สรุปข่าว
- แพลตฟอร์มโปรโตคอลคริปโต 3 แห่ง AFX Trade, BSquaredNetwork และ Verus ถูกโจมตีทางไซเบอร์พร้อมกันในช่วงเวลาเพียง 24 ชั่วโมง สูญเงินรวมกว่า 35 ล้านดอลลาร์
- AFX Trade เสียหายหนักสุดกว่า 24 ล้านดอลลาร์ ผ่านสะพานเชื่อมที่พัฒนาเอง ขณะที่ Verus ถูกเจาะซ้ำเป็นครั้งที่สองในรอบ 2 เดือน
- ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยออกมาวิจารณ์การดูแลระบบของ AFX ว่า หละหลวมเกินไป ทั้งที่รายงานตรวจสอบเคยเตือนไว้ก่อนแล้ว
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bearish
เหตุการณ์แฮกซ้อนกันถึง 3 เหตุการณ์ในวันเดียว ย่อมสร้างแรงกดดันด้านความเชื่อมั่นต่อทั้งวงการ โดยเฉพาะเหรียญ B2 ที่ราคาดิ่งทันทีกว่า 15% หลังถูกโจมตี ส่วน AFX และ Verus แม้จะยังไม่ใช่โปรเจกต์ขนาดใหญ่ระดับตลาด แต่การที่ Verus ถูกเจาะซ้ำเป็นครั้งที่สองภายในสองเดือน จะยิ่งตอกย้ำความกังวลเรื่องความปลอดภัยของสะพานเชื่อมข้ามเครือข่ายในสายตานักลงทุน
วงการคริปโตเคอเรนซีเจอศึกหนักเมื่อแพลตฟอร์มถึง 3 แห่งถูกแฮกพร้อมกันในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันเพียง 24 ชั่วโมง จนผู้คนในวงการตั้งฉายาวันนี้ว่า Hackers Day ความเสียหายรวมกันพุ่งทะลุ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,183 ล้านบาท โดยเหยื่อทั้งสามรายได้แก่ AFX Trade, BSquaredNetwork และ Verus ซึ่งกระจายอยู่คนละเครือข่ายบล็อกเชน
AFX Trade เสียหายหนักสุด 24 ล้านดอลลาร์
บริษัทความปลอดภัยบนบล็อกเชน PeckShieldAlert เป็นผู้ตรวจพบความผิดปกติก่อนใคร โดยรายงานว่าโปรโตคอล AFX บนเครือข่าย Arbitrum ถูกโจมตี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 ความเสียหายอยู่ที่ราว 24.15 ล้านเหรียญ USDC โดย แฮกเกอร์เลือกโอนเงินที่ขโมยมา ผ่านสะพานเชื่อมบล็อกเชนจาก Arbitrum ไปยัง Ethereum ก่อนแลกเป็นเหรียญ ETH จำนวน 12,467.5 ETH เพื่อปิดเส้นทางการตรวจสอบ
ระลอกสองถล่ม BSquaredNetwork ราคา B2 ร่วงทันที
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง หลังเหตุการณ์แรก PeckShieldAlert ได้แจ้งเตือนการโจมตีระลอกสอง ที่แพลตฟอร์ม BSquaredNetwork บนเครือข่าย BNB Chain ความเสียหายราว 3.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แฮกเกอร์กวาดเหรียญ B2 ไปถึง 8.59 ล้านเหรียญ แล้วรีบแลกเป็น WBNB ก่อน แปลงเป็น ETH จำนวน 1,128 ETH และโอนออกผ่าน NEAR Intents ผลกระทบที่ตามมาคือ ราคาเหรียญ B2 ดิ่งลงทันทีมากกว่า 15%
Verus ถูกเจาะซ้ำครั้งที่สองในรอบสองเดือน
เหตุการณ์ที่สามเกิดขึ้นกับ Verus โปรโตคอลสะพานเชื่อมข้ามสาย บน Ethereum โดยบริษัทความปลอดภัย Lookonchain เป็นผู้แจ้งเตือน ความเสียหายอยู่ที่ 7.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จุดที่น่ากังวลคือ นี่เป็นการถูกเจาะระบบครั้งที่สองของ Verus ในช่วงเวลาเพียงสองเดือน หลังจากเพิ่งสูญเงินไป 11.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเหตุการณ์ก่อนหน้า
บริษัทความปลอดภัย Blockaid ระบุว่า การโจมตีในเดือนกรกฎาคมนี้ เชื่อมโยงกับครั้งก่อนอย่างชัดเจน ทั้งการใช้สัญญา Smart Contract ของสะพานเชื่อมตัวเดียวกัน เส้นทางการเข้าถึงระบบเดียวกัน และประเภทของบั๊กที่เป็นช่องโหว่เดียวกันทุกประการ
ผู้เชี่ยวชาญตั้งคำถามระบบความปลอดภัย AFX
Steven Goldfeder ผู้ร่วมพัฒนา Arbitrum ออกมาชี้แจงเพื่อสร้างความกระจ่างว่า สะพานเชื่อมที่ถูกเจาะระบบของ AFX เป็นระบบที่ AFX พัฒนาและดำเนินงานขึ้นเองโดยอิสระ ไม่ใช่สะพานเชื่อมหลักของ Arbitrum แต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน Taylor Monahan ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนบล็อกเชน ตั้งคำถามว่า เหตุใดสะพานเชื่อมของ AFX จึงมีเงินกองอยู่มากถึง 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่แรก
Taylor Monahan เปิดเผยว่า หลังเข้าไปอ่านรายงานตรวจสอบความปลอดภัยของ AFX ที่เพิ่งตีพิมพ์ไม่นานนี้ พบว่า โปรโตคอลนี้แทบไม่เคยผ่านการทดสอบครอบคลุมระบบเลย ปัญหาหลายจุดที่ผู้ตรวจสอบเคยเตือนไว้ ทีมงาน AFX รับทราบแต่ไม่เคยแก้ไข และผู้ตรวจสอบก็ไม่สามารถตรวจสอบโค้ดได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากได้รับโค้ดมาเพียงบางส่วนเท่านั้น
Taylor Monahan ทิ้งท้ายว่า สัญญาณเตือนอันตรายที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่แค่ช่องโหว่ทางเทคโนโลยี แต่คือทัศนคติของทีมงานต่อเรื่องความปลอดภัยเอง โดยทีมงานดูชิลล์กันเกินไปมาก ราวกับคิดว่าคงไม่เป็นไรหรอก ปล่อยไว้ก่อน ถ้าจำเป็นจริง ๆ ค่อยแก้ด้วยมือทีหลังก็ได้ ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เคยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยไซเบอร์เป็นลำดับแรก
เหตุการณ์ Hackers Day ตอกย้ำให้เห็นว่า ความปลอดภัยของสะพานเชื่อมข้ามเครือข่ายยังเป็นจุดอ่อนใหญ่ของวงการคริปโตอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์เล็กหรือใหญ่ หากขาดการตรวจสอบที่จริงจังและทัศนคติที่ใส่ใจ ก็มีโอกาสตกเป็นเป้าหมายได้ทุกเมื่อ
ที่มา : cryptopotato
มุมมองผู้เขียน : ในระยะสั้น ความเชื่อมั่นต่อระบบสะพานเชื่อมบล็อกเชน (Cross-chain Bridge) น่าจะยังถูกจับตาอย่างหนัก และเราอาจได้เห็นนักลงทุนแห่ถอนเงินออกจากโปรโตคอลที่มีประวัติด้านความปลอดภัยไม่ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

