<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ความต้องการในตัวเหรียญ Cryptocurrency ในฮ่องกงพุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางการประท้วงอย่างรุนแรง

ฮ่องกงได้กลายเป็นอีกหนึ่งเมืองที่กำลังเกิดสถานการณ์ร้อนระอุอยู่ในขณะนี้ โดยประชาชนนั้นได้ลุกฮือขึ้นมาทำการประท้วงเพื่อเรียกร้องสิ่งที่พวกเขาต้องการ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในการประท้วงที่ใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ มันยังส่งผลทำให้ cryptocurrency นั้นมีความสำคัญขึ้นมาอีกด้วย

ฮ่องกงนั้นได้กลายเป็นสนามรบแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มนำเอา Telegram เข้ามาใช้พูดคุยกันในกลุ่มผู้ประท้วง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับได้โดยรัฐบาลจีน นอกจากนี้การนำเอาเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้ามาใช้กับประชาชนนั้นยังส่งผลทำให้พวกเขาเกิดความไม่พอใจอย่างมาก และผู้ประท้วงก็ได้มีการใช้แทคติกในการประท้วงใหม่ ๆ อย่างเช่นการนำเอาเลเซอร์ยิงไปที่ตำรวจที่จะใช้แก๊สน้ำตาเกิดความไขว้เขวอีกด้วย

การต่อสู้เพื่อระบบการชำระเงินที่อิสระ

เชื่อหรือไม่ว่าการประท้วงที่เกิดขึ้นในฮ่องกงนั้นส่วนใหญ่มาจากการประท้วงเรื่องระบบการชำระเงิน วัยรุ่นส่วนใหญ่ในเมืองไม่ต้องการใช้ระบบชำระเงินแบบ Octopus เพราะกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะติดตามการทำธุรกรรมของตน


คริปโตเคอร์เรนซีก็มีบทบาทสำคัญ เมื่อเกิดการประท้วงในกลางเดือนมิถุนายน Bitcoin ถูกขายในราคา 160 ดอลลาร์พรีเมี่ยมบนเว็บเทรดฮ่องกงนาม TradeBit และขายที่ 80 ดอลลาร์พรีเมี่ยมต่อมา วอลลุ่มการเทรดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในเมืองมีเอทีเอ็ม Bitcoin กว่า 39 แห่งในเมือง ร้านอาหารและร้านค้ารับรองการชำระเงินด้วยคริปโต บางคนก็เคลื่อนย้ายเงินของพวกเขาไปเมืองข้างนอกเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ของจีนมายุ่งเกี่ยว หลาย ๆ คนก็หันมาลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีแทน 

คริปโตเคอร์เรนซีมีบทบาทสำคัญ

นโยบายทางการเงินของจีนและฮ่องกงนั้นแตกต่างกัน ในฮ่องกงสามารถพัฒนา Blockchain ได้มานานแล้ว ตรงข้ามกับของประเทศจีน เรียกได้ว่าเป็นนโยบาย “หนึ่งประเทศสองระบบ”

ประชาชนชาวฮ่องกงมีความระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับรัฐบาลจีนและระบบการชำระเงินแบบ Centralized ก็ต้องการเข้ามาควบคุมพวกเขา ในแง่นี้คริปโตเคอร์เรนซีจึงมีบทบาทสำคัญ การประท้วงดำเนินไปเพียงสองเดือนในขณะนี้ แต่เมื่อสกุลเงินดิจิตอลกลายเป็นทางเลือกของระบบชำระเงินของจีน เราจะเริ่มเห็นการแตกแยกอย่างรุนแรงในเมืองที่อยู่ในความดูแลของจีน

ที่มา beincrypto.com