<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ธนาคารแห่งหนึ่งแจก Bitcoin ให้พนักงานใช้ และเริ่มรับลูกค้าด้านคริปโตแล้ว

ธนาคารแห่งหนึ่งในเมืองนิวยอร์คเริ่มสร้างธุรกิจเกี่ยวกับบริษัทคริปโตเคอร์เรนซีร่วมมือกับสถาบันการเงินแห่งสหรัฐอเมริกาเพื่อพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ธนาคาร Quontic เปิดบัญชีเพื่อสร้างบริษัทตู้เอทีเอ็ม Bitcoin เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาและตอนนี้อยู่ในขั้นตอนทำสัญญาเพื่อให้บริการแก่บริษัทสตาร์ทอัพด้านคริปโต

“เรากำลังเดินหน้าไปอีกหนึ่งขั้น เมื่อภาคกฎหมายรองรับคริปโตมากกว่านี้แล้วเราก็จะได้ไม่ต้องทำอะไรมากมายในตอนนั้น” นาย Steven Schnall หัวหน้าฝ่ายบริหารของ Quontic กล่าว “เรากำลังพยายามสร้างผลิตภัณฑ์ของเราให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น และให้บริการลูกค้าหลากหลายมากยิ่งขึ้นเราจึงตัดสินใจเดินเข้าสู่อุตสาหกรรมคริปโต” 

แม้นาย Schnall ไม่ได้พูดว่าเขาต้องการให้ธุรกิจนี้เติบโตไปเท่าใด แต่เขาก็เชื่อว่าสัญญาที่กำลังจะเซ็นต์นี้จะส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันหลายล้านคนแน่นอน ธนาคารที่เป็นมิตรกับคริปโตนั้นหายาก เหตุผลส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะผู้ประกอบธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซีทุกรายจะต้องทำความรู้จักลูกค้า (KYC) และต้องทำตามมาตรการป้องกันการฟอกเงินด้วย (AML)

“ธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ ต้องคอยตรวจดูกิจกรรมที่ผิดปกติ” นาย Joshua Klayman หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลและ Blockchain แห่งบริษัทกฎหมายชื่อดัง Linklaters กล่าว “ถ้าคุณเป็นบริษัทสตาร์ทอัพแล้วทำการระดมทุน ICO แต่ไม่มีมาตรการ KYC และ AML ที่เหมาะสม ธนาคารจะไม่รู้เลยว่ากระบวนการเหล่านั้นใครเป็นคนทำ”

ทั้งนี้ทางธนาคารก็เต็มใจที่จะทำงานให้กับ Silvergate, Signature และ Metropolitan Commercial ในเมืองนิวยอร์ค แม้ว่า Quontic จะเป็นธนาคารเล็ก ๆ มีสินทรัพย์อยู่เพียง 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ JPMorgan แล้วมีสัดส่วนสินทรัพย์เพียง 0.015 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ แต่ทาง Quontic ก็เลือกที่จะทำในสิ่งที่แตกต่าง 

เริ่มทำความรู้จัก Cryptocurrency

นาย Schnall ก่อนหน้านี้เป็นผู้รับจำนองที่ดิน จากนั้นก็เริ่มสนใจ Bitcoin ตั้งแต่มันมีมูลค่าเพียง 1 ดอลลาร์ และเขาก็ได้ซื้อ Bitcoin ครั้งแรกตอนมันราคา 75 ดอลลาร์ในปี 2013 และก็สูญเสีย 500 BTC ไปในกรณีฉาวโฉ่ของ MT Gox 

ส่วนนาย Patrick Sells ซึ่งตอนนี้เป็นหัวหน้าด้านนวัตกรรมของธนาคารได้กล่าวว่านาย Schnall นั้นเริ่มแนะนำ Bitcoin ให้เขารู้จักในช่วงแรก ๆ ที่พบกัน ในขณะที่ นาย Sells กำลังทำเงินให้สินเชื่อเพื่อการจำนองให้กับ Quontic ผ่านทางบริษัทของเขาเอง 

