(12 ธ.ค. 2025) – ประเด็นร้อนเรื่องเงินเฟ้อสหรัฐฯ กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง เมื่อมีรายงานข่าวแพร่สะพัดบนแพลตฟอร์ม X โดยอ้างคำพูดของ แอนนา พอลสัน (Anna Paulson) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย ที่ระบุว่า “สาเหตุหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อในปี 2025 พุ่งสูงขึ้นนั้น มาจากมาตรการกำแพงภาษีศุลกากรทางการค้า” แม้ว่าในโพสต์ต้นทางจะไม่ได้มีการระบุแหล่งที่มาของคำพูดนี้อย่างชัดเจนก็ตาม
อย่างไรก็ตาม มุมมองดังกล่าวนับว่ามีความสอดคล้องกับถ้อยแถลงของ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ที่เพิ่งกล่าวไปเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมาว่า ภาษีศุลกากรถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นเกินเป้าหมายในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งแตกต่างจากท่าทีก่อนหน้านี้ของพอลสันเองในเดือนตุลาคม ที่เคยระบุว่าผลกระทบจากภาษีเหล่านี้จะเป็นเพียงเรื่อง “ชั่วคราว” เท่านั้น
สถานการณ์เงินเฟ้อในปี 2025 นี้ ถูกซ้ำเติมจากการยกระดับมาตรการภาษีศุลกากรภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยข้อมูลล่าสุดจากเฟดแสดงให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดที่เฟดให้ความสำคัญ ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงเหนือ 2.5%
คำถามสำคัญที่ยังค้างคาใจนักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ในขณะนี้คือ แรงกดดันเงินเฟ้อที่เกิดจากนโยบายกีดกันทางการค้านี้ จะเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวที่คลี่คลายลงเมื่อห่วงโซ่อุปทานปรับตัวได้ หรือจะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยืดเยื้อและกดดันเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่อไปในระยะยาว
ที่มา: @WatcherGuru

