<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ทองคำทุบสถิติ $4,452! Bitcoin จ่อวิ่งตาม หลังสหรัฐฯ บุกรวบ “มาดูโร” ดันความตึงเครียดโลกพุ่ง

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

(5 ม.ค. 2026) – สัญญาณเตือนภัยความขัดแย้งระดับโลกดังขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งทะยานแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 4,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยปัจจัยหลักมาจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven demand) ขานรับข่าวด่วนที่กองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมตัว นิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ซึ่งส่งผลให้สถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศกลับมาร้อนระอุจนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ต้องเรียกประชุมด่วน

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนทั่วโลกเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและหันมาถือครองทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงทันที ส่งผลให้ราคาดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรง ในขณะเดียวกัน Bitcoin (BTC) สินทรัพย์ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ทองคำดิจิทัล” ก็มีการเคลื่อนไหวสอดคล้องกัน โดยราคาได้ปรับตัวขึ้นราว 2% มายืนอยู่ที่ระดับประมาณ 92,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับทองคำอย่างชัดเจน

บัญชีข่าวคริปโทฯ ชื่อดังอย่าง Bitcoin Junkies ได้ออกมาโพสต์ข้อความสั้นๆ แต่ทรงพลังว่า “Bitcoin will follow” (บิตคอยน์จะตามไป) โดยชี้ให้เห็นว่าการเบรกแนวต้านสำคัญของทองคำมักเป็นสัญญาณนำร่องให้กับ Bitcoin เสมอ พฤติกรรมราคานี้ตอกย้ำบทบาทของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Risk-off asset) คล้ายกับช่วงวิกฤตเงินเฟ้อและสงครามในปี 2022-2023 ที่ทั้งสองสินทรัพย์เคยพุ่งขึ้นพร้อมกันกว่า 60%

นักวิเคราะห์มองว่า หากสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองยังไม่คลี่คลาย แนวโน้มราคาทองคำอาจพุ่งทะลุเป้าหมายทางจิตวิทยาที่ 5,000 ดอลลาร์ได้ไม่ยาก ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญให้ Bitcoin ทะยานสู่เป้าหมาย 100,000 ดอลลาร์ ภายในสิ้นปีนี้ตามที่นักลงทุนรายย่อยและผลสำรวจต่างๆ ได้คาดการณ์ไว้

การเคลื่อนไหวของตลาดในครั้งนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์อีกครั้งว่า ในยามวิกฤตที่ความเชื่อมั่นในระบบการเงินดั้งเดิมและเสถียรภาพทางการเมืองสั่นคลอน Bitcoin และทองคำยังคงเป็น “หลุมหลบภัย” ที่นักลงทุนเลือกใช้เป็นเครื่องมือรักษามูลค่าสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในขณะนี้

ที่มา: @BitcoinJunkies