ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังยกระดับขึ้นอย่างน่าจับตา หลังมีรายงานว่า Donald Trump ได้สั่งการให้ กองบัญชาการปฏิบัติการพิเศษร่วมของสหรัฐฯ (JSOC) จัดทำแผนการบุกกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเกาะยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาคอาร์กติก
สภาคองเกรสไม่เห็นด้วย
รายงานจาก Daily Mail ระบุว่า แหล่งข่าววงในเผยว่า แม้ประธานาธิบดีจะผลักดันแนวคิดดังกล่าว แต่ฝ่ายทหารมองว่าแผนนี้มีความเสี่ยงสูง และเชื่อว่าสภาคองเกรสจะไม่ให้การสนับสนุน ทั้งในเชิงงบประมาณและการเมืองระหว่างประเทศ
กรีนแลนด์ถูกมองว่าเป็น “หมาก” สำคัญของโลกยุคใหม่ ทั้งในด้านเส้นทางเดินเรืออาร์กติก ทรัพยากรธรรมชาติ และความมั่นคงทางทหาร ซึ่งทำให้ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกตีความว่าอาจเป็น จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งระดับมหาอำนาจ
ยุโรปไม่อยู่นิ่ง อังกฤษและ NATO เริ่มขยับตัว
ในฝั่งยุโรป สื่อ The Telegraph ของอังกฤษรายงานว่า สหราชอาณาจักรกำลังพิจารณาส่งกำลังทหารไปยังกรีนแลนด์ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงในอาร์กติก โดยอยู่ระหว่างการหารือกับพันธมิตรยุโรป เช่น ฝรั่งเศสและเยอรมนี ภายใต้กรอบของ NATO
แหล่งข่าวระบุว่า ลอนดอนอาจส่งไม่เพียงแค่กำลังพล แต่รวมถึง เรือรบและเครื่องบินรบ เพื่อเพิ่มแรงกดดัน และหวังว่าการแสดงพลังทางทหารของยุโรปจะทำให้ Trump ล้มเลิกแนวคิดในการผนวกกรีนแลนด์
แล้วความขัดแย้งนี้จะกระทบตลาดคริปโตอย่างไร?
นักวิเคราะห์มองว่า หากความตึงเครียดในอาร์กติกลุกลามเป็นความขัดแย้งทางทหารจริง ตลาดการเงินโลกอาจเข้าสู่โหมด Risk-Off ทันที
หากเข้าสู่โหมด Risk-Off จริง ตลาดคริปโตจะเกิดความผันผวนมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง และราคาจะร่วงอย่างรุนแรงเหมือนกับเหตุการณ์ความขัดแย้งในอดีตที่ผ่านมา
แต่หลังจากนั้น Bitcoin อาจกลับมาถูกมองเป็น สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงทางการเมือง โดยเฉพาะหากค่าเงินเฟียตอ่อนค่า หรือเกิดการอัดฉีดสภาพคล่อง
สมรภูมิใหม่ของโลก และความเสี่ยงใหม่ของตลาด
ความเคลื่อนไหวรอบกรีนแลนด์สะท้อนชัดว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่ ซึ่งไม่ได้กระทบแค่ด้านการทหาร แต่ยังลามมาถึงเศรษฐกิจ พลังงาน และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
สำหรับนักลงทุนคริปโต นี่อาจไม่ใช่แค่ “ข่าวต่างประเทศ” แต่เป็น สัญญาณเตือนว่าความเสี่ยงเชิงโครงสร้างกำลังเพิ่มขึ้นและการบริหารพอร์ตในช่วงที่โลกเข้าสู่ภาวะไม่แน่นอนอาจสำคัญกว่าการไล่ราคาขาขึ้นเพียงอย่างเดียว

