<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักลงทุนสถาบันจีนกลับเข้ามาในตลาดคริปโตอีกครั้ง หลังเพลี่ยงพล้ำในช่วงขาลงเมื่อปี 2018

เนื้อหาที่สำคัญ:

  • หลังจากเกิดการล่มสลายของคริปโตในปี 2018 บริษัทร่วมทุนในจีนที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับธุรกิจบล็อกเชนมากกว่า 90% เปอร์เซ็นต์ได้เริ่มออกจากตลาด
  • ในขณะที่รัฐบาลกลางของจีนเริ่มผลักดันให้มีการนำบล็อกเชนมาใช้มากขึ้นบริษัทบางแห่งก็ได้เริ่มกลับมาอีกครั้ง  
  • กองทุนที่รอดตายจากปี 2018 ได้เริ่มกระจายความเสี่ยงไปยังการลงทุนอื่น ๆ อย่างเช่นการซื้อขายในตลาดรองหรือการขุด bitcoin 

บริษัทร่วมทุนของจีนกำลังพิจารณาธุรกิจบล็อกเชนอีกครั้ง หลังจากการล่มสลายของคริปโตในปี 2018 ซึ่งในขณะนั้นบริษัทร่วมทุน (Venture Capital) ที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับธุรกิจ blockchain มากกว่า 90% เปอร์เซ็นต์ได้เริ่มออกจากตลาด แต่อย่างไรก็ตามในขณะที่รัฐบาลกลางของจีนเริ่มผลักดันให้มีการยอมรับเทคโนโลยี blockchain มากขึ้นบริษัทบางแห่งก็ได้กลับมามีส่วนร่วมอีกครั้ง

ในช่วงหกเดือนแรกของปี 2019 สตาร์ทอัพ blockchain ของจีนสามารถระดมทุนได้กว่า 368 ล้านดอลลาร์ผ่านข้อเสนอของการระดมทุนทั้งหมด 71 รายการ อ้างอิงข้อมูลจาก 01Caijing 

“บริษัท VC นั่นสามารถหาเงินได้อย่างง่ายดาย โดยคาดว่าภายในเดือนหน้านี้เงินกองทุนของบริษัท Kenetic ที่ตั้งอยู่ในฮ่องกงจะมีตัวเลขอยู่ที่ราว ๆ  8 หลัก” กล่าวโดยนาย Jehan Chu หุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัท

NEO Global Capital ซึ่งเป็นกองทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากโปรเจคเหรียญคริปโตของ NEO สามารถระดมทุนได้กว่า 50 ล้านดอลลาร์ในรอบที่สอง

ดังนั้นมันจึงเป็นหนึ่งในการระดุมทุนที่มีมูลค่าสูงที่สุดของปีนี้ เนื่องจากผู้คนเริ่มกลับให้ความหวังกับโปรเจคบล็อกเชนอีกครั้ง ในขณะเดียวกันบริษัท VC รายอื่น ๆ ก็ได้กระจายความเสี่ยงไปยังการลงทุนในกลุ่มธุรกิจใหม่ ๆ อย่างเช่น การซื้อขายในตลาดรองหรือการขุด bitcoin 

เช่นเดียวกับ Sora Ventures ซึ่งเป็นบริษัทการลงทุนบล็อกเชนระยะแรกที่ได้เริ่มเข้าสู่การซื้อขายในตลาดรองเมื่อต้นปีนี้ โดยนาย Jason Fang ผู้ก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการได้เผยว่ากิจกรรมการซื้อขายของบริษัทส่วนใหญ่นั่นคือ การเทรดคริปโตฟิวเจอร์ ซึ่งจะมีการบริหารจัดการสินทรัพย์ในกิจกรรมนี้อยู่ที่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

Fundamental Labs ซึ่งเป็นกองทุน blockchain มูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์ที่มีการสนับสนุนโดย Coinbase, Canaan Creative และ Binance พวกเขาได้ลงทุนเงินกว่า 44 ล้านดอลลาร์ในการขุด bitcoin นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ซึ่งพวกเขาสามารถสร้างแรงขุดในเครือข่าย bitcoin ได้สูงถึง 1,000 PH / s 

