<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยปฏิเสธข่าวลือ ‘เตรียมขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล’

ในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมามีข่าวลืออย่างหนาหูว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เตรียมยื่นขอใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หลังจากนั้นทางด้านของรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดและขอให้ผู้คนใช้วิจารณาอย่าหลงเชื่อ  ทั้งนี้ข่าวลือดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปทางโซเชียลมีเดียมากมายว่า:

“ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือ Stock Exchange of Thailand (SET) กำลังวางแผนที่จะยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากกระทรวงการคลัง โดยกำลังวางแผนที่จะเปิดเว็บให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายในปีนี้ รายงานดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ทาง ก.ล.ต. แห่งประเทศไทยได้ออกมาประกาศรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว ซึ่งนั่นประกอบด้วยเว็บไซต์ bx.in.th, bitkub.com, satang.pro และ coins.co.th  ทั้ง 4 บริษัทได้รับใบอนุญาตไปแล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

อ้างอิงจากบางกอกโพสต์นั้น ดูเหมือนว่าทางตลาดหลักทรัพย์กำลังต้องการที่จะ “จับกระแสสินทรัพย์ดิจิทัล” กล่าวโดยนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)

บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิเคอร์ส 
เธอเผยว่าบริษัทด้านหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ SET กำลังวางแผนที่จะตั้งตัวเองเป็นโบรคเกอร์ หรือดีลเลอร์สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งทางตลาดหลักทรัพย์จึงคาดหวังที่จะร่วมมือกับสมาชิกภายในกลุ่ม

นั่นหมายความว่าถ้าหากทางตลาดหลักทรัพย์ได้ใบอนุญาตแล้วล่ะก็ พวกเขาจะเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นของโลกที่เปิดให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ควบคู่ไปกับหุ้นนั่นเอง”

ซึ่งข่าวลือดังกล่าวดึงดูดความสนใจของนักลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีเป็นอย่างมาก  หนึ่งในชาวโซเชียลมีเดียวได้แสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ว่า

“ถ้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาเปิด Exchange เทรดคริปโตเคอเรนซี ต้องมีผลกระทบต่อทั้ง 4 บริษัทที่พึ่งได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. แน่นอน”

ทั้งนี้กรรมการและผู้จัดการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนายภากร ปีตธวัชชัยได้ออกมากล่าวว่าทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำลังทำการศึกษาระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ดิจิทัลและคาดว่าจะทดลองทำการซื้อขายในช่วงครึ่งหลังของปีเพื่อตอบรับความต้องการของนักลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งเป็นเพียงการศึกษาเรื่องของระบบการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีเท่านั้น

นอกจากนั้นนายภากรก็ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าระบบซื้อขายหลักทรัพย์ดิจิทัลนั้นเป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ดิจิทัลที่แปลงมาจากสินทรัพย์ปกติ (Securitize Asset) เป็นช่องทางของการระดมทุนของภาคธุรกิจที่ต้องการสร้างธุรกิจใหม่โดยไม่ต้องเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น หากตอนนี้หุ้นของ PTT  มีมูลค่า 4-5 พันบาทต่อหุ้นและนักลงทุนต้องการซื้อหุ้นขั้นต่ำ 100 หุ้นก็อาจจะไม่มีเงินมากพอ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องแปลงสินทรัพย์ของ PTT ให้เป็นหลักทรัพย์ดิจิทัลหรือ PTT digital ทำให้ราคาหุ้นเหลือเพียง 10-20 บาท เท่านี้นักลงทุนก็สามารถซื้อหุ้นของ PTT ได้มากขึ้นหรือหากเป็นกรณีของบริษัทใหญ่ ๆ ที่ต้องการแยกตัวออกมาทำธุรกิจใหม่ก็สามารถแยกตัวออกมาทำการระดมทุนต่างหากโดยไม่ต้องเข้าจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์

“ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อรองรับนักลงทุนที่ชอบความเสี่ยงสูง”

นายภากรต้องการปฏิเสธข่าวลือเรื่องของการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและกล่าวว่าการแปลงสินทรัพย์ต่าง ๆ ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลอาจไม่จำเป็นต้องเป็นคริปโตเคอร์เรนซีเท่านั้น

ทั้งนี้ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่เคยออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างที่เป็นข่าวลือในโซเชียลมีเดียทั้งยังไม่ได้มีความสนใจเกี่ยวกับธุรกิจสกุลเงินดิจิทัล แต่หากในอนาคตมีทางตลาดหลักทรัพย์สนใจเข้ามาประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลก็ขอให้ชาวเน็ตและนักลงทุนควรติดตามข่าวจากประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยตรงจะดีกว่า

อ้างอิงจาก Hoonsmart