<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักวิเคราะห์จาก JPMorgan กล่าว “ธุรกิจขุดเหมืองไม่ได้กำไรอีกต่อไปแล้ว”

อ้างอิงจาก Bloomberg เมื่อวันที่ 25 มกราคม ระบุว่าการที่ราคา Bitcoin ตกนั้นทำให้อุตสาหกรรมขุดเหมืองของ Bitcoin นั้นไม่ได้รับกำไรแล้ว ส่วนที่ได้กำไรนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศจีน

ผลตอบแทนลดลง

การที่ราคาลดลงทำให้อุตสาหกรรม Crypto ทั้งหมดได้รับผลกระทบทั้งพนักงานนบริษัทด้าน Blockchain หรือนักลงทุนสถาบันก็ได้รับผลกระทบนี้

อย่างไรก็ตาม Crypto Winter ทำให้อุตสาหกรรมขุดเหมืองนั้นลำบากมากขึ้น และยิ่งราคา Bitcoin ลดลงทำพให้นักขุดรายย่อยกำลังจะตายและหยุดการขุด หรืออาจจะหันไปขุด Altcoins ที่มีความนิยมน้อยกว่าแต่ยังพอมีกำไร

นักวิเคราะห์จาก JPMorgan Chase & Co ราคา Bitcoin ตอนไตรมาสที่สี่ปี 2018 นั้นราคาอยู่ที่ 4,060 ดอลลาร์ และถ้าราคาในเว็บเทรดชั้นนำทัวโลกจะอยู่ที่ประมาณ 3,600 ดอลลาร์ เป็นสิ่งที่พูดได้ว่า นักขุดนั้นกำลังจะตายแล้ว

ประเทศจีนสถานที่ปลอดภัยสำหรับนักขุด Bitcoin

จีนยังคงเป็นแระเทศเดียวที่ยังลอยตัวในอุตสาหกรรมนี้ ทาง Bloomberg คำนวนว่าต้นทุนการขุด Bitcoin ต่อ 1 BTC อยู่ที่ 2,400 ดอลลาร์ Bloomberg ระบุว่านักขุดชาวจีนมีต้นทุนในการขุดต่ำเพราะสามารถซื้อพลังงานไฟฟ้าที่ราคาต่ำโดยซื้อโดยตรงจากผู้ผลิตเลย

ตามนักวิเคราะห์ของ JPMorgan นาง Natasha Kaneva กำลังมองหาลู่ทางในการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินสำหรับนักขุดคริปโตที่คว้าโอกาสทันนั่นเอง

โดยเธอกล่าวว่า:

“การที่ราคา Bitcoin ลดจาก 6,500 ดอลลาร์ในช่วงเดือนตุลาคมและลดลงไปกว่า 4,000 ดอลลาร์สามารถทำให้นักขุดรายย่อยตายกำไรหดหายแต่ยกเว้นแค่ชาวจีนที่ยังคงอยู่ได้เพราะต้นทุนราคาถูก”

อย่างไรก็ตามแม้ว่าการประมาณการของพวกเขาจะถูกปิดบังอย่างมีนัยสำคัญ ก็เป็นที่แน่ชัดว่า จีนยังคงเป็นประเทศที่ปลอดภัยสำหรับการขุด Bitcoin นอกเหนือจากจีนก็มีนักขุดจากสาธารณรัฐเช็ก, สหรัฐอเมริกาและไอซ์แลนด์เท่านั้น ที่ได้ส่วนแบ่งเพิ่มมากขึ้นจากปี 2017

JPMorgan กล่าวว่าถ้าพวกเขาสามารถใช้ต้นทุนเดียวกับจีนก็จะรอดเพราะต้นทุนได้ลดลงกว่า 1,260 ดอลลาร์ต่อ 1 Bitcoin

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Read previous post:

การเติบโตของคริปโตในปี 2017 ทำให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว และเติบโตมาจากด้านมืด คริปโตมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ถูกขโมยจากเว็บเทรดคริปโตและกระเป๋าเงินเก็บคริปโตนั่นเอง

Close