ข้อมูลจากดัชนี CPI ของสหรัฐฯ ชี้ชัดว่า กำลังซื้อของเงินดอลลาร์อ่อนตัวไปแล้วราว 97% นับตั้งแต่ปี 1913 หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง เงิน $1 ในอดีตต้องใช้เกือบ $33–$35 ในปัจจุบันเพื่อซื้อของในมูลค่าเท่าเดิม สะท้อนผลระยะยาวของเงินเฟ้อและนโยบายการเงินแบบขยายตัวต่อเนื่อง
กราฟแสดงให้เห็นแนวโน้มขาลงของ “Purchasing Power” อย่างชัดเจน โดยเฉพาะหลังยุคที่สหรัฐออกจากมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) และเข้าสู่ระบบเงิน fiat เต็มรูปแบบ ทำให้รัฐบาลสามารถพิมพ์เงินได้มากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องแลกมากับการกัดกินมูลค่าของเงินในมือประชาชน
การลดลงของอำนาจซื้อไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงสั้น ๆ แต่เป็น การสึกกร่อนแบบเงียบ ๆ ตลอดกว่า 100 ปี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเงินออม, ค่าแรง และความมั่งคั่งของคนทั่วไป โดยผู้ที่ถือเงินสดระยะยาวคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองหาทรัพย์สินที่ป้องกันเงินเฟ้อได้ เช่น ทองคำ, อสังหาริมทรัพย์หรือแม้แต่ Bitcoin ซึ่งมีอุปทานจำกัด เมื่อเงิน fiat อ่อนค่าลงตามกาลเวลา คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “เงินจะเฟ้อขึ้นไหม” แต่คือ “เราจะรักษาความมั่งคั่งอย่างไร”

