<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

10 ไอเดียโปรเจ็ค Blockchain ที่หลุดโลก แต่ก็อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกได้

เทคโนโลยี Blockchain ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นนวัตกรรมที่ล้ำหน้ามากที่สุด หลังจากที่ได้เปิดตัวออกมากว่า 10 แล้ว Blockchain ก็ถูกนำไปใช้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ มากมายที่ได้สร้างอิทธิพลให้แก่มวลมนุษยชน เช่น เทคโนโลยี Internet of Things และ smart contracts

ทั้งนี้โปรเจ็ค Blockchain ที่น่าสนใจก็มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน ซึ่งเราจะดูโปรเจ็คทั้ง 10 อย่างที่คัดมาแล้วว่าน่าสนใจและหลุดโลกมากจริง ๆ

นาย Andrew Adcock CEO ของ  Crowd for Angels ได้แชร์มุมมองของเขาเมื่อถูกสัมภาษณ์ถึงว่า Blockchain จะถูกนำไปใช้อย่างไรบ้าง เขากล่าวว่า:

“Blockchain เพิ่งเริ่มจะถูกนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาในหลาย ๆ ด้านโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นด้าน supply chain ต่อไปในอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า Blockchain จะถูกนำไปใช้ในการจัดการหุ้นและนี่จะเป็นสิ่งที่ถูก Blockchain เข้ามาปฏิวัติ”

1. The Zero Carbon Project

โลกทุกวันนี้เผชิญกับสภาพภูมิอากาศแปรปรวน ซึ่งผลกระทบของสภาพภูมิอากาศแปรปรวนนี้มันส่งผลไปทั่วโลก จึงได้มีคนคิดค้นโปรเจ็ค Zero Carbon ขึ้น ซึ่งโปรเจ็คนี้ได้นำ Blockchain มาใช้ประโยชน์ในด้านการรายงานปัญหานี้ให้ทุกคนได้ตระหนัก โดยโปรเจ็คนี้จะมีตลาด Zero Carbon Market ที่ผู้บริโภคสามารถหาต้นทางที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานทดแทนหรือพลังงานจากฟอสซิลได้ การปล่อยคาร์บอนจากพลังงานเหล่านี้จะถูกชดเชยโดยคาร์บอนเครดิต

โปรเจ็ค Zero Carbon นี้มีโทเค็น  ZeroCarbon ซึ่งผู้ที่สนับสนุนแพลตฟอร์มจะได้รับโทเค็นเป็นรางวัลหากพวกเขาช่วยกันตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก โดยจุดประสงค์ของโทเค็นคือเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้บริโภคในการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยพลังงานลงทั่วโลก ผู้สร้างโปรเจ็คนาย Derek Meyers กล่าวว่า:

“โทเค็น ZeroCarbon มีประโยชน์ในแง่ของการใช้งาน เพราะผู้ให้บริการด้านพลังงานต้องนำโทเค็นนี้มาเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมหากพวกเขาเข้าร่วมกับ Zero Carbon Market ในสหราชอาณาจักร ผู้ให้บริการด้านพลังงานกว่า 32 รายกำลังแข่งขันกันในตลาดเป็นอย่างมาก และยังแย่งกันซื้อโทเค็น ZeroCarbon เพื่อนำมาจ่ายค่าธรรมเนียมอีกด้วย ในสังคมโทเค็น ZeroCarbon เริ่มเป็นที่ต้องการมากขึ้น”

2. Cinemadrom

แพลตฟอร์ม Cinemadrom เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นเพื่อเข้ามาเปลี่ยนแปลงการสร้างภาพยนต์ในปัจจุบัน Blockchain ของโปรเจ็คนี้สร้างขึ้นเพื่อผู้ผลิตภาพยนต์อิสระทุกคนเพื่อใช้ Blockchain ในทางการเงิน การสร้างและเผยแพร่ภาพยนต์

โปรเจ็คครอบคลุมพื้นที่สองประการด้วยกันคือ:

