<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ที่ปรึกษาอาวุโส ก.ล.ต. สหรัฐฯ กล่าวในที่ประชุม SXSW ว่า “ตลาดคริปโตขาขึ้นกำลังใกล้เข้ามาแล้ว”

นาง Valerie Szczepanik ที่ปรึกษาอาวุโสด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือ SEC ได้กล่าวถึงตลาดคริปโตในแง่บวกว่าการออกกฎเกณฑ์มากำกับตลาดจะช่วยเพิ่มมูลค่าของตลาดคริปโตในที่สุด

“ฉันเชื่อว่าการที่ตลาดคริปโตจะกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้นอีกครั้งนั้นขึ้นอยู่กับผู้ออกกฎหมายด้วย” เธอกล่าวในที่ประชุม SXSW ที่ Austin รัฐ Texas “แต่ฉันก็เชื่อว่าตลาดคริปโตกำลังจะกลับมาบูมอีกครั้ง”

ในช่วงของการตอบคำถามกับทนาย Daniel Kahan จาก Morrison & Foerster LLP นาง Szczepanik กล่าวว่าวิธีการที่ SEC ออกกฎเกณฑ์เกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีเป็นวิธีการที่เอื้ออำนวยต่อตลาดคริปโตที่จะเติบโตต่อไปแม้ว่าทาง SEC จะไม่ได้ออกกรอบการกำกับดูแลอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มแรก “แต่การทำเช่นนี้ก็เพื่อทำให้ผู้ออกกฎหมายมีความยืดหยุ่นในการออกกฎเกณฑ์เพิ่มมากขึ้น” เธอกล่าว

ในขณะที่ทางผู้ประกอบการต่างก็ต้องการที่จะรู้ว่าพวกเขาสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายหลักทรัพย์ในปัจจุบันหรือไม่ เธอกล่าวว่าโดยหลักกฎหมายแล้วก็เปิดโอกาสให้มีการดำเนินธุรกิจจากเทคโนโลยีใหม่นี้เพิ่มมากขึ้น

เธอกล่าวกับผู้เข้าร่วมว่า:

“ฉันคิดว่าถ้าคุณเสนอการออกกฎเกณฑ์มากำกับคริปโตเคอร์เรนซีอย่างเร่งรีบโดยไม่ได้ทำการศึกษามันก่อน มันอาจจะเป็นการชี้นำทางการกำกับดูแลไปในทางใดทางหนึ่งเพียงเท่านั้น”

เมื่อถูกถามถึง stablecoin จะมีแนวโน้วราคาสูงขึ้นบ้างหรือไม่ เธอกล่าวว่ามันมีการจัดการหลายประการที่ทำให้เหรียญ stablecoin ยังคงมีราคาที่เสถียรสัมพันธ์กับเหรียญอื่น ๆ

เธอแยกอธิบายว่า stablecoin นั้นสร้างสินทรัพย์ออกมาเป็น 2 ประเภทหลัก คือประเภทแรกเป็นเหรียญที่มีราคาคงที่ ส่วนอีกประเภทหนึ่งคือสินทรัพย์ที่มีราคาผันผวนโดย stablecoin  จะเข้ามาช่วยให้เหรียญประเภทแรกมีราคาที่เสถียร (เรียกว่าเป็นอัลกอริทึมของ stablecoin)

ในส่วนการจัดหมวดหมู่นั้นเธอกล่าวว่า “มันอาจจะกลายเป็นหลักทรัพย์ก็ได้” เธอได้พูดถึงการจัดหมวดหมู่ของ stablecoin ว่า “เราจะมองไปที่การทำงานเบื้องหลังเสมอว่าลักษณะมันเป็นเช่นไรแล้วเราจึงจะให้นิยามและการกำกับดูแลที่เหมาะสมภายใต้กฎหมาย”

บทลงโทษที่เหมาะสม

ประเด็นที่พูดถึงบ่อยในการพูดคุยกว่า 90 นาทีครั้งนี้คือประเด็นของ SEC’s FinHub ที่ให้บริษัทต่าง ๆ เข้ามาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับวิธีการที่ SEC จะใช้ “มันดีกว่าที่คุณจะเข้ามาหาผู้ออกกฎหมายเองดีกว่าให้ผู้ออกกฎเดินเข้าไปหาคุณ”

นาง Szczepanik กล่าวว่าการพูดคุยกับทาง SEC จะส่งผลดีมากกว่าแก่บริษัทต่าง ๆ เธอได้พูดถึงกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็คือกรณีของ Gladius บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ยกข้อต่อสู้ต่อประเด็นการโจมตีโดยปฏิเสธการให้บริการแบบกระจาย (distributed denial of service หรือ DDoS) ซึ่งคำตัดสินได้ออกมาในเผยแพร่ออกมาในเดือนกุมภาพันธ์

จากคำตัดสินทาง SEC ไม่ได้ลงโทษปรับต่อบริษัท Gladius เพราะบริษัทมีการส่งรายงานด้วยตนเองและได้ติดต่อกับ SEC ตลอดการสืบสวน

เธอกล่าวว่าแทนที่จะมุ่งความสนใจไปที่การใช้กฎหมายมาลงโทษ ทางบริษัทสามารถที่จะเข้ามาร่วมมือกับผู้ออกฎหมายตั้งแต่เริ่มแรกเลยจะดีกว่า

เธอกล่าวว่าบางบริษัทก็ออกน้ำออกทะเลเพื่อหากฎเกณฑ์ที่ยืดหยุ่นมากกว่าแต่เธอมองว่าแทนที่จะทำเช่นนั้นทางบริษัทควรที่ปฏิบัติตามกฎหมายของสหรัฐ “มันมีประโยชน์ที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องและเมื่อทำเช่นนั้นแล้วมันจะกลายเป็นมาตรฐานที่ดีที่สุด”

นอกจากสหรัฐ ฯ แล้ว นาง Szczepanik กล่าวว่าผู้ออกฎหมายทั่วโลกได้ศึกษาเทคโนโลยี  distributed ledger อยู่เสมอ “ฉันคิดว่ามีหลายแห่งบนโลกที่สนใจเทคโนโลยี DLT และกำลังพิจารณาว่าจะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้แทนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างไรบ้าง”

จดหมายจาก SEC ถึงการที่ไม่มีการดำเนินการทางกฎหมาย

หนึ่งในสิ่งที่โล่งใจสำหรับผู้กระกอบการที่ได้ทำ ICOs คือทาง SEC จะไม่มีการออกกฎเกณฑ์อะไรมาต่อต้านมัน กล่าวคือทาง SEC ได้ตรวจสอบกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทแล้วและยืนยันว่า SEC จะไม่ออกกฎเกณฑ์อะไรมายับยั้ง ICOs

นาง Szczepanik ได้กล่าวถึงประเด็นนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตามทางทนายได้รับรู้ว่าตอนนี้มีการประกาศออกมาว่าจะไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายใด ๆ กับประเด็น ICOs

อย่างไรก็ตามประเด็นที่นาง Sczczepanik ต้องการจะบอกคือบริษัทต่าง ๆ ควรที่จะเข้ามามีการติดต่อสื่อสารกับทางผู้ออกกฎหมายหลักทรัพย์จะเป็นประโยชน์กับทางบริษัทมากกว่าซึ่งเธอก็ได้เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาติดต่อเธอได้โดยตรง
เธอกล่าวโดยสรุปว่า:

“เราต้องการให้ผู้ประกอบการเข้ามาถามกับทางเราก่อนที่จะดำเนินการอะไรมากกว่าการที่ทำไปแล้วแล้วจึงค่อยมาขอช่องทางผ่อนปรนทีหลัง”

ที่มา coindesk

Read previous post:

เอกสารจากทาง...

Close