<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ค่าความยากในการขุด Bitcoin ร่วงอย่างรุนแรงจนเกือบทำลายสถิติเดิม

ในวันที่ 26 มีนาคม 2020 มีการรายงานว่าค่าความยากในการขุดหรือ Mining Difficulty ของ Bitcoin นั้นลดลงเป็นอย่างมากจนมันถือเป็นการร่วงใหญ่ที่สุดอันดับที่ 2 ในประวัติศาสตร์ Bitcoin ซึ่งนักลงทุนคาดการณ์กันว่ามันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีนักชุด Bitcoin หลายคนที่ถอนตัวออกจากตลาด ทำให้ค่าความยากในการขุดของตลาดลดลง

Mining Difficulty คือค่าความยากในการขุด Bitcoin เมื่อตัวเลขยิ่งสูงยิ่งแสดงว่ามีการแข่งขันระหว่างนักขุดในการขุด Bitcoin มากขึ้น ยิ่งตัวเลขต่ำแสดงว่ามีการแข่งขันน้อยลง ทำให้การขุดเกิดขึ้นง่ายกว่าเดิม

สำหรับในวันนี้ค่าความยากในการขุด Bitcoin ลดลงไปกว่า 18 เปอร์เซ็นลงมาอยู่ที่ประมาณ 13 ล้านล้าน จากที่ในช่วงต้นเดือนมีนาคมประมาณวันที่ 9 มันอยู่ที่ 16.55 ล้านล้าน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวจะมีการอัพเดททุกๆ ครั้งที่มีการขุดบล็อคครบ 2,016 บล็อค

อัตราความขุดในการขุดครั้งนี้เป็นการลดค่าความยากที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2013 ในตอนนั้นค่าความยากในการขุดลดลงหลังจากที่โลกคริปโตในตอนนั้นเริ่มหันมาใช้เครื่องขุดแบบ ASIC หรือ application-specific integrated circuit เป็นครั้งแรก

นอกจานั้นยังมีเหตุการณ์ในเดือนพฤศจิกายน 2011 ที่ค่าความยากในการชุดลดลงครั้งเดียวกว่า 18 เปอร์เซ็น และยังมีการลดครั้งใหญ่อีกครั้งในเดือนธันวาคม ปี 2018 ที่ตลาดกำลังซบเซา

มีการวิเคราะห์ว่าค่าอัตราความยากในการขุดลดลงเป็นอย่างมากครั้งล่าสุดเกิดจากค่า Hash Rate ที่ลดลงและกำลังในการประมวลผลของระบบที่ลดลง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้รับผลกระทบมาจากราคา Bitcoin ที่ร่วงลงอย่างรุนแรงในช่วงต้นเดือนมีนาคม

ในวันที่ 13 มีนาคมราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างรุนแรงจากระดับ 10,000 ดอลลาร์มาต่ำสุดที่ 3,800 ดอลลาร์ ซึ่งในภาพรวมแล้วสรุปได้ว่าเหตุการณ์ราคา Bitcoin ที่ร่วงลงอย่างหนักส่งผลให้นักขุดจำนวนมากตัดสินใจถอนตัวออกจากตลาดการขุดสกุลเงินดิจิตอล