  • อุตสาหกรรมด้านคริปโต: แพลตฟอร์มนี้ซัพพอร์ตการลงทุน, คริปโตเคอร์เรนซี, การประกัน, การขุด และวอลเล็ทหลายสกุลเงิน
  • วงการภาพยนต์: แพลตฟอร์มเป็นตลาดภาพยนต์ในอุดมคติ, สตูดิโอภาพยนต์, การเผยแพร่, ภาพยนต์ออนไลน์, เอเย่นส์ภาพยนต์และเครือข่ายโซเชียล

จากทวิตเตอร์ของ @Cinemadrom ได้โพสต์ว่า:

“จุดประสงค์ของโปรเจ็คเราคือพัฒนาระบบของอุตสาหกรรมภาพยนต์ ในทุก ๆ ภาพยนต์จะได้รับประโยชน์หมด และผลประโยชน์ก็จะไปตกอยู่กับผู้สร้างและนักลงทุนทั้งหมดด้วย!”

แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้นักถ่ายภาพยนตร์สามารถระดมทุนสำหรับโครงการภาพยนตร์ใด ๆ ดังนั้นพวกเขาสามารถสร้างภาพยนต์ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเงิน พวกเขายังสามารถขายภาพยนตร์ของพวกเขาผ่านแพลตฟอร์มได้ด้วย ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นยอดขายได้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้บริษัทจัดจำหน่ายและโรงภาพยนตร์เพิ่มค่าธรรมเนียมสำหรับการจัดจำหน่าย พวกเขายังสามารถเผยแพร่ภาพยนตร์ของพวกเขาไปยังตลาดต่างประเทศซึ่งจะยิ่งช่วยเพิ่มรายได้มากยิ่งขึ้น

นักลงทุนในอุตสาหกรรมภาพยนต์สามารถสร้างพอร์ตโฟลิโอ้ของตนเองสำหรับโปรเจ็คแต่ละอันได้ เพื่อลดความเสี่ยงและได้ผลกำไรที่ดีที่สุดกลับไปจากการลงทุน ผู้ทำโฆษณาสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายที่ตนต้องการให้เห็นโฆษณาได้โดยดูจากโซเชียลที่พวกเขาเข้าไปเกี่ยวข้องมากที่สุด

3. CCUniverse

CCUniverse เป็นโปรเจ็ค Blockchain อีกอันหนึ่งที่น่าสนใจมาก เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการเช่ารถพลังงานไฟฟ้า, ATM และต้นแบบของนวัตกรรมและบ้านเล็ก ๆ โดยทางบริษัทได้กล่าวว่า

“พวกเราได้ไอเดียมาจากพัฒนาการทางเทคโนโลยีหรือการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับพลังงานหรือโซลูชั่นทางวิทยาศาสตร์ที่อาจยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ได้”

CCUniverse มีวิสัยทัศน์สามด้าน ระหว่างช่วงปี 2019 และ 2020 บริษัทจะมุ่งเน้นไปที่รถพลังงานไฟฟ้าและ ATM ส่วนบ้านต้นแบบจะเป็นสิ่งที่จะทำต่อจากนั้นประมาณช่วงปี 2020 ถึง 2022 และบริษัทจะเริ่มลงทุนในโปรแกรมตั้งแต่ปี 2021

การเช่ารถพลังงานไฟฟ้าถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแพลตฟอร์มเช่ารถพลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ ซึ่งผู้เช่าสามารถทำการเช่าได้ผ่านทางแพลตฟอร์มของ CCUniverse  และมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมซื้อขายอีกด้วย โดยค่าธรรมเนียมขั้นต่ำในการทำธุรกรรมจะคิดเพียงแค่ 1% ในทุก ๆ ธุรกรรม นอกจากนั้นนักพัฒนายังกล่าวอีกด้วยว่าความขาดแคลนด้านทรัพยากรและกระบวนการนำไปใช้ที่ไม่ดีพอมันทำให้คนขาดโอกาสที่จะเข้าถึงทรัพยากรดี ๆ ที่จะทำให้ชีวิตพวกเขาง่ายขึ้น

4. Uhive

Uhive เป็นโปรเจ็คที่สร้างขึ้นเพื่อพัฒนาสื่อโซเชียลไปอีกระดับหนึ่งซึ่งเป็นโปรเจ็คที่ต้องการให้คนใช้แพลตฟอร์มนี้ในการติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกัน มันมีฟีเจอร์ Grey World ในการอำพรางตัวตนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและเข้าไปเล่นในห้องแชทที่เรียกว่า “deep web chat room” ได้

