(7 ม.ค. 2026) – ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความฮือฮาทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ด้วยการออกคำสั่งให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านที่อยู่อาศัยอย่าง Fannie Mae และ Freddie Mac เข้าซื้อหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน (MBS) คิดเป็นมูลค่ารวมมหาศาลถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ “Quantitative Easing (QE)” ในเวอร์ชันของทรัมป์เอง
มาตรการนี้ได้รับการยืนยันผ่านโพสต์บน Truth Social ของทรัมป์และรายงานข่าวหลายแห่ง โดยจุดเด่นคือการใช้เงินสดสำรองที่มีอยู่เดิมของหน่วยงานเหล่านี้ ไม่ใช่การใช้จ่ายงบประมาณการคลังใหม่ เป้าหมายหลักคือการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยตรง การเข้าซื้อพันธบัตรจำนวนมหาศาลนี้จะช่วยเพิ่มอุปสงค์ และกดดันให้อัตราดอกเบี้ยจำนองในตลาดปรับตัวลดลง
ในทางเศรษฐศาสตร์ ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือการทำให้ค่างวดผ่อนบ้านต่อเดือนของชาวอเมริกันลดลง ช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น และมีเงินเหลือในกระเป๋าไปจับจ่ายใช้สอยในด้านอื่นๆ มากขึ้น ซึ่งการเพิ่มสภาพคล่องลักษณะนี้ในอดีตมักจะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของตลาดหุ้นก่อน และอาจส่งผลดีต่อเนื่องไปยังสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโทเคอร์เรนซีเมื่อนักลงทุนมีความกล้าเสี่ยงมากขึ้น
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการดำเนินนโยบายที่ชาญฉลาดในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยไม่ต้องเพิ่มภาระหนี้สาธารณะในทันที แต่ก็มีความกังวลว่าอาจเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดในระยะยาว และอาจทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูงขึ้นอีกครั้งหากอุปทานไม่เพียงพอ การจับตามองผลกระทบของมาตรการนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก
ที่มา: @BullTheoryio

