ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ราคาของ Bitcoin ได้เพิ่มขึ้นไปถึง 10% โดยได้ขึ้นไปถึง 7% ในวันจันทร์วันเดียวหลังจากมีข่าวปลอมเกี่ยวกับการอนุมัติกองทุน Bitcoin ETF
ตามที่หลายคนคาดได้ การพุ่งขึ้นของราคา Bitcoin ทำให้มีนักวิเคราะห์และแฟน ๆ คริปโตออกมาแสดงความคิดเห็นมากมาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาย Larry Fink ECO ของ BlackRock ได้กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อ Fox Business ว่า การพุ่งขึ้นของราคา Bitcoin ที่มาจากข่าวปลอมแสดงถึงความต้องการของนักลงทุนในการอนุมัติกองทุน ETF
นาย Fink ระบุว่าความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ที่กำลังเกิดขึ้น โดยสิ่งนี้ผลักดันให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์อย่าง ทองคำและคริปโต
CEO ของ BlackRock อธิบายแนวโน้มนี้ว่าเป็น “Flight to Quality”
“Flight to Quality” ของ Bitcoin
บริษัทวิเคราะห์และวิจัยเทคโนโลยี บล็อกเชน IntoTheBlock ได้โพสต์รายงานการประเมินความเป็นไปได้ของ Bitcoin ที่จะ “Flight to Quality”
ในโพสต์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บริษัท IntoTheBlock ได้เน้นย้ำถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่จะสนับสนุนคำพูดของนาย Fink โดยอย่างแรก บริษัทวิเคราะห์ระบุว่าพันธบัตรสหรัฐ ฯ กำลังถูกเทขายออกครั้งใหญ่ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ปีพุ่งแตะ 5% ในสัปดาห์นี้
โดยทั่วไปพันธบัตรสหรัฐฯ ถือเป็นรูปแบบการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุดรูปแบบหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรส่งผลให้ความต้องการของพันธบัตรที่ให้อัตราผลตอบแทนต่ำกว่าลดลง
Bitcoin มีความผันผวนน้อยกว่าพันธบัตรสหรัฐ
นอกจากนี้ IntoTheBlock ยังเน้นย้ำว่าความผันผวนของ Bitcoin ในปัจจุบันต่ำกว่าพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐ
บริษัทได้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของ Bitcoin ในช่วงที่ตลาดการเงินแบบดั้งเดิมกำลังประสบปัญหา โดยได้เปรียบเทียบกับการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ในช่วงที่ธนาคารล้มละลายในช่วงต้นปั 2023
บริษัทได้ระบุว่าราคาของ Bitcoin ได้เพิ่มขึ้นถึง 7% ในเดือนตุลาคม และได้รับการยอมรับมากขึ้นว่าเป็นสินทรัพย์การลงทุนทางเลือกที่ดีจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินของ Wall Street หลายคน
จากปัจจัยทั้งหมดที่ระบุไว้ข้างบน ทำให้สื่อ IntoTheBlock มองว่านี่เป็นสัญญาณว่า Bitcoin กำลังกลายเป็น Safe haven สำหรับนักลงทุน และอาจจะ “Filght to Quality” โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการเปิดตัว Bitcoin ETF
ที่มา : Newsbtc