แพลตฟอร์ม Uhive จะมี Uhive Token ที่ให้รางวัลแก่ผู้ใช้งาน ซึ่งโทเค็นนี้มาจากรายได้ของการโฆษณาของพวกเขานั่นเอง

โทเค็นของ Uhive สร้างบนเทคโนโลยี Ethereum และเป็นโทเค็น ERC-20 ซึ่งสามารถซื้อโทเค็นด้วย Bitcoin ผ่านทาง iOS App Store และ Google Play Store หรือ Ethereum และ PayPal ก็ได้ นอกจากนั้นมันยังซื้อด้วยเงินเฟียต เช่น เงินยูโร เงินดอลลาร์สหรัฐ และเงินปอนด์ได้อีกด้วย 

5. BitJob

BitJob เป็นอีกโปรเจ็ค Blockchain หนึ่งที่อาจเข้ามาเปลี่ยนอนาคตการจ้างงาน ทางทีมงานของโปรเจ็คได้กล่าวว่า

“Blockchain ทำให้เราสามารถเข้าถึงนักเรียนได้กว่า 500 ล้านคน เพื่อสร้างช่องทางหารายได้, งานใหม่ และโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ“

BitJob ต้องการเข้ามาลดช่องว่างระหว่างนายจ้างและนักเรียน ทำให้นักเรียนที่มีศักยภาพสามารถหางานได้ง่ายขึ้น BitJob สร้างบนเครือข่ายของ Ethereum ซึ่งทำให้นักพัฒนามีแอปพลิเคชั่นที่สามารถแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องของนายจ้างได้ เช่น การยืนยันตัวตนและความชื่นชอบ เป็นโปรเจ็ค Blockchain รายแรกที่ทำให้นายจ้างกับนักเรียนสามารถติดต่อกันได้แบบ peer-to-peer

โปรเจ็คนี้สร้างขึ้นมาเพื่อนักเรียนที่กำลังหางานอยู่โดยเฉพาะซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหางานที่ตรงกับระดับความสามารถของตนได้ ดังนั้นนักเรียนจึงใช้แพลตฟอร์มนี้ในการหางานได้ และสามารถสร้างพอร์ตโฟลิโอ้ที่ดึงดูดความสนใจนายจ้างได้ด้วย

6.    GOeureka

ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลกและหากคุณต้องการที่พักเทคโนโลยี Blockchain สามารถช่วยคุณหาโรงแรมที่ดีที่สุดที่ตรงกับความต้องการเฉพาะของคุณได้ โดยโปรเจ็ค GOeureka ให้บริการจองโรงแรมกว่า 400,000 แห่งในส่วนต่าง ๆ ของโลก

ทางเว็บไซต์จะเป็นผู้รวบรวมโรงแรมเพียงแค่คุณระบุสถานที่เช็คอินและเช็คเอาท์วันที่และจำนวนคนเท่านั้น GOeureka ใช้ประโยชน์จาก Blockchain เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้ทาง CEO นาย Maraj Rai ได้ออกมากล่าวว่า

“เราสร้างแพลตฟอร์มจองโรงแรมออนไลน์ขึ้นโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Blockchain … และต้องการที่จะสร้างแพลตฟอร์มที่มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น เป็นตลาดที่ให้ผู้ใช้งานจองโรงแรมได้โดยตรงโดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น”

7. CogniPet

CogniPet นำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ประโยชน์สำหรับผู้ที่รักสัตว์ โดยทางโปรเจ็คใช้ AI ในการสร้างการเชื่อมต่อระหว่างคนกับสัตว์ ซึ่งทำให้คนสามารถระบุสัตว์เลี้ยงและติดตามสัตว์เลี้ยงออนไลน์ด้วยเทคโนโลยีนี้ได้

CogniPet พัฒนาแอปพลิเคชั่นเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดเรียงรูปสัตว์ให้น่ารักขึ้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้ใช้งานยังสามารถแชร์รูปสัตว์และโต้ตอบกับสมาชิกครอบครัวของพวกเขาได้ สามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์และจัดเก็บภาพถ่ายและข้อมูลอื่น ๆ บน Blockchain ข้อมูลนั้นจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้นาย Vincenco Vento CEO และผู้ก่อตั้ง CogniPet ได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการสร้างโปรเจ็คดังนี้

