<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ขาดดุลการค้าสหรัฐฯ ดิ่งต่ำสุดในรอบ 5 ปี! หลัง ‘ทรัมป์’ เดินหน้าสงครามกำแพงภาษีเต็มสูบ

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้ามาตรการกำแพงภาษีทั่วโลกอย่างดุดัน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแนวโน้มนี้อาจไม่ยั่งยืน และภาคการผลิตในประเทศยังคงส่งสัญญาณน่ากังวล

ตัวเลขขาดดุลร่วงกว่า 10% – ต่ำสุดยุคโควิด

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า การขาดดุลการค้าสินค้าและบริการลดลงกว่า 10% จากเดือนสิงหาคม มาอยู่ที่ 5.28 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2020 (ช่วงการระบาดของโควิด-19)

  • การนำเข้า ขยายตัวเพียง 0.6% อยู่ที่ 3.42 แสนล้านดอลลาร์
  • การส่งออก ขยายตัว 3% อยู่ที่ 2.89 แสนล้านดอลลาร์

การลดลงนี้เป็นผลโดยตรงจากมาตรการกำแพงภาษีที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม และการยกเลิกข้อยกเว้นภาษีสินค้านำเข้ามูลค่าต่ำ ที่ต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ส่งผลให้อัตราภาษีนำเข้าที่แท้จริงของสหรัฐฯ พุ่งสูงกว่า 16% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1935

ภาพลวงตาของการ ‘ตุนของ’

แม้ตัวเลขเดือนกันยายนจะดูดีขึ้นตามเป้าหมายของทรัมป์ แต่ภาพรวมทั้งปีกลับสวนทาง ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 การขาดดุลการค้าขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 17% เมื่อเทียบกับปี 2024 สาเหตุเกิดจากการที่ภาคธุรกิจแห่ “กว้านซื้อสินค้า” เข้ามาก่อนที่กำแพงภาษีจะมีผลบังคับใช้เพื่อเลี่ยงภาษี

แบรด เซตเซอร์ (Brad Setser) ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าจาก Council on Foreign Relations มองว่าข้อมูลเดือนกันยายนแสดงให้เห็นถึง “ความอ่อนแอที่ชัดเจน” ของการนำเข้า แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่านี่เป็นผลจากกำแพงภาษีจริงๆ หรือเป็นเพียงผลกระทบจากการเร่งนำเข้าก่อนหน้านี้

จีนโดนหนัก-เม็กซิโกช่วยซ้ำ

ผลกระทบต่อจีนมีความชัดเจน โดยการขาดดุลการค้ากับจีนลดลงเหลือ 1.14 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน และสัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากจีนลดลงไปสู่ระดับเดียวกับปี 2001 (ตอนจีนเข้า WTO)

อย่างไรก็ตาม ยอดเกินดุลการค้าของจีนกับทั่วโลกยังคงพุ่งทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในปีนี้ สร้างความกังวลเรื่องการระบายสินค้าไปยังประเทศที่สาม

นอกจากนี้ ล่าสุด สภาเม็กซิโกได้อนุมัติกำแพงภาษีสูงสุด 50% กับสินค้าจีน เพื่อสกัดกั้นสินค้าราคาถูกและดำเนินนโยบายสอดคล้องกับสหรัฐฯ

ความเสี่ยงที่ยังรออยู่ ศาลฎีกาและภาคการผลิต

อนาคตของนโยบายนี้ยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เนื่องจากศาลฎีกากำลังจะตัดสินความชอบด้วยกฎหมายของการใช้ “อำนาจฉุกเฉิน” ในการขึ้นภาษีของทรัมป์

นอกจากนี้ แม้ทำเนียบขาวจะคุยโวเรื่องผลดีทางเศรษฐกิจ แต่ข้อมูลจริงกลับชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยังไม่ฟื้นตัว โดยการใช้จ่ายเพื่อสร้างโรงงานในประเทศลดลง และมีการเลิกจ้างงานในภาคการผลิตอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ที่มา: nytimes