<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ธนาคารกลางสหรัฐฯ กำลังพิมพ์เงินออกมา 60 ล้านดอลลาร์ทุก ๆ นาที ท่ามกลางวิกฤตโลก

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์และต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็ได้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจไปยังทั่วทั้งโลก โดยมีสาเหตุมาจากไวรัส COVID-19 ที่มีความร้ายแรงจนทำให้รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ต้องออกมาตรการอันเด็ดขาดสั่งให้ผู้คนอยู่บ้านให้มากที่สุด

เมื่อมีมาตรการระดับนี้ออกมา ลูกค้าที่น้อยลงของแต่ละธุรกิจก็เลยทำให้เกิดการฝืนเคืองของเศรษฐกิจเกิดขึ้น แน่นอนว่า วิกฤตินี้เกิดขึ้นกับประเทศสหรัฐฯด้วยเช่นกันจนทำให้หน่วยงานอย่าง ธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่สามารถอยู่เฉยได้ เลยต้องออกมาตรการมาตอบโต้กับปัญหานี้

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ทำการอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบ นาย Neel Kashkari ประธานของธนาคารกลางได้กล่าวในการสัมภาษณ์กับสื่อว่า ‘พวกเขามีเงินสดแบบไม่มีที่สิ้นสุด’


60 ล้านดอลลาร์ในทุก ๆ นาที

เพื่อที่จะเข้าใจว่าธนาคารกลางสหรัฐฯนั้นพิมพ์เงินดอลลาร์เร็วขนาดไหน เราจะมาลงวิเคราะห์ดูกันในบทความนี้

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กองกลางของธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้นกว่า 586.1 พันล้านดอลลาร์ ทำให้มีงบโดยรวมทั้งหมด 5.24 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเยอะเป็นประวัติการณ์

อ้างอิงจาก Twitter ของ Vis หากนำมาคำนวณจะคิดเป็นการเพิ่มขึ้นในมูลค่าของมันถึง 84 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน, 60 ล้านดอลลาร์ต่อนาที และ 1 ล้านดอลลาร์ในทุก ๆ วินาที

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าการอัดฉีดเงินกว่า 60 ล้านดอลลาร์ต่อนาทีเข้าไปในระบบนั้นจะทำให้ใครเป็นเศรษฐีขึ้นมาได้ เพราะเมื่อกระจายหารไปต่อคนแล้ว มันก็เหลือไม่เยอะมากนัก

ธนาคารกลางสหรัฐฯ พยายามที่จะประคองเศรษฐกิจ

เมื่อเจอกับวิกฤติเศรษฐกิจจาก COVID-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในตอนนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ เลยใช้มาตรการเด็ดขาดในการพิมพ์เงินเพื่อเข้ามาประคองเศรษฐกิจไว้

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้เผยว่า ตอนนี้พวกเขาจะใช้มาตรการในการพิมพ์เงินแบบไม่จำกัด (Unlimited QE)

วิกฤติเศรษฐกิจในรอบนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ที่ตลาดการเงินมากมายต่างหันหัวกลายเป็นตลาดหมีจนนับเป็นการร่วงหนักเป็นประวัติการณ์

การพิมพ์เเงินเพื่อเข้ามาประคองตลาดนั้นไม่ใช่พึ่งเริ่มในช่วงวิกฤติ COVID-19 เพราะตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็เร่งผลิตธนบัตรจนมีจำนวนเงินสดในระบบเป็น 2 เท่าของเมื่อปี 2008 แล้ว และในตอนนี้ตัวเลขของเงินในระบบก็เพิ่มเยอะจนเป็นประวัติการณ์

จากเหตุการณ์นี้ ชี้ให้เห็นว่า เงินดอลลาร์สหรัฐฯนั้นสามารถมีการเพิ่มขึ้นของ Supply ในจำนวนมหาศาลได้ในเวลาสั้น ๆ ทำให้เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนคริปโตเชื่อว่า Bitcoin หรือคริปโตสกุลอื่น ๆ มีโอกาสที่จะเติบโตในช่วงนี้

นอกจากนี้ เมื่อวิกฤตินี้ผ่านพ้นไป การอัดเงินเข้ามาอย่างต่อเนื่องนั้นก็จะส่งผลกระทบต่อยอดกับชาวสหรัฐฯ อย่างแน่นอน และก็อาจจะเป็นผลกระทบต่อยอดไปยังเศรษฐกิจทั่วโลกอีกรอบก็เป็นได้ ซึ่งในจังหวะนี้อาจจะเป็น โมเมนต์ของสินทรัพย์ทางเลือกเช่น ทองคำหรือ Bitcoin ในการเติบโตก็เป็นได้

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น