Parallel Ventures ซึ่งเป็นบริษัท VC blockchain ที่ก่อตั้งโดยนาย Yizhou Zhu อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนของ FreeS Capital และได้ทำการลงทุนในอุปกรณ์ ขุด bitcoin ในปีนี้ โดยการลงทุนดังกล่าวนั่นได้รับแรงขุดประมาณ 300 PH / s ซึ่งมีการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านดอลลาร์ ยิ่งไปกว่านั้น FreeS Capital ยังได้ให้การสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัพของจีน , สหรัฐอเมริการวมถึง Uber อีกด้วย 

การล่มสลายของคริปโต

อย่างไรก็ตามเราจะเห็นได้ว่าในปี 2019 นี้มีข้อเสนอทางธุรกิจทั้งหมดเพียง 71 รายการเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่ามีมูลค่าเงินดอลลาร์ลดลงกว่า 67 เปอร์เซ็นต์และมีจำนวนข้อเสนอทางธุรกิจลดลงกว่า 47 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2018 

“อาจจะมีน้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์สำหรับกองทุนคริปโตจีนที่รอดตายมาได้จนถึงวันนี้ [นับตั้งแต่ต้นปี 2017]” กล่าวโดย Howard Yuan หุ้นส่วนผู้จัดการของ Fundamental Labs 

จากการประมาณการของนาย Howard Yuan ได้เผยให้เห็นว่าอาจมีกองทุนบล็อกเชนในระยะแรก(early-stage) เกือบถึง 1,000 กองทุนในช่วงพีคสุดของปี 2018 และมีกองทุนที่ไม่เป็นทางการอีกกว่า 150 ถึง 200 กองทุน อ้างอิงข้อมูลจากการวิจัยของนาย Frank Li ซึ่งเป็นผู้อำนวยการการลงทุนของบริษัท Node Capital ที่ให้สนับสนุนเว็ปเทรด Huobi

“ในงาน blockchain ที่ปักกิ่งเมื่อปีที่แล้ว คุณจะเห็นว่ามีกองทุนกว่า 50 กองทุนได้รวมตัวกันที่นั้น แต่ตอนนี้ผมสามารถนับกองทุนทั้งหมดในปักกิ่งได้น้อยกว่านิ้วในสองมือของผมซะอีก”

โดยนาย Howard Yuan คาดว่าจะมีกองทุนเหลืออยู่เพียงไม่ถึง 10 กองทุนเท่านั้น ในขณะที่นาย Bonnie Cheung ซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับธุรกิจกว่า 500 สตาร์ทอัพเชื่อว่ายังมีกองทุนเหลืออยู่ประมาณ 50 กองทุนที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน ในขณะเดียวกันนาย Yizhou Zhu ก็ได้กล่าวว่าน่าจะเหลือกองทุนอยู่เพียง 20 กองทุนเท่านั้น 

นาง Junfei Ren ร่วมผู้ก่อตั้งของ Redbank Capital และเคยเป็นผู้ก่อตั้งของ Huobi Labs กล่าวว่ากองทุนการลงทุนที่จัดตั้งขึ้นใหม่ของเธอนั้นเป็นเพียงการลงทุนใน bitcoin เท่านั้นไม่ใช่การลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพ

Consensus Lab บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนในบล็อกเชนกล่าวว่า เราไม่คิดว่าบริษัทร่วมทุนนั้นเป็นธุรกิจที่แยกต่างหาก เพราะมันจะต้องมีการรวมเข้ากับธุรกิจอื่น ๆ เพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีไม่ซ้ำกันของเรา เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์เมทริกซ์ที่สามารถทนกับช่วงตลาดขาลงได้” กล่าวโดยนาย Kevin Ren หุ้นส่วนของบริษัท

กองทุนกำลังพยายามหาเป้าหมายในการลงทุนใหม่ ๆ  แม้จะมีการประเมินมูลค่าของบริษัทสตาร์ทอัพบล็อกเชนที่ลดลงก็ตาม 

“ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาเราได้ลงทุนในโปรเจคโทเค็นใหม่ ๆ โดยที่ระดับสูงสุดของปีที่แล้วเราได้ทำการลงทุนบ่อยถึง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์” กล่าวโดยนาย Jehan Chu จากบริษัท Kenetic

เนื่องจากการประเมินมูลค่าของสตาร์ทอัพที่ได้ลดลงอย่างฮวบฮาบ มันจึงทำให้นักลงทุนเริ่มมีความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น โดยนาย Ren จาก Consensus Lab’s ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง CoinDesk ว่าจำนวนข้อเสนอโดยเฉลี่ยในประเทศจีนนั่นอยู่ที่ประมาณ 100,000 ดอลลาร์ในปีนี้ ในขณะที่ข้อเสนอมูลค่าประมาณครึ่งล้านดอลลาร์นั่นส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีให้เห็น

การเติบโตในอนาคต

หลังจากการล่มสลายของคริปโตในช่วงปีที่ผ่านมาทำให้บริษัทร่วมทุนที่มุ่งเน้นด้านบล็อกเชนของจีนกำลังเติบโตและมีการพัฒนาขึ้นมาอีกครั้งเพื่อค้นหาเส้นทางที่ยั่งยืนมากขึ้น การประเมินมูลค่าของคริปโตเคอเรนซี่นั่นก็เริ่มมีความสมเหตุสมผลมากขึ้น เนื่องจากผู้เล่นสายเก็งกำไรได้ออกไปจากตลาดหมดแล้ว

นาย Jason Fang หุ้นส่วนผู้จัดการของ Sora Ventures กล่าวว่ากองทุนเริ่มมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยกองทุนของเขาได้ก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายปี 2017 ซึ่งมันเป็นหนึ่งในกองทุนสถาบันแห่งแรกในประเทศจีนที่มีผู้บริหารและผู้ตรวจสอบบัญชีกองทุน

“ก่อนที่ตลาดจะล่มสลายนักลงทุนไม่ได้มีการประเมินโปรเจคอย่างรอบคอบ เนื่องจากตอนนั้นราคาของโทเค็นยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” กล่าวโดยนาย Xin Jiang ผู้จัดการการลงทุนของ Fenbushi Capital ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนร่วมทุนที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

“นักวิเคราะห์ใช้เวลามากขึ้นในการค้นคว้าและตรวจสอบซึ่งกันและกันเกี่ยวกับบริษัทสตาร์ทอัพ” กล่าวโดยนาย Frank Li อดีตพนักงานของบริษัท Node Capital และเขาเพิ่งได้เข้าร่วมกับบริษัท Parallel Venture เมื่อไม่นานมานี้

“นักลงทุนเริ่มมองผลตอบแทนเป็นระยะยาวมากขึ้น เนื่องจากไม่มีใคร [ตอนนี้] ที่คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน ขอบฟ้านั้นมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้า” นาย Frank Li กล่าวเพิ่มเติม

การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนมันต้องใช้เวลา โดยนาย Ren จาก Consensus Lab กล่าวว่า “เราพยายามกำหนดตรรกะการลงทุนที่สมเหตุสมผลและมันเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายว่ามูลค่าของบริษัทสตาร์ทอัพนั่นควรมีมูลค่าเท่าใด” และเขายังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า “มันเป็นความขัดแย้งที่ลึกซึ้งเพราะเมื่อเราลงทุนไปแล้ว เราก็ไม่แน่ใจว่าทิศทางในอนาคตของมันจะเป็นอย่างไร”

นาย Chu จากบริษัท Kenetic’s นั้นมองโลกในแง่ดีมากกว่า โดยเขากล่าวว่า “มูลค่าของสตาร์ทอัพ บล็อกเชนนั่นจะไม่ถูกลงไปกว่าตอนนี้” และเขายังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นเกี่ยวกับบริษัทในประเทศจีนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแพลตฟอร์มการซื้อขายคริปโต , โครงสร้างพื้นฐานและ Decentralized Finance (DeFi)

ที่มา : coindesk