<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

เสียบปลั๊กรับกรรม? ขุด Bitcoin ยังคุ้มอยู่หรือไม่ ?

ในปี 2017 ที่ผ่านมาคงเรียกได้ว่าเป็นขาขึ้นของ Bitcoin อย่างแท้จริงที่ราคาของมันพุ่งไปกว่าหลายสิบเท่าทำให้อะไรหลาย ๆ อย่างในวงการคริปโตพากันมีมูลค่าเพิ่มไปด้วยและทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้นอีกด้วย การขุด Bitcoin ถือว่าเป็นหนึ่งวิธีการลงทุนสุดคลาสสิกในวงการที่โด่งดังตามไปด้วย เนื่องจากความง่ายในการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนเรื่อย ๆ ทุกวัน

แต่เมื่อมาปี 2018 ราคา Bitcoin ไหลลงมาเรื่อย ๆ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จนราคาของมันไปแตะจุดต่ำสุดที่ 4,297 ดอลลาร์ และรักษาระดับอยู่ตรงนั้น ทำให้นักขุด Bitcoin เริ่มตั้งข้อสงสัยว่า ในปัจจุบันการขุด Bitcoin ยังคุ้มอยู่หรือไม่ ?

ต้นทุน

เมื่อพูดถึงการลงทุนแล้ว แน่นอนว่ามันมีต้นทุนแฝงมาเสมอไม่เว้นแม้แต่การขุด Bitcoin ซึ่งต้นทุนหลัก ๆ ของมันนั้นก็จะมีค่าอุปกรณ์ เช่นเครื่องขุด, Power Supply และสายไฟต่าง ๆ รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายรายเดือนคือค่าไฟฟ้าสำหรับการขุดอีกด้วย

ในบทความนี้จะคำนวณจากเครื่องขุด Bitcoin ของ Bitmain บริษัทขายเครื่องขุดที่ใหญ่ที่สุด รุ่นใหม่ล่าสุดนาม Antminer S15 ที่มีกำลังขุด 28 TH/s และกินไฟที่ 1,596 วัตต์

ค่าอุปกรณ์ (จ่ายรอบเดียว)

-Antminer S15 ราคา 58,400 บาท (รวมค่าส่ง + ภาษีนำเข้า)

-Power Supply APW7 ราคา 3,200 บาท

-สายไฟ และอุปกรณ์อื่น ๆ ประมาณ 300 บาท

ค่าอุปกรณ์รวมทั้งสิ้น 61,900 บาท

ค่าไฟฟ้า (จ่ายทุกเดือน)

กินไฟ 1596 วัตต์

-ค่าไฟหน่วยละ 4 บาท

-เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

-เปิด 30 วัน

ค่าไฟฟ้ารายเดือนรวมทั้งสิ้น 4,600 บาท

รายได้

มาถึงในส่วนรายได้ หลัก ๆ แล้วเครื่องขุด Bitcoin นั้นจะสามารถขุด Algorithm SHA-256 ได้ ซึ่งแปลว่าจะสามารถขุดได้ทั้ง Bitcoin และ Bitcoin Cash นั่นเอง แต่ในบทความนี้จะยึดว่าขุด Bitcoin เป็นหลัก และอ้างอิงจากจำนวน Bitcoin ที่ขุดได้จาก Cryptocompare

โดยจะมีตัวแปรคงที่ดังนี้ (รายได้ต่อเดือน)

-กำลังขุด 28 TH/s

-ค่า Difficulty 6,653,303,141,405

-ราคา Bitcoin 4,400 ดอลลาร์ (145,420 บาท)

-ขุดแต่ Bitcoin

รายได้ต่อเดือนรวมทั้งสิ้น 0.03175 BTC หรือ 4,617 บาทต่อเดือน

ยังคุ้มอยู่หรือไม่

หากพิจารณาจากข้อมูลข้างต้นหมดแล้ว จะเห็นได้ว่า หากราคา Bitcoin ยังเป็นเท่านี้อยู่ ก็ยังไม่ค่อยคุ้มเท่าไรนักที่จะขุด Bitcoin เนื่องจากแทบไม่ได้กำไรเลย แค่ค่าไฟฟ้ารายเดือนก็กินกำไรไปเกือบหมดแล้ว ยังไม่รวมต้นทุนของค่าอุปกรณ์อีก

แต่ถ้าลองคิดอีกมุมหนึ่ง เกิดอยู่ดี ๆ Bitcoin สามารถพุ่งขึ้นไปเหยียบระดับ 10,000 ดอลลาร์ (330,000 บาท) อีกครั้งได้ ก็จะได้เดือนละประมาณ 10,500 บาท ทำให้ได้กำไรประมาณ 6,000 บาทต่อเดือน และจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 10 เดือนนิด ๆ ในการที่จะคืนทุน และถ้าเพิ่มอีกก็ยิ่งคืนทุนเร็วขึ้นไปอีก

สิ่งที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับความคุ้มค่าด้านอื่น ๆ

