<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักพัฒนา Bitcoin สั่งระงับดาวน์โหลด Bitcoin Core v30 ! หลังพบบั๊กมรณะ เสี่ยงทำกระเป๋าเงินยุค Satoshi หายวับ

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา สื่อข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมนักพัฒนาได้ออกมายอมรับถึงข้อผิดพลาด และประกาศระงับการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เวอร์ชันอัปเดต Bitcoin Core v30 เป็นการด่วน หลังจากตรวจพบบั๊กร้ายแรง ซึ่งอาจส่งผลให้ไฟล์กระเป๋าเงินของผู้ใช้งานถูกลบทิ้งจนสูญเสียสินทรัพย์ทั้งหมด 

ปัจจุบันมีรายงานว่า Node ที่ทำหน้าที่ยืนยันธุรกรรมในระบบกว่า 4,000 แห่ง จากทั้งหมด 24,600 แห่ง ได้ทำการอัปเดตซอฟต์แวร์ดังกล่าวไปแล้ว และกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญเสียข้อมูลสำคัญนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

นอกจากนี้ บั๊กดังกล่าวยังปรากฏอยู่ในเวอร์ชัน v30.1 ด้วย ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่อ้างว่าปลอดภัยกว่าและมาพร้อมกับ “การแก้ไขบั๊กต่างๆ และการปรับปรุงประสิทธิภาพ” แต่กลับล้มเหลวในการป้องกันความเสี่ยงที่เงินจะสูญหายนี้

ผู้ที่จะได้รับความเสี่ยงจากเรื่องนี้ คือ Node Operator หรือกลุ่มผู้ดูแลระบบ Bitcoin ที่ยังคงใช้งานซอฟต์แวร์กระเป๋าเงินรูปแบบดั้งเดิมซึ่งเก็บข้อมูลด้วยระบบเก่าที่เรียกว่า Berkeley DB (BDB) โดยหากมีการอัปเกรดระบบไปเป็นเวอร์ชัน v30 โดยปราศจากการสำรองข้อมูลไว้ล่วงหน้า ไฟล์กระเป๋าเงินดังกล่าวอาจถูกระบบลบทิ้งไปในทันที 

นอกจากนี้ปัญหายังลุกลามไปถึงกลุ่มผู้ใช้งานที่เปิดฟีเจอร์ Pruning เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ ซึ่งหากระบบมีการปิดการทำงานของกระเป๋าเงินในระหว่างที่กำลังเคลียร์พื้นที่จัดเก็บ ซอฟต์แวร์ที่มีปัญหานี้อาจมีการลบไฟล์กระเป๋าเงินทิ้งไปทั้งใบ ส่งผลให้ Private Key ที่ใช้สำหรับเข้าถึงเงินหายไปตลอดกาล

บั๊กมรณะนี้ ถือเป็นประเด็นใหญ่ในเชิงเทคนิคที่ไม่อาจมองข้าม เพราะมันสะท้อนถึงความบกพร่องในคุณสมบัติ Backward Compatibility หรือความสามารถในการทำงานร่วมกับระบบเก่า 

แม้ว่าความผิดพลาดนี้จะไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้เครือข่าย Bitcoin เกิดการแยกตัวเป็น 2 เครื่อข่าย (Fork) แต่การที่ซอฟต์แวร์ใหม่สามารถลบไฟล์รุ่นเก่าทิ้งได้นั้น สร้างความกังวลใจอย่างยิ่งว่า กระเป๋าเงินยุคบุกเบิกที่มีมูลค่ามหาศาล หรือแม้กระทั่งกระเป๋าเงินในตำนานของ Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin ก็อาจตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกลบหายไปจากโลกดิจิทัลหากรันอยู่บนโหนดที่มีปัญหานี้

ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่นนี้ ยังพอมีข่าวดีสำหรับนักลงทุนทั่วไปที่จัดเก็บ Private Key ไว้ในอุปกรณ์แยกต่างหากหรือ Hardware Wallet ซึ่งจะถือว่าปลอดภัยและไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากเหตุการณ์นี้ 

ส่วนฟากฝั่งของผู้ใช้งาน Software Wallet บน Node นั้น ทางทีมนักพัฒนาได้เร่งแก้ปัญหาด้วยการนำไฟล์ติดตั้งออกจากระบบทั้งหมดแล้ว พร้อมทั้งออกคำแนะนำเร่งด่วนให้ผู้ใช้งานทุกคนทำการสำรองข้อมูลในทันที และให้ชะลอการอัปเดตเพื่อรอเวอร์ชัน 30.2 ที่จะมีการแก้ไขข้อผิดพลาดนี้อย่างสมบูรณ์

เหตุการณ์ความผิดพลาดครั้งนี้ ไม่ได้จบลงแค่เรื่องทางเทคนิค แต่ยังได้กลายเป็นเชื้อเพลิงที่จุดชนวนความขัดแย้งในหมู่นักพัฒนาให้ปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อกลุ่มผู้สนับสนุนซอฟต์แวร์ทางเลือกอย่าง Knots ภายใต้การดูแลของ Luke Dashjr ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทีม Core อย่างหนักหน่วงถึงความหละหลวม โดยเปรียบเทียบจุดยืนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

ในขณะที่ Knots ใช้มาตรการที่เข้มงวดในการกรองข้อมูลขยะที่ถูกยัดเยียดลงในบล็อกเชน แต่ทาง Bitcoin Core v30 กลับพยายามผ่อนปรนกฎเกณฑ์ดังกล่าวและลงเอยด้วยการเปิดตัวมาพร้อมกับบั๊กที่ร้ายแรง ซึ่งเหตุการณ์นี้ กำลังสั่นคลอนความเชื่อมั่นที่มีต่อทีมพัฒนาหลักของ Bitcoin อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา:protos