<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ตลาดคริปโตจะวิ่งไปทางไหน ? ส่อง 4 ปัจจัยชี้ชะตาราคา Bitcoin ระหว่างวันที่ 5–9 ม.ค.นี้

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ตลาดการเงินโลกเริ่มต้นปีด้วยความร้อนแรงเกินพิกัด เมื่อ “ Bitcoin” ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่จากทั้งตัวเลขเศรษฐกิจและเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่มีใครคาดคิด การปะทะกันของข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ และปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา กำลังบีบให้ Bitcoin ต้องเลือกทางเดินสำคัญในสัปดาห์นี้ และนี่คือ 4 ปัจจัยที่จะเป็นตัวกำหนดชะตา Bitcoin ซึ่งนักลงทุนคริปโตควรรู้ไว้เพื่อให้เตรียมรับมือความผันผวนได้อย่างทันท่วงที

1. วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างเวเนซุเอลา-สหรัฐฯ

ปัจจัยแรกที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกเกิดขึ้นเมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา เมื่อกองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการทางการทหารแบบสายฟ้าแล่บในเวเนซุเอลา โดยบุกเข้าจับกุมตัวประธานาธิบดี ‘นิโกลัส มาดูโร’ และภรรยา ท่ามกลางรายงานเสียงระเบิดดังสนั่นทั่วกรุงคารากัสและพื้นที่โดยรอบ 

ผลกระทบทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นทันทีเมื่อประธานาธิบดี ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ประกาศกร้าวว่าสหรัฐฯ จะเข้าควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา ส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกดิ่งลง 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ ตลาดคริปโตฯ กลับยังคงยืนหยัดแข็งแกร่งและไม่ร่วงตามราคาน้ำมันในขณะนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยในบางมิติ 

2. ดัชนีภาคการผลิต PMI ที่จัดทำโดย ISM

ถัดมาในวันอังคารที่ 6 ม.ค.ที่จะถึงนี้ ตลาดจะต้องจับตาปัจจัยที่สองคือ การประกาศตัวเลข ดัชนีภาคการผลิต PMI ที่จัดทำโดย ISM ประจำเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพภาคการผลิต โดยจัดทำจากการสำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อกว่า 300 บริษัททั่วประเทศ 

เหตุผลที่ต้องสำรวจคนกลุ่มนี้ เพราะผู้จัดการจัดซื้อคือคนที่เห็นสัญญาณเศรษฐกิจก่อนใคร ถ้าเริ่มสั่งวัตถุดิบน้อยลง แปลว่าความต้องการกำลังชะลอ
ถ้าสั่งมากขึ้น แปลว่าโรงงานมองว่าเศรษฐกิจกำลังไปต่อ

3.สัญญาณชีพตลาดแรงงาน ได้แก่ ตัวเลข ADP และ JOLTS

แต่ไฮไลท์ที่แท้จริงของสัปดาห์จะเริ่มขึ้นในวันพุธที่ 7 ม.ค. กับปัจจัยที่สามซึ่งเป็นชุดข้อมูลตลาดแรงงาน ได้แก่ ADP Nonfarm Employment หรือรายงานการจ้างงานภาคเอกชนเดือนธันวาคม และ JOLTS Job Openings หรือตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน เดือนพฤศจิกายน 

โดยข้อมูลเหล่านี้ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากปีที่ผ่านมาธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟดได้ปรับลดดอกเบี้ยไปแล้วถึง 3 ครั้งโดยอ้างเหตุผลเรื่องตลาดแรงงานที่เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแอ ดังนั้นหากตัวเลขยังคงชะลอตัว ก็จะส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจในก้าวต่อไปของธนาคารกลาง

4. Nonfarm Payrolls หรือตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตร

ปิดท้ายสัปดาห์ในวันศุกร์ที่ 9 ม.ค.นี้ นั่นคือ Nonfarm Payrolls หรือรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธันวาคม และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ซึ่งจะเข้ามาเติมเชื้อไฟให้กับเศรษฐกิจอีกระลอก

ทางด้าน เอริค คูบี้ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ North Star Investment Management ได้ให้ความเห็นกับสำนักข่าว Reuters ไว้อย่างน่าสนใจว่า การอ่อนตัวลงของตลาดแรงงาน เป็นข้ออ้างชั้นดีให้เฟดปรับเปลี่ยนมุมมองเรื่องการลดดอกเบี้ย ซึ่งนั่นหมายความว่า ข่าวร้ายของเศรษฐกิจจริงอาจกลายเป็นข่าวดีที่หนุนให้นโยบายการเงินผ่อนคลายลง 

ที่มา: cryptopotato