นอกเหนือจากต้นทุนและรายรับรายจ่ายทั่วไปแล้ว นักขุด Bitcoin ควรจะรู้ก่อนว่า มีความเสี่ยง ความเป็นไปได้อะไรอีกหรือเปล่าสำหรับการที่จะเริ่มลงทุน โดยผู้เขียนได้รวมรวบมาแล้วดังนี้:

ความรู้ในการเทรด: ถึงแม้จะมีรายได้จากการขุด Bitcoin แต่ก็อย่าลืมว่า สุดท้ายก็ต้องนำ Bitcoin มาขายในเว็บเทรดคริปโตอยู่ดี ซึ่งหากมีความรู้ในการเทรด หาจังหวะดี ๆ ในการขายจะช่วยทำให้ได้กำไรมากขึ้นไปอีก

ต้องเปิดแอร์/พัดลมตลอด: เครื่องขุด Bitcoin นั้นทำงานหนัก ทำให้มีอุณหภูมิที่ร้อน รวมทั้งยังปล่อยลมร้อนออกมาตลอดเวลาด้วย ถ้าอยากให้เครื่องไม่ร้อนเกินไปและทำงานได้เต็มที่ตลาดควรจะมีการเปิดแอร์ หรือเปิดพัดลมลดความร้อนมัน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มขึ้นไปอีก

เสียงดัง โดนเพื่อนบ้านด่า: เสียงของเครื่องขุด Bitcoin นั้นดังมาก ๆ ต่างจากการ์ดจอ ถ้านึกภาพไม่ออก ให้ลองจินตนาการเสียงของเครื่องดูดฝุ่น ผู้เขียนจึงแนะนำว่า ควรคิดถึงเรื่องนี้ด้วย ถ้าให้นั่งฟังทั้งวันคงไม่ไหวแน่ ๆ ต้องหาวิธีจัดการเช่น มีการสร้างห้องแยก หรือมีที่เก็บเสียง

เรื่องสถานที่ไว้วาง: จากการที่มันปล่อยทั้งเสียงและความร้อนออกมา ผู้เขียนแนะนำว่า ควรหาสถานที่แยกไปวางมันเลย เพราะว่า ถ้าวางไว้ใกล้ตัวหรือในห้องที่เราอยู่จะรบกวนมาก ๆ มีอีกตัวเลือกคือหาเหมืองในไทยที่รับฝากวางเครื่องก็มีถมไปเช่นกัน

เครื่องอาจพังได้: เครื่องขุด Bitcoin ก็เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถพังได้ ต้องรู้ทางหนีทีไล่ว่าถ้าเกิดเหตุขัดข้องตรงนี้จะแก้ไขอย่างไร หรือจะสามารถส่งเคลมประกันได้อย่างไร

สั่งเครื่องตอนนี้ได้ประมาณกลางเดือนธันวาคม: การสั่งเครื่องขุดจาก Bitmain นั้นจะเป็นระบบ Pre-order คือจ่ายเงินก่อน ค่อยรอทางเขาส่งเครื่องมาให้ ซึ่งในรอบล่าสุดนี้จะส่งในกลางเดือนธันวาคม แปลว่าต้องเผื่อเวลาคืนทุนเพิ่มขึ้นไปอีก หลังจากที่จ่ายเงินแล้ว

ค่า Difficulty เพิ่ม/ลดได้: อีกประเด็นที่ลืมไม่ได้เลยคือค่า Difficulty ที่เป็นตัวกำหนดว่าจะขุด Bitcoin ได้มากน้อยขนาดไหน ซึ่งสามารถเพิ่มหรือลดได้ตลอดเวลา และเมื่อปีที่ผ่านมามันเพิ่มขึ้นหลายเท่า ทำให้ขุดได้น้อยลงเป็นอย่างมากเช่นกัน ต้องพิจารณาส่วนนี้ด้วย

Bitcoin อาจมีการ Hard Fork ได้เหรียญฟรี ๆ: Bitcoin เปรียบเสมือนพี่ใหญ่ก็จริง แต่มันมีความไม่ลงรอยภายในกันหลายครั้งทำให้เกิดการ Hard Fork ไปสร้างเหรียญใหม่อยู่บ่อย ๆ เช่นเมื่อปีที่ผ่านมา มีการแยกไปสร้าง Bitcoin Cash ที่มีมูลค่าใหญ่โตเป็นอันดับ 4 ในตลาด ซึ่งคนถือ Bitcoin จะได้ Bitcoin Cash ฟรี ๆ ในแน่ว่าอาจมีเซอร์ไพส์อีกในอนาคตก็ได้

การขุด Bitcoin นั้นก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงหลากหลายอย่างแฝงมา หวังว่าบทความนี้จะทำให้ผู้อ่านได้เห็นภาพของ Bitcoin ว่ากว่าจะขุดมันได้นั้นไม่ใช่แค่เสียบปลั๊กก็รับตังได้ หากไม่พิจารณาให้ดี ๆ อาจจะกลายเป็นเสียบปลั๊กรับกรรมแทน