นายกฯ มาเลเซียหารือ CZ และ UAE เร่งสร้างกรอบคริปโตในเอเชีย

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

ตามรายงานของ New Straits Times เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่า ดาโต๊ะ สรี อันวาร์ อิบราฮิม (Datuk Seri Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ได้เข้าพบกับ ฉางเผิง จ้าว Changpeng Zhao (CZ) อดีตผู้ก่อตั้ง Binance และเจ้าหน้าที่จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลคริปโต 

การหารือครั้งนี้ เกิดขึ้นระหว่างการเยือนอาบูดาบีอย่างเป็นทางการ 3 วันของดาโต๊ะ สรี อันวาร์ อิบราฮิม โดยมุ่งเน้นไปที่การกำหนดนโยบายที่จะยอมรับอุตสาหกรรมคริปโต และพัฒนาปรับปรุงระบบการเงินของมาเลเซียให้ทันสมัย

ดาโต๊ะ สรี อันวาร์ อิบราฮิม กล่าวว่า “ผมได้หารือกันอย่างยาวนาน กับผู้นำของอาบูดาบี และฉางเผิง จ้าว ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Binance โดยกระตุ้นให้ธนาคารกลาง และกระทรวงการคลัง ศึกษาเรื่องการเงินดิจิทัล เพื่อไม่ให้ล้าหลัง และเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

ดาโต๊ะ สรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวเสริมว่า “นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเราต้องก้าวให้ทัน มาเลเซียไม่ควรล้าหลัง ติดอยู่กับระบบการเงินแบบเก่า”

ดาโต๊ะ สรี อันวาร์ อิบราฮิม กล่าวว่า ความร่วมมือกับ UAE ในการพัฒนาแนวทางกำกับดูแลคริปโต จะช่วยขับเคลื่อนนโยบายการเงินดิจิทัล และจะเป็นก้าวสำคัญในการปรับตัวจากโมเดลธุรกิจแบบเก่า

สินทรัพย์ดิจิทัลในมาเลเซีย

ปัจจุบัน เงินริงกิตยังคงเป็นสกุลเงินเดียวที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการในมาเลเซีย แม้ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลจะไม่ได้รับการยอมรับในฐานะเงินตรา แต่ก็เริ่มมีบทบาทในระบบการเงิน โดยสินทรัพย์เหล่านี้ถูกจัดอยู่ในหมวดหลักทรัพย์ ตาม Capital Markets and Services Order และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมายการเงินในมาเลเซีย

ธนาคารกลางมาเลเซีย และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ แบ่งหน้าที่กันดูแล โดยธนาคารกลาง รับผิดชอบดูแลเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล ส่วนคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ ดูแลสกุลเงินดิจิทัลที่จัดเป็นหลักทรัพย์

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กรมสรรพากรมาเลเซียได้เปิดปฏิบัติการ “Ops Token” เพื่อตรวจสอบการหลีกเลี่ยงภาษีจากการเทรดสกุลเงินดิจิทัล โดยบุกตรวจค้น 10 แห่งในพื้นที่ Klang Valley และพบข้อมูลการเทรดสกุลเงินดิจิทัล ที่เผยให้เห็นการหลีกเลี่ยงภาษีจำนวนมาก

นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องต่อสู้กับการขุด Bitcoin อย่างผิดกฎหมายที่ขโมยใช้ไฟฟ้าของรัฐ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 723 ล้านดอลลาร์ ในช่วงระหว่างปี 2018 ถึง ปี 2023

แม้จะมีความพยายามกำกับดูแลคริปโต แต่นักวิเคราะห์ยังมองว่า กรอบกฎหมายของมาเลเซีย ยังขาดความชัดเจนและสอดคล้องกัน พร้อมเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายที่ครอบคลุมและทันสมัยมากขึ้น สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะ

ที่มา : cryptobriefing