คุณพิชัย จาวลา เจ้าพ่อทฤษฎีผลประโยชน์ เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Wealth Live (12 ม.ค. 2026) พร้อมส่งสัญญาณเตือนแรงๆ ถึงนักลงทุนว่า ปีหน้าไม่ใช่ปีที่จะมานั่งฝันหวานเรื่อง “รวยง่าย” อีกต่อไป และย้ำว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้ คือการที่คนส่วนใหญ่กำลังคิดเหมือนกัน

Bitcoin: ความมั่นใจคือสัญญาณหายนะ
ประเด็นแรกที่คุณพิชัยฟันธงคือ Bitcoin โดยมองว่าในอีก 1–3 ปีข้างหน้า มีความเสี่ยงสูงมากที่ฟองสบู่จะแตก แม้ในระยะสั้น (3–6 เดือน) ราคาอาจจะยังประคองตัวอยู่โซนสูงเหนือ 80,000 ดอลลาร์ หรือดีดกลับไปแถว High เดิมได้ แต่เขาแนะว่า “นั่นคือจังหวะขาย” เพราะในมุมทฤษฎีผลประโยชน์ ภาพใหญ่จะไม่เกิดจุดสูงสุดใหม่ (New High) แล้ว สัญญาณอันตรายที่สุดคือเมื่อไหร่ที่ทุกคนมั่นใจว่า “นี่แค่ต้นรอบ” นั่นแหละคือเวลาที่ระบบเตรียมจะลงโทษคนส่วนใหญ่ที่มั่นใจเกินไปเสมอ
ทองคำ: อย่าเป็นไก่ในฟาร์มที่รอวันโดนเชือด
ในขณะที่กูรูทั่วโลกมองเป้าทองคำไปถึง 5,000–10,000 ดอลลาร์ แต่คุณพิชัยกลับเตือนว่านี่คือ “กับดักความจริง” เพราะเมื่อไหร่ที่โลกเชื่อเหมือนกันหมดว่า “เศรษฐกิจแย่ต้องซื้อทอง” เมื่อนั้นคนกลุ่มนี้จะกลายเป็นฝ่ายที่ผิดทันที
เขาประเมินว่าปี 2026 ทองคำจะไปได้เต็มที่แค่ 4,600–4,700 ดอลลาร์ และเตรียมกลับตัวเป็นขาลง ใครที่มีของอยู่ควรทยอยขายทำกำไรแล้ว “ไม่ต้องหันกลับมามองมันอีก” พร้อมเปรียบเปรยคนที่หวังว่าทองจะขึ้นต่อเหมือนไก่ในฟาร์มที่คิดว่าคนเลี้ยงใจดี จนถึงวันที่โดนเชือด
หุ้นไทย: ติดหล่ม Sideways เลิกหวังรวย 5 เด้ง 10 เด้ง
สำหรับตลาดหุ้นไทย ปี 2026 จะเป็นปีที่น่าอึดอัดและไร้ทิศทาง โดยดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบเดิมที่ 1,100 – 1,400 จุด
คุณพิชัยเตือนว่า การเข้าซื้อหุ้นตัวเล็ก หรือหุ้นแถวสองด้วยความหวังว่า จะทำกำไรมหาศาลเหมือนช่วงวิกฤตโควิด “จะไม่เกิดขึ้นในรอบนี้” เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจเปลี่ยนไปจริง และเมื่อนักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ “ติดหุ้น” และมีความหวัง ตลาดจึงไม่จำเป็นต้องดีดกลับเพื่อช่วยใคร
ปี 2026 เราควรเอาเงินไปไว้ที่สินทรัพย์ตัวไหน ?
เมื่อพิธีกรถามทิ้งท้ายว่า แล้วในปี 2026 ควรเอาเงินไปไว้ที่ไหนที่เป็นขาขึ้น? คำตอบของคุณพิชัยทำเอาอึ้งทั้งรายการคือ “ไม่ต้องอยู่เลยก็ได้”

คุณพิชัยให้เหตุผลว่า ในปีนี้สินทรัพย์ส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะเคลื่อนไหวในลักษณะ “ออกข้าง” (Sideways) คือ ไม่ได้แย่จนวิกฤตแต่ก็ไม่ได้ดีเลิศเลอ ยกตัวอย่างเช่น หุ้นดาวโจนส์หรือหุ้นไทยที่น่าจะแกว่งตัวอยู่ในกรอบเดิมๆ โดยเขาทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “ผมมองไม่เห็นสินทรัพย์ไหนที่เป็นขาขึ้นชัดเจน แต่สิ่งที่มองเห็นชัดเจนมีเพียงอันตราย เท่านั้น”

