<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ยักษ์ใหญ่วงการไอที Huawei เซ็นสัญญาร่วมพัฒนาโครงการเหรียญ Cryptocurrency กับรัฐบาลจีนแล้ว

ในช่วงวันที่ผ่านมานี้ทางบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีอย่าง Huawei ได้มีการประกาศผ่านโพสบนบัญชีผู้ใช้แอพลิเคชั่น WeChat ของทางบริษัทถึงความร่วมมือระหว่างบริษัทและสถาบันการวิจัยด้านสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางแห่งประเทศจีน (People’s Bank of China) ในการร่วมวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain ทั้งนี้รายละเอียดปลีกย่อยนั้นยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด

รายงานดังกล่าวนั้นต่อเนื่องมาจากข่าวในช่วงไม่นานที่ผ่านมานี้ถึงกรณีที่ประเทศจีนนั้นมีแผนการที่จะแปลงสกุลเงิน Reminbi ของประเทศให้เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีรัฐบาลเป็นผู้หนุนหลัง โดยสถาบันวิจัยดังกล่าวของธนาคารกลางยังได้มีการปิดประกาศรับสมัครผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพื่อเข้าร่วมโครงการดังกล่าวโดยเฉพาะอีกด้วย

นอกเหนือจากแผนการแปลงสกุลเงินของประเทศจีนแล้ว ยังได้มีรายงานจากนักวิเคาะห์ด้านคริปโตอย่างนาย Dovey Wan ถึงกรณีที่เมือวงกว่างโจวของประเทศจีนนั้นยังได้มีการอนุมัติวงเงินสนับสนุนให้แก่โครงการด้าน Blockchain ที่น่าสนใจ มูลค่าวงเงินกว่า 150 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งในช่วงปีก่อนทางบริษัท Huawei ยังได้มีการเปิดให้บริการระบบคลาวด์เซอร์วิสซึ่งใช้เทคโนโลยี Blockchain แก่ผู้ใช้งานซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจด้านการพัฒนาและให้บริการแอพลิเคชั่นบนระบบ Blockchain หรือที่เรียกว่า “Dapps” นั่นเอง

การดำเนินการดังกล่าวของประเทศจีนนั้นอาจมองได้อีกมุมว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีของบริษัท Huawei ในการผลักดันโครงการแปลงสกุลเงินของประเทศก็เป็นได้

ทางบริษัทยังได้มีการลงนามในข้อตกลงด้านความร่วมมือดังกล่าว โดยตัวแทนจากทางฝั่งสถาบันวิจัยอย่างนาย Fan Yifei ซึ่งเป็นรองประธาน และนาย Xu Zhijun ซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัท Huawei ในระหว่างการพบปะพูดคุยกับที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท ณ เมืองเซิ่นเจิ้น ประเทศจีน 

นอกจากนี้ก่อนการลงนามดังกล่าวทั้งสองนั้นยังได้เข้าร่วมการประชุมการพัฒนาด้านการเงินของประเทศจีน ซึ่งทางประธานฝ่ายสินค้าและบริการเกี่ยวกับระบบคลาวด์และเอไอของบริษัท Huawei อย่างนาย Hou Jinlong ได้นำเสนอสินค้าด้านเทคโนโลยีล่าสุดของบริษัท โดยมีคำกล่าวสำคัญบนเวทีการประชุมถึงการที่ระบบการกระจายการเก็บรักษาข้อมูล ชิปคอมพิวเตอร์แบบใหม่ รวมไปถึงเทคโนโลยี 5G นั้นจะเป็นสิ่งที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้แก่วงการเทคโนโลยีด้านการเงินเลยทีเดียว

ที่มา : decrypt