“ตลาดสัตว์เลี้ยงนั้นใหญ่มากและไม่ได้เชื่อมต่อกัน ทำให้แม้แต่องค์กรอาชญากรรมยังนำมันไปทำกำไรได้ การโฆษณาออนไลน์กว่า 80% เป็นอะไรที่ไม่ชัดเจน โปรโมทสัตว์เลี้ยงนำเข้าผิดกฎหมาย ซึ่งสัตว์เหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วจะป่วยหรือถูกทำร้าย ซึ่งก็มีผู้ที่ต่อต้านตลาดมืดเช่นนี้อยู่”

นอกจากนี้เทคโนโลยียังช่วยให้เจ้าของตามหาสัตว์เลี้ยงที่หายไปของตนเจอได้ ซึ่งจะมีฐานข้อมูลของสัตว์เลี้ยงที่หายไปเอาไว้เมื่อส่งรูปเข้าไป นักพัฒนาเชื่อว่าเมื่อโปรเจ็คถูกนำไปใช้ในระดับโลกมันจะช่วยสืบสวนหาหัวขโมยสัตว์เลี้ยงได้ง่ายขึ้น

เจ้าของก็สามารถพิสูจน์ได้ด้วยว่าตนเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงจริง ๆ ซึ่งสามารถพิสูจน์ทาง ID ได้และเมื่อมีผู้สนใจจะซื้อสัตว์เลี้ยงของตนก็เพียงแค่ยื่น ID ให้แก่ผู้ซื้อและผู้ซื้อก็จะได้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงนี้ต่อไป

8. Odem

โปรเจ็ค Odem มุ่งเน้นไปที่การศึกษาและการพัฒนาทักษะ มันถูกออกแบบมาเพื่อลดอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นในโลก ผู้ใช้งานจึงสามารถเข้าถึงการจ้างงานได้ง่ายขึ้น

ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ การขนส่งและเทคโนโลยี Blockchain เป็นทักษะที่ตลาดต้องการ และโปรเจ็คนี้จะมีการเทรนทักษะด้านเหล่านั้น เมื่อการเทรนจบลงก็จะได้รับใบประกาศนียบัตรซึ่งไปยื่นต่อนายจ้างได้ แพลตฟอร์ม Odem มีระบบเก็บข้อมูลแบบ Decentralized โดยใช้ Blockchain ของ Ethereum ในการเก็บข้อมูลด้านการศึกษาเหล่านี้ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครงานได้ง่ายขึ้นด้วย ทาง CEO ของ Odem นาย Richard Maaghul ได้กล่าวว่า

“เราสร้าง Odem ขึ้นเพื่อให้การศึกษาสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น มีค่าใช้จ่ายถูกลงและโปร่งใสมากขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี Blockchain”

ฟีเจอร์ Skills Wizard ใน Odem มีไว้สำหรับสร้างโปรไฟล์อาชีพที่เอาไว้แสดงให้นายจ้างเห็น ซึ่งแพลตฟอร์มก็ได้ทำงานร่วมกับนายจ้างที่ต้องการจ้างลูกจ้างใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพด้วย

9. VibeHub

VibeHub เป็นตลาด VR/AR รายแรกของโลกที่สร้างบน Blockchain โปรเจ็คนี้สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครผ่านภาพจำลอง คุณสามารถดูภาพยนตร์ เล่นเกมกับเพื่อน ๆ และเพลิดเพลินไปกับการดูโชว์ของดาราหรือศิลปินคนอื่น ๆ ซึ่งมันจะดูเหมือนจริงมากทำให้คุณรู้สึกว่าคุณกำลังนั่งอยู่ในเหตุการณ์จริง ๆ

