<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ที่ปรึกษา ECB ซัด Bitcoin “ไร้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ไม่เหมาะเป็นทุนสำรอง”

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Jürgen Schaaf ที่ปรึกษาของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า Bitcoin มีความผันผวนสูง ไม่มีความจำเป็นทางเศรษฐกิจและไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นทุนสำรองของประเทศ แม้ล่าสุดสหรัฐฯ จะกำลังพิจารณาสร้างทุนสำรอง Bitcoin แห่งชาติอยู่ก็ตาม

Jürgen Schaaf กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะมีทุนสำรองในสินค้าพื้นฐานอย่างน้ำมันหรือก๊าซเป็นเรื่องสมเหตุสมผล แต่สำหรับ Bitcoin นั้นไม่มีความจำเป็นทางเศรษฐกิจที่แท้จริงและไม่มีการใช้งานที่สำคัญในเชิงเศรษฐกิจเลย

คำกล่าวของ Jürgen Schaaf สอดคล้องกับมุมมองของประธานธนาคารกลางยุโรป อย่าง Christine Lagarde ที่เคยแสดงความมั่นใจว่า Bitcoin จะไม่มีวันถูกนำมาใช้เป็นทุนสำรองของธนาคารกลางในยุโรป

Jürgen Schaaf ย้ำว่า การเพิ่ม Bitcoin เข้าไปในทุนสำรองของธนาคารกลางยุโรป จะไม่ช่วยสร้างเสถียรภาพทางการเงินแต่จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการเก็งกำไร และการกระจายความมั่งคั่งที่ไม่เป็นธรรมมากกว่า

Jürgen Schaaf อธิบายว่า ธนาคารกลางอาจมีทุนสำรองในรูปของวัตถุดิบที่สามารถใช้ในช่วงวิกฤต เช่น การสำรองน้ำมันเพื่อควบคุมราคานำเข้า หรือกองทุนเพื่อความมั่งคั่งของรัฐที่เกิดจากดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุล แต่สำหรับประเทศในยุโรปและสหรัฐฯ การลดหนี้สาธารณะสำคัญกว่า การแสวงหาผลกำไรจากการลงทุน

ทุนสำรองคริปโตหลากหลายก็ไม่ใช่ทางเลือก

Jürgen Schaaf ปฏิเสธแนวคิดที่ว่า ธนาคารกลางควรถือครองสินทรัพย์คริปโตหลายประเภท โดยระบุว่า สิ่งนี้จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงและความผันผวน โดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัลหลายตัวที่แทบไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แท้จริง

คำกล่าวของ Jürgen Schaaf เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดคริปโตเผชิญความผันผวนอย่างมาก โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการล้างพอร์ตไปมูลค่ามากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่ราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 88,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน

Bitcoin สามารถช่วยลดหนี้ของประเทศได้หรือไม่?

แม้ Jürgen Schaaf จะมองว่า การลดหนี้สาธารณะควรแยกออกจากการลงทุนในทุนสำรอง แต่ผู้สนับสนุน Bitcoin บางคนเชื่อว่า การถือครอง Bitcoin สามารถช่วยให้รัฐบาลบริหารหนี้ได้ดีขึ้น

เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บริษัทจัดการสินทรัพย์ VanEck ประเมินว่า หากสหรัฐฯ สะสมทุนสำรองเป็น Bitcoin จำนวน 1 ล้านเหรียญ อาจสามารถลดหนี้ของประเทศได้ถึง 35% ภายใน 24 ปี

แนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับร่างกฎหมายที่เสนอโดยวุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ซึ่งผลักดันให้รัฐต่างๆ ในสหรัฐฯ ใช้ Bitcoin เป็นเครื่องมือในการจัดการหนี้สินระดับประเทศ 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งคำถามว่า การสะสม Bitcoin ของรัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงกว่า 35 ล้านล้านดอลลาร์ได้จริงหรือไม่

ที่มา : cointelegraph