bitkub-banner

Bitwise ฟันธง คริปโตจะไม่เป็นไร แม้สัปดาห์นี้ร่างกฎหมาย Clarity Act จะโหวตไม่ผ่าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Matt Hougan จาก Bitwise มองว่าอุตสาหกรรมยังเดินหน้าต่อได้หาก Clarity Act ไม่ผ่าน และจะหันมาพึ่งการออกกฎเกณฑ์ของ SEC ซึ่งมีความยืดหยุ่นกว่าแทน
  • แม้การพึ่งพากฎระดับหน่วยงานจะมีความเสี่ยงถูกยกเลิกเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล แต่วงการคริปโต ยังมีเวลาอีกราว 2 ปีครึ่งในการสร้างแรงส่งร่วมกับยักษ์ใหญ่
  • ตลาดพยากรณ์ Polymarket ปรับลดโอกาสที่สภาคองเกรสจะผ่านร่างกฎหมาย Clarity Act ในปี 2026 ลงเหลือเพียง 23% เนื่องจากติดขัดประเด็นผลประโยชน์

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุนของ Bitwise ประเมินว่า อุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซียังคงมีศักยภาพในการเติบโตต่อไป แม้ร่างกฎหมาย Clarity Act จะไม่สามารถผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรสได้ทันก่อนปิดสมัยประชุม ส่งผลทำให้ในระยะสั้นอาจต้องหันไปใช้กฎของ SEC ภายใต้การนำของ Paul Atkins แทน

Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุนของ Bitwise ล่าสุดได้ออกมาให้กำลังใจชาวคริปโตว่า อุตสาหกรรมจะยังคงเดินหน้าต่อไปได้แม้ว่าร่างกฎหมาย Clarity Act จะไม่สามารถผ่านการอนุมัติจากสภาได้ในอาทิตย์นี้ก่อนหน้าการปิดสมัยประชุมตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. ไปจนถึง 11 ก.ย.

Hougan กล่าวว่า อุตสาหกรรมจะสามารถหาหนทางเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่จำเป็นต้องมีร่างกฎหมายดังกล่าว และชี้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC น่าจะเข้ามาทำหน้าที่ในการกำกับดูแลและออกฎใหม่ โดยอ้างถึงคอมเมนต์จาก Paul Atkins ผู้เป็นประธาน SEC ว่าหน่วยงานมีความเต็มใจและพร้อมที่จะผลักดันกฎระเบียบต่างๆ ที่ครอบคลุมประเด็นปัญหาเดียวกันกับกฎหมาย Clarity Act

ในระยะสั้น กฎระเบียบที่จะออกมาจาก SEC ในยุคของ Atkins มีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายและส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโต ได้ดีกว่าการผ่านร่างกฎหมายในรัฐสภาที่มักติดขัดจากความเห็นที่แตกต่างของทั้งสองพรรค

อย่างไรก็ตาม ความยืดหยุ่นนี้ก็ต้องแลกมาด้วยความไม่แน่นอนในอนาคต เนื่องจากการกำกับดูแลของ SEC สามารถถูกปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกได้ทันที หากรัฐบาลชุดถัดไปแต่งตั้งประธาน SEC คนใหม่ที่ไม่เป็นมิตรต่อคริปโต เข้ามาแทนที่ แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคตที่นักลงทุนยังไม่จำเป็นต้องกังวลมากจนเกินไปในปัจจุบัน

เขาอธิบายต่อว่า หาก Clarity Act ล้มเหลวจริง วงการคริปโตก็จะเหลือเวลาอยู่อีกประมาณ 2 ปีครึ่ง จนกว่ารัฐบาลจะสามารถแต่ตั้งประธาน SEC คนใหม่ขึ้นมาแทนที่ ซึ่งกว่าจะถึงจุดนั้นอำนาจของประธาน SEC ก็อาจไม่เพียงพอแล้วที่จะหยุดยั้งคริปโต เห็นได้จากการที่ BlackRock,Nasdaq,JPMorgan และอื่นๆ อีกมากมายต่างให้ความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัล 

ทั้งนี้ Hougan มองว่าสถานะของ Clarity Act หลังจากที่ถูกปฏิเสธจะเปรียบเสมือน “ซอมบี้” ที่ไม่มีอะไรจะล้มได้ก็จริง แต่ตัวกฎหมายจะยังโซเซไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้รับโอกาสในการพิจารณาอีกครั้งในช่วง ฤดูใบให้ร่วงหรือฤดูหนาวของปี 2026 

แต่ถึงจะได้รับโอกาสที่สอง ก็มีความเป็นไปได้สูงเช่นกันที่กฎหมายจะถูกห่อรวมกันในแพ็คเกจเหมารวมช่วงสิ้นปีซึ่งจะบีบให้บรรดานิติบัญญัติต้องลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายไปพร้อมกัน ไม่ใช่วาระที่ถูกยกขึ้นมาพูดแยกอย่างชัดเจน

Hougan ยอมรับว่าสิ่งนี้ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับคริปโต เพราะยิ่งมีความไม่แน่นอนมากเท่าไรยิ่งทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนระดับสถาบันลดลง โดยเขาแย้งว่าถึงตัวกฎหมายจะไม่สมบูรณ์พร้อมแต่อย่างน้อยสภาคองเกรสก็ควรจะรีบผ่านกฎหมาย เพราะจะเป็นการดีกว่าถ้าคริปโตมีกฎหมายที่ดีซึ่งสามารถคุ้มครองเศรษฐกิจ และนักลงทุนได้

ปัจจุบัน ร่างกฎหมาย Clarity Act ยังคงติดขัดในประเด็นเรื่องของการหาผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐและประธานาธิบดี โดยการใช้คริปโต ซึ่งตลาดพยากรณ์ Polymarket คาดการณ์ว่าโอกาสที่ Clarity Act จะถูกโหวตผ่านในปี 2026 นี้ได้ลดลงเหลือเพียง 23% จากเดิมที่เคยมีสูงถึง 75% ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 

ที่มา: The Block


แม้ในมุมมองของผู้ที่อยากเป็นอิสระจากรัฐบาลจะเจ็บปวดแต่ดูเหมือนว่าปราการคุ้มกันที่แท้จริงของคริปโต ในยุคนี้อาจไม่ใช่ตัวบทกฎหมาย แต่คือการหยั่งรากลึกลงไปในกลุ่มทุนสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ ที่เมื่อเข้ามามีส่วนได้ส่วนเสียถึงจุดหนึ่งแล้ว จะบังคับให้ระบบการเงินดั้งเดิมต้องหมุนตามโดยไม่สามารถย้อนกลับไปสั่งห้ามได้อีก