget เอง บัญชี X ชื่อ “Bitget Thailand” กลุ่ม Telegram ชื่อ “BGB Thai Holder” และบัญชี TikTok ชื่อ “bitgetthailand”
ก.ล.ต. ระบุว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลตามมาตรา 3 ของ พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล และเมื่อ Bitget ไม่ได้รับใบอนุญาต จึงถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 26 ซึ่งมีความผิดและระวางโทษตามมาตรา 66
เจ้าของเพจ “Srisiam” ถูกกล่าวโทษในฐานะผู้สนับสนุน
นอกจากตัวแพลตฟอร์มแล้ว ก.ล.ต. ยังกล่าวโทษนายกฤษณะ กฤษณานุวัตร์ ซึ่งช่วยประชาสัมพันธ์บริการและจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้ Bitget ผ่านเพจ Facebook ชื่อ “Srisiam” และช่อง YouTube ชื่อ “SRISIAM” ก.ล.ต. มองว่าการกระทำนี้ทำให้ Bitget เป็นที่รู้จักและมีคนสนใจไปใช้บริการมากขึ้น จึงเข้าข่ายการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 26 และ 66 ของ พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล ประกอบมาตรา 86 ของประมวลกฎหมายอาญา
อย่างไรก็ตาม การกล่าวโทษเป็นเพียงขั้นตอนแรกของกระบวนการทางอาญา หลังจากนี้คดีจะเข้าสู่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน การพิจารณาสั่งฟ้องของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรมตามลำดับ โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าและร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ปิดกั้น 5 ธ.ค. 2569 ผู้ใช้ควรรีบจัดการทรัพย์สินก่อนถึงกำหนด
ในขณะเดียวกัน ก.ล.ต. ได้ส่งข้อมูลเว็บไซต์ www.bitget.com โดเมนอื่น ๆ และแอปพลิเคชันของ Bitget ไปยังกระทรวง DE ภายใต้ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งให้อำนาจกระทรวง DE สั่งปิดกั้นแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนและป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นช่องทางฟอกเงิน ส่งผลให้คนไทยจะเข้าใช้งาน Bitget ไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2569
ก.ล.ต. จึงเตือนผู้ที่มีทรัพย์สินอยู่บน Bitget ให้จัดการทรัพย์สินของตนเองก่อนวันปิดกั้น พร้อมเตือนประชาชนให้ระวังการใช้บริการผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาต เพราะจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงหรือเกี่ยวพันกับการฟอกเงิน ผู้ใช้สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th แอปพลิเคชัน SEC Check First และหน้า Investor Alert ของ ก.ล.ต. หากพบเบาะแสที่น่าสงสัย แจ้งได้ที่สายด่วน 1207 เพจ Facebook “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat บนเว็บไซต์ ก.ล.ต.
ที่มา: ข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 241/2569 (sec.or.th)
มุมมองส่วนตัวมองว่ารอบนี้ ก.ล.ต. ส่งสัญญาณชัดเจนกว่าเดิม เพราะไม่ได้เอาผิดแค่ตัวกระดานเทรด แต่ขยายไปถึงคนที่ช่วยโปรโมตด้วย ซึ่งน่าจะทำให้ครีเอเตอร์สายคริปโตในไทยต้องคิดหนักขึ้นก่อนรับงานจากแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาต ก่อนหน้านี้ ก.ล.ต. เคยใช้มาตรการปิดกั้นแบบเดียวกันกับ Bybit และ OKX เมื่อปี 2567 มาแล้ว ดังนั้นสำหรับผู้ใช้ Bitget สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือย้ายสินทรัพย์ออกให้เรียบร้อยก่อนวันที่ 5 ธันวาคม อย่ารอจนใกล้วันสุดท้าย

