<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Facebook พิจารณาเปลี่ยนแปลงเหรียญ Libra ครั้งใหญ่หลังจากถูกกดดันทางกฎหมาย

Facebook ออกมาเปิดเผยว่าทางบริษัทกำลังพิจารณาทางเลือกใหม่สำหรับเหรียญ Libra เนื่องจากถูกกดดันจากทั้งกฎหมายและบริษัทพาร์ทเนอร์ โดยนาย David Markus ซีอีโอของ Libra กล่าวว่า จะเปลี่ยน Libra ให้เป็นเหรียญ Stablecoin หลายสกุลที่ค้ำประกันด้วยสกุลเงินจริงที่ต่างกันไป จากที่ตอนแรก Libra จะเป็นเหรียญ Stablecoin สกุลเดียวที่ค้ำประกันราคาโดยผูกติดและอิงกับสกุลเงินจริงที่ใช้งานในโลกออกไลน์ รวมถึงสินทรัพย์ค้ำประกันชนิดอื่นๆ เป็นการพัฒนา นาย Markus พูดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่งานสัมนาต่างประเทศ

ในช่วงนี้เหรียญ Libra ถูกตรวจสอบอย่างละเอียดโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก ทุกบริษัทต่างตัดสินใจจะตรวจสอบความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของเหรียญ Libra ก่อนที่จะปล่อยให้มันออกมา ทั้งที่ตอนแรกทาง Libra เลือกวันเปิดตัวเหรียญที่กล่าวได้ว่ามีเวลาพอให้แก้ไขตามข้อเสนอของบริษัทต่างๆ ก็ตาม

บริษัทพาร์ทเนอร์ของ Libra จำนวนหนึ่งตัดสินใจถอนตัวจากโปรเจ็คต์ตามที่มีองค์กรทางกฎหมายเตือน เช่น Visa, Mastercard, Paypal, eBay

นาย Markus พูดไว้ว่า “เราสามารถสร้างมันในทางที่ต่างไปจากเดิมได้ แทนที่เราจะสร้างให้มันเป็นสกุลเงินเดียว…เราทำให้มันเป็นกลุ่ม Stablecoins เช่น ดอลลาร์ stablecoin, ยูโร stablecoin หรืออื่นๆ”

“เราสามารถสร้างให้มันเป็นกลุ่ม stableccoin จำนวนมากที่แทนถึงสกุลเงินประจำชาติต่างๆ ในรูปแบบของสกุลเงินดิจิตอล นี้คือหนึ่งในทางเลือกที่พวกเราจะนำไปพิจารณา”

ซึ่งคนดังในโลกคริปโตก็มีความคิดเห็นแง่ลบกับเหรียญ Libra พอสมควร

นาย Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple เชื่อว่า Libra ของ Facebook จะไม่สามารถเปิดตัวได้จนกว่าจะถึงปี 2023 เขากล่าวว่า “ปัญหาเรื่องกฎหมายของ Libra จะเป็นอุปสรรคในการปล่อยเหรียญ”

นาย Changpeng Zhao ซีอีโอของเว็บเทรด Binance ก็เคยแสดงความคิดเห็นในทวิตเตอร์ทางการของตนเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เขาคิดว่าเหรียญ Libra จะไม่มีประสิทธิภาพ

แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาด้วยว่าผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นมีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Libra อย่างทาง Ripple ซึ่งจะเป็นเหรียญคู่แข่งของ Libra ในอนาคตก็อาจจะต้องมีความคิดแนวลบกับ Libra อยู่แล้ว

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกว่ากระแสด้านลบของกฎหมายที่เป็นอุปสรรคแก่ Libra จะไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเนื่องจากคู่แข่งเศรษฐกิจอย่างจีนก็มีแผนจะสร้างสกุลเงินดิจิตอลเป็นของตัวเอง ดังนั้นแล้วจีนอาจจะตัดหน้าสหรัฐก็เป็นได้ ทั้งๆ ที่ในตอนแรกหลายคนเชื่อว่าเหรียญ Libra จะมาเป็นคู่แข่งกับเหรียญสกุลดิจิตอลของประเทศจีน

ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่ Libra จะเปลี่ยนเป็นเหรียญ stablecoin ตามปกติแบบ USDT หรือ USDC นาย Marcus ทิ้งท้ายว่าเขามองว่าสถานการณ์ในปัจจุบันไม่ใช่สถานการณ์ที่เลวร้ายอะไรสำหรับ Libra ถึงแม้ว่าการตัดสินใจทั้งหมดจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับทีมพัฒนาเหรียญก็ตาม