หากพูดถึงอิทธิพลของกระดานเทรด Crypto ที่ดีที่สุดโลก หลายคนก็คงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากระดานเทรด Crypto “ Binance” เนื่องจากกระดานเทรดแห่งนี้เป็นกระดานเทรดที่มีวอลลุ่มมากที่สุดและได้รับความเชื่อถือจากนักลงทุนมากที่สุด ในขณะที่ Changpeng “CZ” Zhao CEO ของ Binance ยังเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดของวงการ Crypto อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม นับจากปี 2022 เป็นต้นมา Binance ก็ต้องประสบกับสถานการณ์ยากลำบากมากมาย โดยเฉพาะข่าว FUD ที่โจมตีบริษัทอย่างต่อเนื่องจนนำไปสู่การแห่ถอนเงินครั้งใหญ่ของนักลงทุนถึง 2 ครั้ง
และในวันนี้ทาง Siam Blockchain จะมาไล่เรียงไทม์ไลน์เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับ Binance ว่าตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา Binance ได้ผ่านอะไรมาบ้าง
ไทม์ไลน์เหตุการณ์ใน ปี 2022
ปี 2022 ถือเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์โลก Crypto อีกปีหนึ่ง จากการที่ FTX อดีตกระดานเทรดคริปโตเบอร์ 2 ของโลกเกิดล่มสลายลง หลังจาก CZ CEO ของ Binance ประกาศเทขาย FTT ซึ่งผลกระทบทำให้บริษัท Crypto หลายแห่งล่มสลายกันเป็นทอด ๆ ในช่วงปลายปีนั้น ตามมาด้วยข่าว FUD ที่พรั่งพรูออกมา
แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี แต่ทว่า Binance ประสบกับข่าว FUD มาตั้งแต่ต้นปี 2022 โดยสามารถไล่เรียงไทม์ไลน์ได้ ดังนี้ :
- มกราคม: Binance ถูก Financial Conduct Authority (FCA) สั่งปรับเงินเป็นจำนวน 3.3 ล้านดอลลาร์ จากดำเนินงานโดยไม่ได้รับอนุญาตในสหราชอาณาจักรฯ
- กุมภาพันธ์: Binance ถูกแบนในรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา
- มีนาคม: Binance ถูก Dutch Authority for the Financial Markets (AFM) สั่งระงับการให้บริการแก่ชาวดัตช์
- เมษายน: Binance ถูกสั่งห้ามดำเนินการในประเทศญี่ปุ่นโดย Financial Services Agency (FSA)
- พฤษภาคม: Binance ถูก Cayman Islands Monetary Authority (CIMA) สั่งปรับเป็นเงินจำนวน 18.5 ล้านดอลลาร์ จากการดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาต
- มิถุนายน: Binance ถูก Malta Financial Services Authority (MFSA) ปรับเป็นเงินจำนวน 9.2 ล้านดอลลาร์ จากการดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาต
- มิถุนายน: CZ โพสต์บน Twitter ว่า บริษัทกำลัง “ตกอยู่ภายใต้การโจมตีโดยหน่วยงานกำกับดูแล” จากหลายเขตอำนาจศาล
ไทม์ไลน์เหตุการณ์ในปี 2023
แม้จะเปิดต้นปีมาด้วยการที่ตลาด Crypto กลับสู่ช่วงขาขึ้นเป็นสีเขียวสดใส แต่สภาพการณ์ที่น่ายินดีนี้กลับไม่ได้จีรังยั่งยืน และข่าว FUD ยังคงถูกโหมกระพืออย่างต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว
- มกราคม: Binance ถูก Commodity Futures Trading Commission (CFTC) สั่งปรับเป็นเงินจำนวน 10 ล้านดอลลาร์ จากการล้มเหลวในการจดทะเบียนเป็นตัวแทนนายหน้า
- กุมภาพันธ์: Binance ถูกสั่งให้ยุติการให้บริการแก่ชาวอเมริกันโดย Financial Crimes Enforcement Network (FinCEN)
- มีนาคม: Binance ถูกแบนไม่ให้ดำเนินการในประเทศออสเตรเลียโดย Australian Securities and Investments Commission ( ASIC)
- เมษายน: Binance ถูก Financial Conduct Authority (FCA) ปรับเป็นเงินจำนวน 5 ล้านดอลลาร์ จากการที่บริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบ AML/KYC
- พฤษภาคม: Binance ถูกสั่งห้ามไม่ให้ดำเนินการในประเทศสิงคโปร์โดย Monetary Authority of Singapore (MAS)
- มิถุนายน: Binance ประกาศปลดพนักงานออก 25% จากพนักงานทั้งหมด
- มิถุนายน: Binance ถูก SEC ฟ้องในข้อหาละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ โดย BNB, ADA, SOL และ Crypto สกุลอื่น ๆ อีกกว่า 60 สกุลถูกจัดว่าเป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียน
- มิถุนายน: SEC ร้องขอให้ศาลทำการอายัดสินทรัพย์ของ Binance และ Binance.US ในระหว่างการพิจารณาคดี
ข่าว FUD เหล่านี้ ส่งผลกระทบด้านลบต่อ Binance ทั้งในทางชื่อเสียงและการทำธุรกิจ ทำให้บริษัทสูญเสียลูกค้า พาร์ทเนอร์ และนักลงทุนเป็นจำนวนมาก ทั้งยังทำให้ Binance จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจของบริษัท อย่างเช่นการปรับลดค่าธรรมเนียมหรือ Delist เหรียญ Crypto ที่เข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์บนกระดานเทรดลง
ข่าว FUD ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ยังส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามต่อความปลอดภัยของ Binance อย่างไรก็ตาม Binance ยืนยันเงินทุนของผู้ใช้จะยังคงปลอดภัยและสามารถถอนเงินได้เสมอ
ในภาพรวม Binance ยังคงเป็นกระดานเทรดที่มีความปลอดภัยสูง แต่การเทรด Crypto มีความเสี่ยง ดังนั้นนักลงทุนจึงควรทำการเทรดในจำนวนที่สามารถรับความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ และทำการศึกษาหาข้อมูลก่อนทำการลงทุนใน Crypto
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

