<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Ripple คืออะไร ทำไมใคร ๆ ถึงต้องหันมาจับตามองมันในตอนนี้

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ในขณะที่ตอนนี้ความสนใจของเหรียญ Cryptocurrency อย่าง Bitcoin นั้นมีเยอะแยะมากมายทั่วโลก และอาจกล่าวได้ว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อนี้ นอกจากนี้ยังมีเหรียญอื่น ๆ ที่เริ่มจะสร้างชื่อของมันมาแล้วอย่างเช่น Litecoin หรือ Ethereum จนมาถึงตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นคราวของเหรียญ Ripple แล้ว

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเหรียญ Ripple ได้มีราคาสูงขึ้นกลายเป็นสกุลเงินดิจิตอลที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับสองรองจาก Bitcoin และได้นำมาซึ่งความสนใจกับทั้งมือใหม่และมือเก๋าในวงการคริปโต

โดยสกุลเงินคริปโตนามว่า XRP ตัวนี้มีมูลค่า ณ วันที่เขียนบทความที่ 3.81 ดอลลาร์และมีมูลค่ารวมในตลาดมากกว่าหนึ่งร้อยสี่สิบเจ็ดแสนล้านดอลลาร์ อ้างอิงจาก Coinmarketcap ซึ่งในต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมามีการซื้อขายเพียง 25 เซนต์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม Ripple ก็ยังมีมูลค่าน้อยกว่า Bitcoin เพราะตอนนี้ราคาของ Bitcoin ก็กลับไปสู่ 15,000 ดอลลาร์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 252,000 ล้านดอลลาร์ อ้างอิงจาก Coinmarketcap

แต่น้อยคนที่จะรู้ว่า Ripple นั้นคืออะไร เบื้องลึก ประวัติ และที่มาของมันคือเป็นอย่างไร อะไรคือความแตกต่างในเหรียญ Ripple

เหรียญ XRP นั้นเป็นเหรียญที่ถูกสร้างโดยบริษัทที่ชื่อว่า Ripple ตั้งอยู่ในซานฟรานซิสโก ถูกก่อตั้งเมื่อปี 2012 โดยนาย Ryan Fugger (ไรอัน ฟัคเกอร์)โดยหลัก ๆ นั้นเป็นบริษัทที่ให้บริการด้าน payment gateway เจาะกลุ่มเป้าหมายธนาคารและสถาบันการเงิน มีรายงานว่านายฟัคเกอร์นั้นได้กลายเป็นมหาเศรษฐีจากการที่เหรียญ Ripple ราคาพุ่งสูงขึ้นมา

Ripple ได้เปิดตัวในปี 2012 เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินทั่วโลก มันแตกต่างจากแพลตฟอร์มของสกุลเงินดิจิตอลตัวอื่นๆ เพราะได้เชื่อมต่อกับธนาคารอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และถูกควบคุมโดยบริษัทสถาบันการเงิน บริษัทที่ใช้แพลตฟอร์ม Ripple ได้แก่ Santander (SANPRA), Bank of America (BAC) และ UBS (UBS)

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัททางการเงินในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้นำเอาเทคโนโลยีของ Ripple ออกมาใช้ ด้วย ซึ่งปรากฎการณ์ดังกล่าวผลักดันให้ “นักเก็งกำไรคริปโตที่เชื่อในเทคโนโลยีของบริษัทดังกล่าว” แห่กันมาซื้อเหรียญ XRP (ที่แทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธนาคารเหล่านั้น) จนผลักดันให้ราคาของเหรียญ Ripple เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ นาย Stephen Powaga หัวหน้าแผนกวิจัยของบริษัทลงทุนระบบ Blockchain นาม Momentum กล่าวว่า Ripple และ Cryptocurrency ตัวอื่นๆ มีค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมค่อนข้างต่ำซึ่งทำให้พวกมันได้รับความนิยมและทุกๆ ผู้คนก็เริ่มหาทางเลือกอื่นในการใช้แทน Bitcoin

Ripple แตกต่างจาก Bitcoin เพราะไม่สามารถ “สร้าง” หรือ “ขุด” จากผู้ใช้งานหรือบุคคลธรรมดาทั่วไปได้ โดยมันจะถูกควบคุม node เก็บประวัติการทำธุรกรรมทั้งหมดโดยบริษัทและสถาบันการเงินทั่วไป นั่นหมายความว่าเหรียญดังกล่าวจะถูกเสกออกมากลางอากาศเท่าไรก็ได้ อีกทั้งยังมีความเป็น centralized สูงอีกด้วย

โดย Ripple ถูกเสกออกมาประมาณหนึ่งแสนล้านเหรียญในระลอกแรก และมีสามหมื่นแปดพันล้านเหรียญที่มีการหมุนเวียนอยู่ในตลาดปัจจุบัน เหรียญดังกล่าวยังสามารถถูกปล่อยออกมาได้ในตลาดหนึ่งพันล้านเหรียญต่อเดือน โดยทางนาย Powaga คาดการณ์ว่าอาจส่งผลต่อราคาตลาดอย่างมาก

“มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างเกี่ยวข้องกับผมเพราะถ้าพวกเขาเลือกที่จะปล่อยเหรียญ Ripple ให้เร็วที่สุดภายในระยะเวลาเพียงสี่ปีคุณจะเห็นว่ามีการเพิ่มขึ้นของจำนวนมูลค่าตลาดของ Ripple เป็นสองเท่าเลยทีเดียว” เขากล่าว

ซึ่งอาจจะเป็นการกดดันราคาของ Ripple

“ผมไม่แน่ใจว่านักลงทุนบางส่วนที่เพิ่งเข้ามาในตลาด Cryprocurrency จะชื่นชม Ripple ในศักยภาพในการขยายตัวของมันหรือเปล่า”

นาย Powaga กล่าว

การชำระเงินข้ามพรมแดนอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงโดย Bitcoin หรืออาจจะเป็นวันถ้าเป็นการทำธุรกรรมทางการเงินแบบดั้งเดิม แต่ถ้าใช้ Ripple จะใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นทางบริษัทกล่าว

อย่างไรก็ตาม นักลงทุน Bitcoin และเหรียญ cryptocurrency มือเก๋าส่วนมากทราบดีว่าเหรียญ Ripple ไม่ควรจะถูกนำมาใส่ไว้บน coinmarketcap แต่แรก เนื่องจากความเป็น centralized ที่สูงของมัน อีกทั้งยังสามารถถูกเสกออกมาได้ไม่ต่างจากธนบัตรดอลลาร์ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีข้อกังขาและถกเถียงอยู่มาก เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ทาง Ripple ต้องทำให้กลุ่มผู้ใช้งานคริปโตช็อคทั้งวงการเมื่อพวกเขาประกาศ “อายัด” เหรียญ XRP ของอดีตผู้ก่อตั้งแบบตามใจชอบได้ ซึ่งต่างจากระบบ consensus ของ Bitcoin ที่อำนาจจะถูกกระจายออกมาให้กับนักขุดและผู้เปิด node ทำให้ไม่มีใครคนไหนเป็นใหญ่กว่าใคร

อ่านเพิ่มเติม: Ripple เหรียญที่ถูก Pre-Mine และมีความเป็น Centralized สูงจะสามารถเอาชนะ Bitcoin ได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า XRP นั้นจะไม่ใช่สิ่งที่ Ripple ใช้มาเป็นตัวชูโรงของพวกเขาเพียงแค่ตัวเดียว เนื่องจากว่าในปัจจุบันนั้น บริษัทดังกล่าวกำลังคลอดผลิตภัณฑ์ด้านการเงินออกมาทั้งหมดสามตัว ซึ่งนั่นก็คือ

  • xVia: interface สำหรับการจ่ายเงินที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้การใช้งาน xCurrent และ xRapid มีความง่ายขึ้น
  • xCurrent: คือการหยิบยื่นบริการที่ทำให้สกุลเงินทุก ๆ สกุลสามารถใช้ทำงานร่วมกันได้ ไม่ใช่แต่เฉพาะ cryptocurrency เท่านั้น
  • xRapid: โซลูชันด้านสภาพคล่องที่บริษัทลูกค้าสามารถแลกเปลี่ยนเหรียญ XRP กับสกุลเงินไปมาได้ผ่านโพรโตคอลการจ่ายเงิน xCurrent ที่เร็วกว่า ซึ่งนั่นหมายความว่าบริษัทเหล่านี้จะเป็นผู้สร้าง demand สำหรับเหรียญ XRP ในตลาดได้โดยตรง

อ่านเพิ่มเติม:ผลิตภัณฑ์ของ Ripple มีอะไรบ้าง และแต่ละอย่างใช้งานอย่างไร

ผลิตภัณฑ์ทั้งสามตัวนี้ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายและใช้งานบนแพลทฟอร์มของสถาบันการเงินอย่างเช่นธนาคารทั่วไป ที่น่าสนใจคือปัจจุบันธนาคารในไทยอย่างไทยพาณิชย์นั้นก็เริ่มที่จะนำร่องด้วยการนำเอาเทคโนโลยีของ Ripple เข้ามาใช้ทดสอบโอนเงินระหว่างไทยกับญี่ปุ่นแล้ว

แม้ว่าจะยังคงคลุมเครืออยู่ระหว่างโลกของ cryptocurrency กับระบบการเงินยุคเก่า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหรียญ XRP ของ Ripple นั้นมีโวลลุ่มการซื้อขายและมูลค่าตลาดรวมที่มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยปัจจุบันนั้นอยู่ในตำแหน่ง Top 10 หากอ้างอิงจาก Coinmarketcap และเหรียญดังกล่าวยังได้ขึ้นแท่นอันดับสองแซง Ethereum ในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 ที่ผ่านมาอีกด้วย

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น