<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

เมืองแห่งหนึ่งในแคนาดาเพิ่งได้ตู้ ATM Bitcoin ใช้ครั้งแรก แต่ถูกรัฐบาลสั่งแบน

Bitcoin ATM ได้กลายมาเป็นเครื่องสำหรับฟอกเงินในอุดมคติ” กล่าวโดยกรมตำรวจแวนคูเวอร์ พร้อมทั้งมีการแบนเครื่องเอทีเอ็มดังกล่าวจากนายกเทศมนตรี

ตู้เอทีเอ็ม 76 เครื่องที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองได้ถูกตำรวจระงับการใช้งานสองครั้งเนื่องจากปัญหาด้านกฎหมาย ล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 จ่า Alvin Shum ได้รายงานต่อคณะกรรมการตำรวจแวนคูเวอร์ว่า:

“การที่ไม่มีส่วนกลางเข้ามาควบคุมจึงทำให้ไม่มีองค์กรใดสามารถตรวจสอบได้ว่าธุรกรรมต่าง ๆ นั้นมันถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งนำไปสู่การก่ออาชญากรรมไซเบอร์มากขึ้น เพื่อจุดประสงค์ในการหลอกลวงพลเมือง, การฟอกเงินและการทำธุรกรรมจำนวนมากอย่างน่าสงสัย”

การไม่มีกฎหมายเข้ามาควบคุมมันนำไปสู่การก่ออาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น เขาได้แสดงถึงไฟล์ที่ยื่นต่อกรมตำรวจของแวนคูเวอร์เกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี โดยเพิ่มจากปี 2016 ถึงปี 2017 และในปี 2018 เพิ่มขึ้นอีก 250%

รายงานตอนนี้เผยว่ามีกรมตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียนกว่า 840 เรื่องแล้วในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปี 2018 ถึง 300% ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับตู้เอทีเอ็ม Bitcoin นั้นมีเท่าไร ซึ่งก็มีผู้ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกให้ถอนเงินออกมาจำนวนมากและฝากเข้าตู้เอทีเอ็ม Bitcoin ซึ่งผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนมากจะเป็นผู้อพยพและผู้สูงวัย

แม้ว่าจ่า Shum จะรายงานเรื่องนี้ต่อกรมตำรวจแล้วก็ตามแต่ก็ยังมีตู้เอทีเอ็มไปตั้งที่แวนคูเวอร์เพิ่มขึ้น 15 เครื่องอยู่ดี จากรายงานของ coinatmradar.com

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมาสภาเทศบาลได้แนะนำให้มีการออกเทศบัญญัติเพื่อกำกับการใช้งานและการทำงานของตู้เอทีเอ็ม รวมถึงการที่ต้องมีใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจ, ข้อกำหนดสำหรับการระบุตัวตนเพื่อใช้ตรวจสอบผู้ส่งและผู้รับเงินและข้อกำหนดของด้านความปลอดภัย

ต่อมา 4 เดือนให้หลังในวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมาเมื่อมีการประชุมสภาทางนายกเทศมนตรี Kennedy Stewart กลับผลักดันให้มีการแบนตู้เอทีเอ็มคริปโตภายในเมือง ซึ่งก็มีผู้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยพร้อมบอกว่าตู้เอทีเอ็มคริปโตมันอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคารและสามารถทำธุรกรรมคริปโตได้สะดวกกว่าด้วย ทั้งนี้เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วในแวนคูเวอร์มีตู้เอทีเอ็มตั้งอยู่ 12% ของตู้ทั้งหมดที่ตั้งในประเทศแคนาดา

ตู้เอทีเอ็มเครื่องแรกตั้งอยู่ในร้านกาแฟเมืองแวนคูเวอร์ในปี 2013 ซึ่งมีการสแกนลายมือเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานทำธุรกรรมเกิน 3000 ดอลลาร์แคนาดาด้วย

“เราไม่ต้องการให้พ่อค้ายาเสพติดใช้ประโยชน์จากตู้นี้และไม่ต้องการให้ตู้เอทีเอ็มกลายเป็นแหล่งฟอกเงิน”

เจ้าของผู้ติดตั้งตู้ในปี 2013 กล่าว

ในตอนนี้แวนคูเวอร์ยังขาดมาตรฐานการทำธุรกรรมที่เป็นกลางเมื่อใช้ตู้เอทีเอ็ม บางตู้ต้องใช้เบอร์โทรศัพท์และยืนยันการทำธุรกรรมทางข้อความเมื่อทำธุรกรรมเกิน 1,000 ดอลลาร์หรือบางตู้ตั้งเพดานไว้ที่ 3,000 ดอลลาร์หรือบางตู้ก็ไม่มีการตั้งเพดานใด ๆ ไว้เลย

ท้ายที่สุดแล้วนาย Alvin Singh ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของนายกเทศมนตรีกล่าวว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับการออกกฎหมายเกี่ยวกับตู้เอทีเอ็มคริปโตหรือการแบนตู้เอทีเอ็มดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่กำลังพิจารณากันอยู่และจะประกาศออกมาในไตรมาสที่สี่ของปีนี้

ที่มา coindesk