สรุปข่าว
- ดัชนีความกลัวและความโลภในตลาดคริปโตพุ่งจากระดับ 46 เมื่อวานนี้ ขึ้นมาแตะระดับ 62 ในวันนี้ ทะลุโซน “เป็นกลาง” ที่ 55 ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน
- Bitcoin ทะยานกลับขึ้นแตะระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 70,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน หลังรอคอยมานานถึง 78 วัน
- ชนวนเหตุหลักมาจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ประกาศเพิ่มวงเงินเข้าซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ระบบการเงิน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish
การกลับมาของแรงซื้อ พร้อมกับดัชนีความเชื่อมั่นที่พุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดดในวันเดียว สะท้อนว่าเม็ดเงินกำลังไหลกลับเข้าสู่ตลาด หลังจากซบเซามาหลายสัปดาห์ เมื่อบวกกับปัจจัยสภาพคล่องจากฝั่งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่หนุนสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม จึงเป็นแรงส่งเชิงบวกที่ทำให้ภาพระยะสั้นของตลาดคริปโตเอียงไปทางขาขึ้น
ตลาดคริปโตในวันนี้ วันที่ 20 สิงหาคม กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังดัชนีความกลัวและความโลภ หรือ Fear and Greed Index ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากระดับ 46 ซึ่งอยู่ในโซนความกลัวเมื่อวานนี้ พุ่งทะลุระดับ 55 ที่ถือเป็นเส้นแบ่งเข้าสู่โซนเป็นกลาง และไต่ขึ้นไปแตะระดับ 62 ในที่สุด

นับเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือนที่ดัชนีตัวนี้พุ่งกลับขึ้นมาแตะระดับ 62 ได้สำเร็จ โดยหากย้อนกลับไปนับตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ปี 2025 ที่ดัชนีความกลัวและความโลภเคยพุ่งขึ้นไปถึงระดับ 62 ก่อนจะร่วงลงมา การพุ่งกลับขึ้นมาแตะระดับเดิมอีกครั้งในวันนี้ จึงคิดเป็นระยะเวลารวมทั้งสิ้น 10 เดือนกับอีก 10 วัน พอดี
ซึ่งสะท้อนความรู้สึกของนักลงทุนที่เปลี่ยนจากความหวาดระแวงมาเป็นความมั่นใจอย่างชัดเจน

การพลิกกลับของอารมณ์ตลาดครั้งนี้ มาพร้อมกับการฟื้นตัวของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวม หลังจากตลาดเผชิญกับบรรยากาศซบเซาต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มกลับเข้ามาสะสมของอีกครั้ง เมื่อสัญญาณเชิงบวกจากฝั่งนโยบายการเงินเริ่มปรากฏชัดขึ้น
หัวใจสำคัญของการฟื้นตัวครั้งนี้คือราคา Bitcoin ที่ดีดตัวกลับขึ้นไปแตะระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 70,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่นักลงทุนต้องรอคอยกันมาถึง 78 วันเต็มกว่าที่ราคาจะกลับขึ้นมายืนเหนือระดับดังกล่าวได้อีกครั้ง
ปัจจัยหลักที่จุดชนวนให้ตลาดพุ่งขึ้นในวันนี้มาจากการประกาศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เพิ่มวงเงินสำหรับการเข้าซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับระบบการเงินโดยรวม มาตรการนี้ถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดการเงิน เพราะการเพิ่มสภาพคล่องมักส่งผลให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือคริปโต
มุมมองผู้เขียน : การที่ดัชนีความกลัวและความโลภพลิกกลับมาอยู่ในโซนโลภได้เร็วขนาดนี้ถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตา เพราะแม้จะสะท้อนความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัว แต่ในอดีตช่วงที่ดัชนีปรับขึ้นเร็วเกินไปมักตามมาด้วยความผันผวนระยะสั้น นักลงทุนควรติดตามว่าโมเมนตัมนี้จะสามารถยืนระยะได้ยาวนานหรือไม่