VibeHub ใช้อวตาร (avatar) ในรูปแบบ 3D ที่นำมาผสมผสานกับเทคโนโลยี เช่น video และ voice chat ผู้ใช้งานสามารถดู VR/AR ได้จากอุปกรณ์หลายเครื่อง โดยทาง VibeHub นั้นซัพพอร์ต Daydream (ผลิตภัณฑ์ของ Google),  HTC Vive, Samsung Gear และ Oculus Rift แม้จะไม่มีเซตหูฟังที่ซัพพอร์ต VR/AR ทางแพลตฟอร์มก็มี WebGL/WebVR บนเบราว์เซอร์ใหม่ ๆ ที่ให้ใช้งานได้แล้วบนมือถือและอุปกรณ์ Desktop อีกทั้ง Vibe Credit จะช่วยให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในการเล่นเกมโซเชียลและกิจกรรมอื่น ๆ บนแพลตฟอร์มด้วย

10. Diana

Diana เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้เข้าร่วมลงทะเบียนสามารถอ้างสิทธิ์บนดวงจันทร์ได้ โดยทาง White Paper ของโปรเจ็คได้เผยว่า

“ในโลกอวกาศรวมถึงดวงจันทร์และวัตถุบนท้องฟ้ามันไม่ได้เป็นของชาติหรือมีอำนาจอธิปไตยที่จะครอบครองได้”

ในการสำรวจอวกาศตอนนี้กำลังพิจารณาจะใช้ดวงจันทร์เป็นฐานในการเดินทาง ซึ่งมันสร้างความเสียเปรียบให้กับประเทศกำลังพัฒนาเพราะประเทศเหล่านี้ไม่มีทรัพยากรไปอ้างกรรมสิทธิ์เป็นดวงจันทร์ได้ โปรเจ็ค Diana เลยแก้ปัญหานี้โดยให้ผู้เข้าร่วมลงทะเบียนบน Blockchain เพื่อพัฒนามูลนิธิสำหรับการอ้างสิทธิ์ที่เท่าเทียมกันบนดวงจันทร์

การเข้าร่วมโปรเจ็คนี้มีคุณค่าสามประการด้วยกัน ซึ่งก็คือคุณค่าทางเทคนิคของดวงจันทร์ คุณค่าทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ การลงทุนในโปรเจ็ค Diana จะช่วยป้องกันไม่ให้กรรมสิทธิ์ของดวงจันทร์เป็นของคนใดคนหนึ่งแต่เพียงผู้เดียว แพลตฟอร์มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งพื้นที่บนพื้นผิวของดวงจันทร์ออกเป็น 3.8 พันล้านชิ้น

แพลตฟอร์มที่ให้ลงทะเบียนจะรันบนโทเค็น ERC-20 มีเหรียญ DIA และ MOND โดยเหรียญ DIA ทำหน้าที่เป็นหลักฐานการลงทะเบียนบนพื้นผิวของดวงจันทร์ ส่วนเหรียญ MOND จะเป็นสื่อกลางการทำธุรกรรมที่หนุนโดยเงินดอลลาร์แบบ 1:1

โปรเจ็คที่น่าสนใจ

โปรเจ็คทั้งหมดที่ได้กล่าวไปข้างต้นเป็นโปรเจ็ค Blockchain ที่น่าสนใจและมีศักยภาพที่จะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคน ซึ่งโปรเจ็คนั้นจะรุ่งหรือจะร่วงก็ต้องดูในระยะยาวกันต่อไป

ทั้งนี้นาย Andrew Adcock เป็น CEO ของ Crowd for Angels ได้กล่าวว่า “ในตลาดเราจะเห็นผู้ที่ล้มเหลวและการควบและรวมกิจการอยู่มาก แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและการเติบโตของตลาด” ทั้งนี้เขายังได้แนะนำผู้ที่สนใจสร้างบริษัทสตาร์ทอัพด้าน Blockchain ด้วยว่า

หลายคนขาดประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิม ในขณะที่พวกเขาสามารถหาเงินทุนได้มันเป็นสิ่งสำคัญที่พวกเขาต้องทำให้การดำเนินงานของพวกเขาอยู่ในสภาพดี มีตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตลาดต้องการ … Blockchain เป็นชุมชนที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี มันเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องพบปะและสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานและผู้เชี่ยวชาญที่คล้ายกันในระบบนิเวศคุณไม่สามารถอยู่บ้านเฉย ๆ และไม่เสวนากับใครได้ “

อ้างอิง cointelegraph