หลังจากที่ศึกษากลไกการทำงานของคริปโตเคอร์เรนซีกันแล้วนาย Schnall และนาย Sells ก็เริ่มสร้างการขุดเหรียญ Ethereum ซึ่งเป็นธุรกิจแยกออกมาต่างหากจาก Quontic ในเดือนมกราคมปี 2018 นอกจากนั้นนาย Schnall ยังคงเชื่อว่า ตอนนี้ Bitcoin นั้นอยู่ในช่วง bull-run มากกว่าเหรียญคริปโตอื่น ๆ 

ทั้งสองจึงตัดสินใจเปิดตัวเหรียญของตนเองออกมาซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับธนาคาร นามว่า QCoin และได้ทำการระดมทุนผ่าน ICO ได้เงินไปกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์จากนั้นพวกเขาก็เลิกทำเพราะตลาดล่ม

อย่างไรก็ตามทั้งสองเชื่อว่าธนาคารและคริปโตเคอร์เรนซีสามารถทำงานร่วมกันได้ และพวกเขากำลังหาทางทำเช่นนั้นอยู่ภายใต้กรอบกฎระเบียบด้านกฎหมายของสหรัฐอเมริกา

นอกจากนั้นทั้งสองยังให้ความรู้แก่พนักงานของตนกว่า 180 คน และแจก Bitcoin ให้ทุกคนคนละ 20 ดอลลาร์ในสมัยที่ราคา Bitcoin นั้นอยู่ที่ 3,000 ดอลลาร์และกำลังมองหาจะว่าจ้างพนักงานที่มีความรู้ทางด้านคริปโตเคอร์เรนซีเพิ่มอีกด้วย

“เราสามารถสอนด้านการธนาคารแก่พวกเขาได้” นาย Sells กล่าว

มาตรฐานการดำเนินธุรกิจ

แม้ว่าทาง Quontic จะลุกขึ้นมาสร้างธุรกิจเกี่ยวกับคริปโตเองเพื่อให้บริษัทด้านคริปโตรู้ว่าธนาคารไม่ได้ปิดกั้นเทคโนโลยี แต่ทาง Quontic ก็มีมาตรฐานในการเลือกให้บริการด้านคริปโตแก่ลูกค้าด้วยเช่นกัน

เมื่อเอทีเอ็ม Bitcoin เปิดให้บริการที่ Quontic ในปีที่แล้ว บริษัทไม่ได้เตรียมการสำหรับการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย ไม่ได้มีแผนการณ์กรณีมีความเสียหายเกิดขึ้น หรือไม่ได้มีรายงานติดตามการทำธุรกรรมสกุลเงิน (CTRs) ที่ต้องส่งให้ฝ่ายกฎหมายอย่างเหมาะสม ไม่ได้มาตรฐานของ Quontic

หลังจากที่ได้ทำงานกับธนาคารอย่างใกล้ชิดเป็นปี ๆ บริษัทเลยเปิดบัญชีที่ Quontic เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับนาย Schnall แล้วเขาเห็นว่ามันจำเป็นสำหรับบริษัทสตาร์ทอัพด้านคริปโตมากที่จะต้องให้ความสำคัญกับสิ่งนี้

“บริษัทด้านคริปโตจะต้องมีการควบคุมอย่างรัดกุม, มีการตรวจสอบบัญชีภายใน และต้องมีระบบ compliance ที่จริงจัง”

“เราจำเป็นจะต้องมีแรงจูงใจเชิงกลยุทธ์ที่ดี เช่น ยอดเงินฝากที่มีความหมาย คำว่ามีความหมายก็ต้องพิจารณาว่าบัญชีนั้นมีความซับซ้อน รับภาระความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน” นาย Schnall กล่าว 

ที่มา coindesk