ความฝันของชาวอเมริกันที่จะออมเงินเกษียณผ่านคริปโตใกล้เป็นจริงขึ้นอีกขั้น เมื่อกลุ่มสมาชิกสภาคองเกรสได้ออกมาเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ดำเนินการตาม “คำสั่งฝ่ายบริหาร” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเร่งด่วน เพื่อเปิดทางให้มีการลงทุนในสินทรัพย์คริปโตผ่านกองทุนเพื่อการเกษียณอายุ 401(k) ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่ามหาศาลกว่า 12.5 ล้านล้านดอลลาร์
จดหมายถึง ก.ล.ต. ปลดล็อกเพื่อการเกษียณที่มั่งคั่ง
ในจดหมายที่ส่งถึง ก.ล.ต. คณะกรรมาธิการบริการทางการเงินได้ยกย่องคำสั่งของทรัมป์ว่าเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ชาวอเมริกันสามารถเพิ่มพูนเงินออมเพื่อการเกษียณของตนเองได้ พร้อมเรียกร้องให้ ก.ล.ต. ทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงานเพื่อแก้ไขกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคอยู่โดยเร็วที่สุด
“เราขอสนับสนุนให้ ก.ล.ต. ให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน…” จดหมายระบุ โดยมีเป้าหมายเพื่อปลดล็อกโอกาสให้ชาวอเมริกันกว่า 90 ล้านคนที่ปัจจุบันยังติดข้อจำกัด ไม่สามารถเข้าถึงการลงทุนทางเลือกได้ ให้สามารถสร้างความมั่งคั่งเพื่อชีวิตหลังเกษียณที่สุขสบายและมั่นคง
เบื้องหลังคำสั่งประธานาธิบดี
คำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์จะสั่งการให้กระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ กลับไปทบทวนและประเมินกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการลงทุนใน “สินทรัพย์ทางเลือก” (Alternative Assets) ใหม่อีกครั้ง ภายใต้กฎหมายเก่าแก่ที่ควบคุมดูแลกองทุนบำนาญมาตั้งแต่ปี 1974 (ERISA)
ที่สำคัญคือ คำสั่งนี้ไม่ได้เปิดทางให้แค่คริปโตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ เช่น Private Equity (การลงทุนในบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์) และ อสังหาริมทรัพย์ ให้สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนเพื่อการเกษียณได้อีกด้วย
สู่ ‘ศูนย์กลางคริปโตของโลก’
การเปิดประตูให้เม็ดเงินมหาศาลจากกองทุน 401(k) ไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตได้โดยตรงนั้น ถูกมองว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่และอาจนำไปสู่ตลาดกระทิงครั้งใหม่ได้
การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของทรัมป์ที่เคยประกาศไว้ว่าต้องการจะทำให้สหรัฐอเมริกาเป็น “ศูนย์กลางคริปโตของโลก” (crypto capital of the world) โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปิดรับสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี ซึ่งคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับล่าสุดนี้ ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการผลักดันวิสัยทัศน์ดังกล่าวให้เป็นจริง

